“สรรพากร” ปาดเหงื่อคาดยอดขอคืนภาษีปี 60 เพิ่มขึ้นล้านราย


   

“สรรพากร” ประเมินยอดผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2560 พุ่งแตะ 12 ล้านราย คาดยอดขอคืนภาษีเพิ่มขึ้นล้านราย ยอดเงินกว่า 3 แสนล้านบาท

06 ก.พ. 2561 - นางศิริวัลย์ แก้วมูลเนียม รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมฯ ประเมินว่ายอดผู้ยื่นแบบภาษีชำระภาษีบุคคลธรรมดาในรอบปี 2560 ที่เริ่มเปิดให้ยื่นตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึงต้นเดือนเม.ย.นี้ จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 11-12 ล้านราย สูงกว่าปีก่อนที่มียอดผู้ยื่นแบบภาษี 10-11 ราย เนื่องจากมีการใช้โครงสร้างภาษีใหม่ทำให้มีผู้มายื่นภาษีเพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดการคืนภาษีในปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 25% เป็น 4 ล้านราย จากปีก่อนอยู่ที่ 3 ล้านราย

ทั้งนี้ สาเหตุที่คาดว่าในปีนี้จะมีการคืนภาษีบุคคลธรรมดามากขึ้น เนื่องจากตลอดปี 2560 รัฐบาลมีการออกมาตรการนำรายจ่ายหลายชนิดมาลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำค่าใช้จ่ายจากเบี้ยประกันสุขภาพมาลดหย่อนได้ 1.5 หมื่นบาท มาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โครงการช็อปช่วยชาติ 1.5 หมื่นบาท ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซ่อมแซมมาหักลดหย่อนได้

โดยยอมรับว่าแม้ยอดการคืนภาษีที่เพิ่มขึ้นจะกระทบต่อรายได้การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรบ้าง แต่ภาพรวมถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ และขณะเดียวกันหลังจากนี้สรรพากรจะหาแนวทาง เพื่อให้มีรายได้เข้ามาทดแทน โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี รวมถึงการออกกฎหมายเพิ่มการจัดเก็บภาษีชนิดอื่น ๆ เช่น การจัดเก็บภาษีการขายสินค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีคอมเมิร์ซ) ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนรอบที่ 3

“ภาพรวมการเปิดยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาพบว่า ปัจจุบันยังมีผู้ยื่นแบบภาษีค่อนข้างน้อยกว่าที่คาด เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่อยู่ระหว่างรอใบรับรองประกันชีวิต ที่ได้รับสิทธิในการหักลดหย่อนภาษีเพิ่ม โดยในสัปดาห์นี้คาดจะมีผู้ยื่นภาษีประมาณ 1 ล้านราย  ซึ่งสรรพากรคาดว่าจากมาตรการหักลดหย่อนภาษีต่างๆของรัฐบาลที่ออกมานั้น จะทำให้กรมฯสูญรายได้บ้าง” นางศิริวัลย์ กล่าว

รายงานข่าวจากกรมสรรพากร ระบุว่า ในปีนี้ตั้งเป้าหมายการจัดเก็บรายได้อยู่ที่ 1.92 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน อยู่ที่ 1.79 ล้านล้านบาท แต่ประเมินว่าการจัดเก็บจริงทำได้ 1.86 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 5.86 หมื่นล้านบาท ส่วนการคืนภาษีคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.41 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 2.18 แสนล้านบาท  และภาษีอื่นอีก 8.21 หมื่นล้านบาท 


กรณี "ทุบรถ" ที่ประเวศ.........คือตัวอย่างยืนยันถ้าไม่ปฏิรูป "ระบบราชการ" แต่ยุคนี้-วันนี้ เมื่อศตวรรษที่ ๒๑ มาถึง ไทยก็ยังยุค "อนารยะ" คงที่

การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'