กัมพูชาออกกฎหมายห้ามหมิ่นพระมหากษัตริย์


   

รัฐบาลกัมพูชาอนุมัติกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพฉบับแรกของประเทศ กำหนดโทษจำคุก 5 ปีผู้ที่หมิ่นพระมหากษัตริย์ ขณะกลุ่มสิทธิห่วงว่ากฎหมายฉบับนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานผู้ที่ขัดแย้งกับรัฐ

นายกฯฮุน เซน (ซ้าย) ฟังเจ้าหน้าที่กระซิบกระซาบ ขณะเดินทางถึงกรุงนิวเดลีเพื่อร่วมประชุมอาเซียนซัมมิต เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2561

    รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า สถาบันกษัตริย์ของกัมพูชาซึ่งโดยส่วนใหญ่มีบทบาทในเชิงสัญลักษณ์ ไม่เคยได้รับการยกเว้นจากการถูกวิจารณ์มายาวนานหลายทศวรรษ แต่ขณะนี้การวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์ของกัมพูชาเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาแล้ว เมื่อคณะรัฐมนตรีกัมพูชาซึ่งนายกฯ ฮุน เซน นั่งเป็นประธานการประชุม ได้ลงมติให้การรับรองกฎหมายฉบับนี้เมื่อวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561
    พาย สีพัน โฆษกรัฐบาล เขียนลงเฟซบุ๊กว่า กฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งห้ามการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้รับการบรรจุไว้ในกฎหมายอาญา เพื่อธำรงรักษาและปกป้องชื่อเสียงและพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์
    การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์จะมีโทษตั้งแต่จำคุก 1-5 ปี และปรับอีก 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ
    สถาบันกษัตริย์ของกัมพูชาเสื่อมอำนาจลงอย่างมาก ภายใต้อำนาจปกครองกว่า 33 ปีของนายกฯ ฮุน เซน ผู้นำเผด็จการอำนาจนิยม ฮุน เซน ยังมุ่งหมายจะครองอำนาจต่อไปอีกในการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคมนี้ และได้เดินหน้าปราบปรามฝ่ายต่อต้านและศัตรูของเขา จับกุมหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านและทำให้พรรคนี้ถูกยุบ อดีตสมาชิกพรรคหลายคนต้องหนีไปลี้ภัยในต่างแดน
    กษัตริย์นโรดม สีหมุนี ซึ่งขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2547 ถูกมองว่าเป็นองค์ประมุขในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น พระจริยวัตรที่เรียบง่ายของพระองค์แตกต่างอย่างชัดเจนกับพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระราชบิดา ที่ทรงมีความทะเยอทะยานทางการเมือง และมักทรงโต้แย้งกับนายกฯ ฮุน เซน อย่างเปิดเผย ก่อนที่จะทรงสละราชสมบัติ
    กษัตริย์สีหมุนีทรงได้รับความเคารพจากพสกนิกรชาวกัมพูชาอย่างมาก และทรงได้รับการยกสถานะอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง
    นักรณรงค์เพื่อสิทธิกล่าวเตือนกันว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนี้น่าจะถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมืองในประเทศนี้ ซึ่งระบบศาลถูกตำหนิอย่างกว้างขวางว่าโอนเอียงเข้าข้างฮุน เซน
    คิงส์ลีย์ แอบบอต จากคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล กล่าวว่า มีความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่กฎหมายนี้จะเข้าไปเติมคลังแสงกฎหมายที่รัฐบาลกัมพูชาใช้สำหรับปิดปากผู้ที่ไม่เห็นด้วย
    วันเดียวกัน คณะรัฐมนตรีกัมพูชายังได้อนุมัติการแก้ไขกฎหมายหลายมาตรา ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อขัดขวาง "การแทรกแซงจากต่างแดน".

 


กรณี "ทุบรถ" ที่ประเวศ.........คือตัวอย่างยืนยันถ้าไม่ปฏิรูป "ระบบราชการ" แต่ยุคนี้-วันนี้ เมื่อศตวรรษที่ ๒๑ มาถึง ไทยก็ยังยุค "อนารยะ" คงที่

การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'