เล่นกีฬาVs.เล่นมือถือ..กระทบดัชนีความสุขสังคมวัยรุ่น


   

 

         ล่าสุดมีงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยซานดิเอโก เผยว่า “ จากการสำรวจเด็กวัยรุ่นระดับเกรด 8 และเกรด 10 ในอเมริกาจำนวน 1 ล้านคน ชี้ให้เห็นว่าการอยู่กับโซเชียลอย่างการเล่นเกม การส่งข้อความเพื่อแชทตอบโต้กัน หรือพูดคุยผ่านวิดีโอคอลในโทรศัพท์มือถือของพวกเขา นั่นไม่ได้ทำให้เด็กวัยรุ่นมีความสุข ได้เท่ากับการเล่นกีฬา หรือออกไปเจอเพื่อนได้อย่างแท้จริง” 
    
         นั่นก็เป็นเพราะว่าหน้าจอโทรศัพท์มือถือ นำพาพวกเขาให้รู้สึกเศร้าและหดหู่ และจะทำให้วัยทีนปฏิเสธ ที่จะอยู่ในโลกของความเป็นจริง 
    
         แม้ผลการศึกษาดังกล่าว อาจไม่ได้ฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีผลวิจัยอื่นๆที่แสดงให้เห็นว่า การใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น จะทำให้เกิดความทุกข์ แต่ความไม่สบายใจไม่ได้เป็นสาเหตุ ที่ทำให้คนเล่นโซเชียลมากขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งข้อมูลที่น่าสนใจจากการศึกษาของ ศ.จีน เอ็ม ทเว็น พบว่า “ภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย ในวัยรุ่นหญิงเพิ่มมากขึ้น จากการใช้โทรศัพท์มือถือของพวกเธอ” 

         เป็นเรื่องน่าตกใจหากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าปัจจุบันเด็กได้รับสมาร์ทโฟนจากผู้ปกครอง โดยมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ จากในช่วงปี 2012 จะเริ่มที่อายุ 12 ปี แต่ล่าสุดปี 2016 เด็กอายุ 10 ขวบครึ่ง ก็มีมือถือใช้กันแล้ว 
    
         ที่น่าสนใจนั้น ดร.จีน เผยว่าตัวเองได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมวัยรุ่น ตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 นั่นจึงทำให้เธอทราบทันว่า ตั้งแต่วัยรุ่นใช้สมาร์ทโฟน ทำให้พฤติกรรมและอารมณ์ เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงปี 2012 ที่เด็กใช้โทรศัพท์มือถือตั้งแต่อายุยังน้อย และจ้องอยู่กับหน้าจอนานมากขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลของนักวิจัยอีกหลายราย ที่ออกมาระบุว่า “ ตั้งแต่ปี 2012 ความมั่นใจและพอใจในรูปร่างหน้าตาของวัยรุ่นลดลง หลังเล่นสมาร์ทโฟนในช่วงปีดังกล่าว” 
    
         ดังนั้นเพื่อให้คนตระหนักถึงการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ดร.ทเว็น ชี้ว่า “เด็กที่ใช้เวลาอยู่กับมือถือ 4-5 ชั่วโมงต่อวัน จะเป็นปัจจัยเสี่ยงในการฆ่าตัวตายสูงถึงร้อยละ 71 % ไม่ว่าเด็กจะเล่นโซเชียลรูปแบบใดก็ตาม ดังนั้นประเด็นการใช้สมาร์ทโฟน ที่เกินพอดีของเด็กยุคใหม่ จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจากการติดโซเชียลของเด็กวัยรุ่น ตั้งแต่ช่วงปี 2012-2016 ไม่เพียงกินเวลาในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น แต่ยังส่งผลเรื่องการนอนหลับอีกด้วย ซึ่งกุญแจสำคัญในการใช้สมาร์ทโฟนอย่างมีความสุข คือ “การจำกัดเวลาในการเล่น” นั่นเอง และถ้าจะให้ดีต่อสุขภาพ แนะนำว่าให้เด็กวัยรุ่นอยู่กับโซเชียลได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน และก็ควรหันไปออกกำลังกาย หรือออกไปเที่ยวกับเพื่อน โดยการพูดคุยกันแบบเห็นหน้า จะเพิ่มดีกรีความสุข เมื่อนั่นสิ่งที่ได้ตามมาคือ ผู้ปกครองเองก็จะสบายใจเช่นเดียวกัน”