"บิ๊กป้อม"......ที่นี่ ที่ประเทศไทยที่เดียว!    


   

    เริ่มทุเรศแต่หัววันแล้วมั้ยล่ะ!
    ที่บิ๊กป้อม "ถ่ายขยักก้อน" ไว้วานซืน "ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมพร้อมจะไปจากตำแหน่งนี้" นั่นน่ะ
    ถึงขนาดนี้แล้ว............
    ตัวท่านยังไม่รู้อีกหรือว่า รวยมะลำมะเรืองในที่มา-ที่ไป อย่างกรณีนาฬิกาค่าล้ำโคตร นั้น 
    ถึงเวลา-นาทีนี้ ประชาชนอยากให้อยู่ หรือต้องการ Get out ให้เก็บข้าว-เก็บของออกไปจากรัฐบาลเร็วที่สุด
    เมื่อปากบอก "พร้อมจะไป...."
    ก็ควรแสดงความชัดเจนให้สมผู้ใหญ่ "หยุดทำงาน" แล้วยื่นหนังสือลาออกกับนายกฯ ให้เป็นเรื่อง-เป็นราว
    การทำอ้อยอิ่งติ่งย้อย จะหยด ก็ไม่หยด อย่างนี้ ไม่มีผลดีกับทั้งตัวเองและสถานการณ์รวม 
    รังแต่จะเกิดสภาพ "ผีอมน้ำเหลือง" เรียกแมลงวัน!
    และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ........
    "กองหาม-กองแห่" จากอรัญประเทศ สมุทรปราการ และชุมชนคลองลาดพร้าว 
    นำร่องหอบดอกไม้ ป้ายแห่ มากันแต่เช้า มาให้กำลังใจถึงกระทรวงกลาโหม ตั้ง ๓๐ กว่าคน
    ห้ามไม่ให้ลาออก!
    บิ๊กป้อมไม่อยู่ ผู้ช่วยรัฐมนตรี กุลี-กุจอ เปิดกลาโหมต้อนรับและรับช่อดอกไม้แทน
    ขณะเดียวกัน ทางไซเบอร์ เปิดแนวรบสาดใส่กันตลอดทั้งวัน ฝ่ายหนึ่ง ล่ารายชื่อหนุน ให้บิ๊กป้อมอยู่ต่อ 
    อีกฝ่าย ล่ารายชื่อไล่ ให้บิ๊กป้อมออกไป!
    ไม่ว่ามองมุมไหน หาผลดีไม่ได้ ทั้งกับตัวบิ๊กป้อมและรัฐบาล
    "น้ำผึ้ง" นั่นน่ะ........
     ที่ตอม เป็นแมลงภู่ แมลงผึ้ง ไม่ใช่แมลงวัน เพราะน้ำผึ้งหอมเกสร แมลงวันไม่ตอม เหม็นสำหรับมัน
    ต้อง "น้ำเหลือง" หอมชื่นใจ 
    แมลงวันทั้งรุมตอม ทั้งรุมวางไข่ เมื่อบิ๊กป้อมใช้แง่ของคำว่า "ถ้า......." เป็นเงื่อนไข เพื่อแช่ก้นอยู่อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ
    พูดได้คำเดียว............
    "ฟ้าลิขิต มิสู้อำมหิตการเมือง"!
    ทุกอย่าง มันมีช่องให้แย้งย้อนในมาตรฐานปฏิบัติจากอำนาจรัฐได้เสมอ
    อย่างกรณีนี้ จะเกิดคำถาม "จากอีกฝ่าย" ว่า...........
    ทำไมจับแต่พวกผม ที่ไม่เชยชมรัฐบาล?
    แล้วทำไมไม่จับพวกเขา ที่มาเลียรัฐบาล?
    ในเมื่อ ทั้งพวกผมและพวกเขา "ชุมนุมเกิน ๕ คน" ในสถานที่สาธารณะเหมือนๆ กัน?
    พวกเลีย ชุมนุมเกิน ๕ แห่แหนไปไหน-มาไหนได้ 
    ด้วยมาตรฐานเดียวกัน..........
    พวกต้าน ก็ต้องชุมนุมได้ แห่แหนไปไหน-มาไหนได้เหมือนกัน?
    เนี่ย......
    ศรีธนญชัยยกขึ้น "เปรียบเทียบ" กันได้ แม้เจตนารมณ์กฎหมายมาตรานี้ มุ่งใช้ทางรวมตัว "ประสงค์ร้าย" ก็ตาม
    เมื่อบิ๊กป้อมยังมันส์กับการรับใช้ชาติ ผูกตีนติดอำนาจรัฐ 
    ด้านๆ ทน อยู่เฉยๆ 
    ไม่ต้องออกมาพูดอะไรอย่างวานซืน จะเป็นบุญ-เป็นคุณ กับบรรยากาศรวมมากซะกว่า
    พูดกันตรงๆ.........
    ถึงวันนี้แล้ว ถ้าบิ๊กป้อมยังไม่รู้ว่า ประชาชนมีความคิดเห็นและรู้สึกอย่างไรต่อตัวท่าน ว่าพอใจ หรือไล่ส่ง
    ท่านยิ่งไม่ควรอยู่ 
    ควรไปเสียแต่วินาทีนี้เลย!
    เพราะคนรับผิดชอบ "ความมั่นคงประเทศ" ตัวเองกลับเป็นชนวนอันตราย "ความมั่นคงประเทศ" เสียเอง
    แถม "ยังไม่รู้สึกตัวเอง" แบบนี้
    ถือเป็นการรับใช้ประเทศชาติ ที่ประชาชน "ขอรับด้วยใจ" แทนก็แล้วกัน ตัวท่านไม่ต้องลำบากอยู่หรอก
    กลับไปอยู่บ้าน............ 
    เค้นสมองทบทวน ว่าตลอด ๕๐ ปีที่รับใช้บ้านเมือง รวมทั้งเป็นพี่ใหญ่รัฐบาล คมช.อีก ๓ ปี ๘ เดือน 
    "คุณงามความดี" ที่สร้างให้ชาติ-บ้านเมืองทั้งหมด-ทั้งปวง นั่นน่ะ มีอะไรบ้าง?    
    เขียนเป็นหัวข้อ ๑-๒-๓-๔-๕-๖ ไปถึง ๑๐๐, ๑,๐๐๐ หรือ ๑๐,๐๐๐ สุดแต่ท่านนึกออก
    ครบวันไหน เกาะโพเดียมแถลงอีกที............
    ไทยโพสต์จะจัดทำฉบับ "เทิดพิทักษ์" ความดีบิ๊กป้อม พิมพ์เผยแพร่ ทั้งในและนอกประเทศ
    ไม่ได้...ไม่ได้...ต้องนอกประเทศด้วย เพราะ "แฟนไทยโพสต์" อยู่ทั่วทุกหัวระแหงโลก 
    ไม่อยากให้อ่านจากเว็บอย่างเดียว 
    อยากให้มีเป็นตัวหนังสือ เพื่อเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ด้วย!
    รัฐบาลนั้น ไม่ว่าจากเลือกตั้ง หรือจากกระบอกปืน..........
    ลองว่า ประชาชน "กินใจ" เสียแล้ว
    ไม่ว่าทำอะไร ต่อให้เจตนาดีล้านเปอร์เซ็นต์ ก็ยากที่จะไม่ให้เกิดเสียงครหา ชาวประชาระแวง!
    อย่างโครงการ "ไทยนิยมยั่งยืน"
    "พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา" รมว.มหาดไทย ในฐานะเลขาฯ คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาตามโครงการ
    บอกว่า จะส่ง "คณะทำงาน" ลงไปขับเคลื่อนในพื้นที่ ๑ ทีม
ประมาณ ๒,๐๐๐ คน
    คน ๒ พันนั้น จะกระจายลงไปดำเนินการ ตามพื้นที่เป้าหมาย ประมาณ ๗๐,๐๐๐ หมู่บ้าน
    ทำรวม ๔ ครั้ง
    โดยแต่ละหมู่บ้าน-แต่ละครั้งที่ลงไปนั้น จะต้องจัดหาอาหารเลี้ยงชาวบ้าน วิทยากร ๑ มื้อ ตีว่าหัวละ ๕๐ บาท
    จึงต้องใช้งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับภารกิจนี้!
    เอ้ออออ...........
    หลับตาเห็นภาพ "ครกซ้อนครก" แล้วลงไปโขลกน้ำพริกในมหาสมุทร อย่างนั้นจริงๆ
    ไอ้โครงการไทยนิยมที่นายกฯ ประยุทธ์นิมิตขึ้นเนี่ย ไม่พูดด้านเข้าท่า-ไม่เข้าท่า
    แต่ผมว่า ตลอด ๓ ปี ๘ เดือน งบที่ประดัง-ประเดลงไปในแผน "ประชานิยม" ที่เปลี่ยนรูปเป็น "ประชารัฐ"
    ในความหมาย แก้ปัญหาความยากจน สร้างอาชีพชาวบ้าน ช่วยคนชรา-คนยากคนจน
    มันบานเบอะกี่แสนล้านกันแล้วล่ะนี่?
    นอกจากกินเข้าไปแล้วถ่ายออกมา อยากรู้ว่า เกิดมรรคผลเป็นรูปธรรมทางอนาคตยั่งยืนอะไรบ้าง?
    จากประชารัฐ นี่...มาไทยนิยมอีกแล้ว!
    ก็เข้าใจล่ะ "ไทยนิยม" เลียนแบบแก้ปัญหาคนจนในจีนของประธานาธิบดี "สีจิ้น ผิง" มาทำ
    คือไม่สักแต่เอาเงินหว่าน หรือสักแต่ "สร้างอาชีพ" หลอกกินงบ อย่างที่นักการเมืองทำมาตลอด
    รัฐบาล คสช.ต้องการ "แก้จน" จริงจัง ถาวร ด้วยการ "ให้อาชีพ" ชาวบ้านสร้างรวยยั่งยืน แทนการให้เงินกินแล้วถ่าย
    ซึ่งการทำอย่างนั้นให้ได้ผลสำเร็จ หัวใจอยู่ที่
    "ข้อมูล-ผลวิจัย" ต้องยิบ และเป๊ะ
    ต้องลงไปเก็บสถิติ-ตัวเลขในพื้นที่ ชนิด "ถึงตัว-ถึงครัว" แต่ละหัวกระไดบ้าน แต่ละพื้นที่จริงๆ จังๆ
    ให้รู้ถึงสภาพ "ดิน-ฟ้า-อากาศ-น้ำ" พื้นสภาพไหน คนมีความถนัดจัดเจนด้านไหน อาชีพด้านไหน เหมาะกับคนและพื้นที่นั้นๆ
    รวมถึง "ตลาดอยู่ไหน-ลูกค้าอยู่ไหน-ขนส่งอยู่ไหน"?
    ลงทุนไปแล้ว กี่เดือน-กี่ปี ชาวบ้านจะมีกิน-มีใช้ และจากมีกิน-มีใช้ ไปจนถึง "เหลือเก็บ-เหลือขาย"
    ไม่ใช่อย่างที่หลอกแดกงบกันมาตลอด.........
     ยา "ประชานิยม-ประชารัฐ" หม้อเดียว ต้มกินกันทั้งประเทศ แก้มันทุกโรค ลงท้าย ชาวบ้านโรคจนเหมือนเดิม
    แต่นักเลือกตั้ง........
    โรค "พุงโร" กันเป็นแถว!
    และตามโครงการ "ไทยนิยมยั่งยืน" อะไรนี่ ขึ้นต้นก็เงิน ๒ พันล้านเข้าไปแล้ว นี่แค่ ๑ ทีม ใน ๗ หมื่นหมู่บ้านเท่านั้นนะ 
    ถ้าครบทุกทีม-ทุกหมู่บ้าน จะกี่หมื่นล้าน ที่ต้องผลาญไปกับ "อาหารเลี้ยงชาวบ้านและวิทยากร ๑ มื้อ"?
    โครงการนี่น่ะ ดีล่ะ .........
    แต่ไม่ลองสำรวจโครงการ "สร้างอาชีพ-แก้จน" ทั้งหมดของรัฐบาลดูก่อนล่ะว่า มันมีซ้ำซ้อน มีทำแล้วสูญเปล่า อยู่ตรงไหนบ้าง?
    นำมาสรุป "เข้าแผน-เข้าสูตร" ไทยนิยมยั่งยืน ทำให้มันเห็นผลจริงจังไปทีเดียวเลย 
    ไม่ใช่ร้อยแผน หมื่นโครง แสนล้านงบ อย่างที่ผ่านๆ มา ลงท้าย ทั้งคน-ทั้งหมา ผอมคงที่ มีแต่นักการเมืองและคนระบบรัฐอ้วนพี
    ก็ดูสัจธรรมที่เป็นจริงซี.......
    สังเกตจาก "บัญชีทรัพย์สิน" นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงที่แจ้งกับ ป.ป.ช.แต่ละราย
    ๔๐-๕๐ ปี ในอายุราชการ เงินเดือนรวมได้ปีละเท่าไหร่ ตีซะว่าโคตรตระกูลรวย ไม่ต้องใช้ ทุกบาทเก็บฝากแบงก์หมด
    แล้วมันจะรวบรวมได้ถึง "ร้อยล้าน-พันล้าน" อย่างที่ข้าราชการใหญ่และนักการเมืองเขารวยโดยสุจริตกันมั้ย?
    ตามแผนงานที่พลเอกอนุพงษ์บอก ต้องเลี้ยงชาวบ้าน ๑ มื้อนั้น ก็หมายความว่า
    การทำงานไทยนิยมยั่งยืน คือ 
    เรียกชาวบ้านมารวมกันเป็นร้อย-เป็นพันแต่ละที่ ประชุมฟังคณะวิทยากรวาดฝัน แถมข้าว ๑ มื้อ?!
    แบบนี้ ก็ได้แค่ข้อมูล-ตัวเลข "ครอบจักรวาล" อย่าไปอ้างที่ไหนนะว่า นี่..."สีจิ้นผิงโมเดล"
    ก็สมแล้ว ที่เขาด่า เป็นโครงการบังหน้าหาเสียง!
    คิดอะไรได้ที ก็ทำที ซ้ำๆ ซ้อนๆ ผลงอกเงยก็ไม่ได้ เปะปะ-วุ่นวาย มากไปด้วยคณะกรรมการ งบประมาณก็ถูกละลาย
    นี่...ไม่ได้ว่า.......
    แค่เอา "เรื่องจริง" มาพูด!.