มันเป็นเช่นนั้นเอง!!!


   

(1)

        แค่ดูจากสภาพความเป็นไปของสภาวะอากาศทุกวันนี้...ก็น่าจะพอสรุปได้ไม่ยากว่า ไม่ว่าประเทศไหน สังคมไหนก็เถอะ โอกาสที่จะอยู่กันแบบสบายๆ แบบสงบ สันติ ยั่งยืน ถาวร ไปตลอดชั่วนิรันดรกาลนั้น น่าจะยากซ์ซ์ซ์เต็มที เพราะมันเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวก็ฝนตกอุจจาระสุกรไหล ไม่ว่าซีกโลกโน้น ซีกโลกนี้ รวมทั้งไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ที่ต้องจามกันฟืดๆ ฟาดๆ มาโดยตลอด...

(2)

        ความต้องการที่จะให้แต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง มัน เป็นไปอย่างที่เราต้องการจะให้เป็น จึงออกจะเป็นอะไรที่สวนทางกับความจริง ข้อเท็จจริง ที่มันต้อง เป็นไปอย่างที่มันกำลังเป็นๆ นั่นแล และในเมื่อมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการจะให้มันเป็น ความขัดอก ขัดใจ ความไม่อยู่เย็น เป็นสุข ไม่สบาย ไม่สงบ ไม่สันติ มันเลยต้องอุบัติขึ้นมาในอารมณ์ ความรู้สึก ของใครต่อใครเป็นธรรมดา อย่างที่อดีตนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักธรรมชาติวิทยาชาวอเมริกันชื่อว่า Hal Borland ท่านเคยเอ่ยเป็นวาทะเอาไว้ว่า “Summer ends and autumn comes, and he who would have it otherwise would have high tides always and a full moon every night.” หรือ "ฤดูร้อนผ่านไป ฤดูใบไม้ร่วงจึงจะตามมา ผู้ที่อยากให้เป็นอย่างอื่น ก็เช่นเดียวกับผู้ที่อยากให้กระแสน้ำขึ้นเสมอๆ และอยากให้พระจันทร์เต็มดวงทุกๆ คืน...”

(3)

        คือถึงแม้ว่าธรรมชาติ ฤดูกาล จะเป็นไปตามปกติก็เถอะ แต่ก็ยังอุตส่าห์มีบรรดาผู้ที่อยากจะให้มันเป็นไปอย่างอื่น หรือเป็นไปอย่างที่ตัวเองต้องการจะให้มันเป็น ความรู้สึกขัดอก ขัดใจ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ไม่สงบ ไม่สันติ มันเลยเป็นสิ่งที่ไม่ขาดหายไปจากอารมณ์ ความรู้สึก ของใครต่อใครได้ง่ายๆ ยิ่งถ้าหากธรรมชาติ ฤดูกาล ท่านเกิดวิปริต ผันผวน เอาแน่เอานอนแทบไม่ได้ อย่างเช่นภาวะอากาศในโลกเราทุกวันนี้ โอกาสที่จะอยู่กันแบบสบายๆ อยู่เย็น เป็นสุข สว่าง สะอาด สงบ มันเลยออกจะเป็นอะไรที่ยากเย็นเต็มที...

(4)

        ด้วยเหตุนี้...สำหรับผู้ที่หวังตั้งสงบ หวังจะใช้ชีวิตแบบพอสบายๆ ไม่ถึงกับต้องเจ็บปวด รวดร้าว ทรมานเกินไปนัก คงต้องหันมาเริ่มต้นหัดปรับอารมณ์ ความรู้สึกตัวเอง เอาไว้มั่ง...นั่นแหละดี!!! คือหันมาทำความเข้าใจกับสิ่งที่มันไม่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการจะให้มันเป็น หวังจะให้มันเป็น ลำไม้ไผ่ อันเขียวสด ใสสะอาด แต่ไปๆ-มาๆ มันดันกลับแปรสภาพกลายเป็น บ้องกัญชา ไปซะนี่ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้ว...การที่มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการจะให้มันเป็น ก็ล้วนแต่มีเงื่อนไข-เหตุปัจจัยที่ทำให้มันเป็นไปเช่นนั้นอยู่แล้วแน่ๆ และก็เป็นเงื่อนไข-เหตุปัจจัยที่เป็นไปตามความปกติ ธรรมดา หรือเป็นไปตาม กฎเหล็กแห่งสรรพสิ่ง อันว่าด้วย เพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งจึงเป็นไป นั่นแล ไม่ได้มีอะไรที่นอกเหนือเกินไปกว่านี้

(5)

        การทำความเข้าใจกับความเป็นไปของมัน จนสามารถมองเห็นว่าเป็นสิ่งปกติ ธรรมดา โดยทั่วไป อันนี้นี่แหละ...ที่อาจพอช่วยให้ความรู้สึกขัดอก ขัดใจ ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ไม่สงบ ไม่สันติ อาจมีโอกาสลดๆ ลงมามั่ง เหมือนอย่างที่เราไม่อยากจะแก่ ไม่อยากจะตาย แต่สุดท้าย...ก็หนีไม่พ้นต้องยอมรับว่าบรรดาเงื่อนไขและเหตุปัจจัยเหล่านี้ มันเป็นสิ่งที่เรามิอาจควบคุมได้ มีแต่ต้องทำความเข้าใจ และ ทำใจ กันไปตามสภาพ จนเกิด สติ และ ปัญญา พอที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆ ทั้งหลาย ได้อย่างหนักแน่น มั่นคง ไม่เกิดอาการซัดส่าย วูบๆ ไหวๆ หวาดวิตก กังวล ทุกข์ระทม จนเกินไปนัก...

(6)

        ยิ่งถ้าหากเกิด สติ-ปัญญา ถึงขั้นสามารถ ตายก่อนตาย ได้แบบที่พวกพระสงฆ์องค์เจ้า ท่านพยายามชี้แนะ แนวทาง มาโดยตลอด อันนั้น...ยิ่งน่าจะสบายเข้าไปใหญ่ โอกาสที่จะสงบ สะอาด สว่าง เยือกเย็นเป็นน้ำ ดำรงสถานะตัวเองปานประดุจ ลิ้นงูในปากงู ไม่ถูกขบ ถูกกัด แม้ต้องอยู่ใกล้ชิดติดพันกับเขี้ยวพิษ ตะขอพิษ เพียงใดก็แล้วแต่ แต่ถ้าไม่สามารถดำรงตบะ บารมี ไปได้ถึงขั้นนั้น ก็เอาแค่ว่า...อย่าให้ถึงกับต้องหงุดหงิด รำคาญ จนเกินเหตุ พร้อมที่จะเคลื่อนไหว ผลักดัน เปลี่ยนแปลง แก้ไข ให้แต่ละสิ่งแต่ละอย่างเป็นไปตามที่เราทั้งหลายต้องการ แบบ พอเหมาะ-พอประมาณ ไม่เลยเถิด เลยธง จนกลายเป็นการทำร้ายตัวเอง และทำลายความสุข สงบ ของส่วนรวมมากมายเกินไปนัก...

(7)

        เหตุที่ต้องขึ้นธรรมาสน์วันอาทิตย์ในวันนี้กันอีกเที่ยว...ก็คงไม่ได้มีอะไรมากหรอกทั่น คือคงด้วยเหตุเพราะ ปัญหา ต่างๆ ในบ้านเมือง มันทำท่าว่าจะหนักหน่วง รุนแรง หนักหนา สาหัส ไม่แพ้กับสภาวะอากาศยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เล่นเอาใครต่อใครลุกขึ้นมาจามฟืดๆ ฟาดๆ กันไปทั้งบ้าน ทั้งเมือง เลยคงต้องขออนุญาต เทศนา เพื่อให้เกิดการ รักษาสุขภาพ ตัวเองเอาไว้มั่ง เพราะการหันมาทำความเข้าใจกับโลก กับความเป็นไปในสังคมให้ชัดๆ ให้ลึกซึ้ง ถึงแก่น จนมองเห็นถึง ความปกติธรรมดา ที่แต่ละสิ่งแต่ละอย่างย่อมต้องเป็นไปเช่นนั้น หรือเพราะ มันเป็นเช่นนั้นเอง อาจพอช่วยให้เกิด ทางสายกลาง ในการรับมือกับ ปัญหา ในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณีได้บ้าง แม้แต่เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี...


๗ กกต........เป็นอันว่า ต้องกลับไปเริ่มต้น "นับหนึ่ง" กันใหม่เพราะเมื่อวาน (๒๒ ก.พ.๖๑)

ปฏิรูประบบ 'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ'
ทุบรถ 'สะท้อนถึงราก' ระบบ
การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"