จากทุ่งใหญ่ 1 ถึงทุ่งใหญ่ 2


   

        อืมม์ม์ม์...จู่ๆ ก็ดันเกิด ทุ่งใหญ่ 2 เลียนแบบ ทุ่งใหญ่ 1 ขึ้นมาได้ในแบบไหน ยังไง ก็มิอาจสรุปได้ชัดเจน ใหญ่ 1 นั้นเกิดเมื่อปีพุทธศักราช 2516 ส่วนใหญ่ 2 นั้นดันมาเกิดปีพุทธศักราช 2561 กลับหัว-กลับหาง หมุนไป-หมุนมา จนทำให้อะไรต่อมิอะไรที่ออกจะเสียวๆ อยู่แล้ว ยิ่งน่าเสียวๆ ยิ่งขึ้นไปใหญ่...

                                   -------------------------------------------------

        ทุ่งใหญ่ 1 นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 45 ปีที่แล้ว...มาถึง ณ บัดนี้ก็แทบจำไม่ได้ ว่าต้นสายปลายเหตุ ตื้น-ลึก-หนา-บาง มันเป็นยังไงกันแน่ แต่คลับคล้ายคลับคลาว่ามีเฮลิคอปเตอร์ของทหารไปตกอยู่แถวๆ นครปฐมอะไรทำนองนั้น แต่พอตกแล้วบรรดาซากสัตว์ป่า ที่บรรดาคนใหญ่-คนโตไปไล่ล่า ไล่ฆ่า ในแถบพื้นที่เขตสงวนทุ่งใหญ่นเรศวร แล้วบรรทุกเอามากับเฮลิคอปเตอร์ มันก็เลยกลายเป็นตัวประจานความใหญ่ ความโต ความมีอำนาจ อภิสิทธิ์ จนกลายเป็นตัวจุดชนวนบานปลาย ให้เกิด เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ขึ้นมาจนได้...

                                  ------------------------------------------------

        ส่วนทุ่งใหญ่ 2 นั้น...อาจจะต่างไปซักนิด ตรงที่ไม่ได้มีเฮลิคอปเตอร์ทหาร หรือทหารคนหนึ่ง คนใด เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเลย แม้ว่า ผู้ถูกกล่าวหา ที่มีตำแหน่งเป็นถึงซีอีโอของบริษัท อิตัลไทยนั้น โดยตัวบริษัทอาจมีความคุ้นเคยอยู่กับทหารระดับใหญ่ๆ อยู่บ้างตามสมควร ด้วยเหตุเพราะเป็นบริษัทก่อสร้างที่เคยประมูลสร้างทง สร้างทาง สร้างสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับกิจการความมั่นคง หรือกิจการสาธารณะมาไม่น้อย แต่ในเมื่อรัฐมนตรีกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ที่ดันเป็นทหารไปซะอีก) ท่านออกมายืนยัน นั่งยัน ว่าจะต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ทุ่งใหญ่ 2 ก็อาจไม่ถึงขั้นบานปลาย ปลายบาน กลายเป็นตัวจุดชนวน 14 ตุลาฯ 2561 แบบที่ ทุ่งใหญ่ 1 เคยจุดชนวน 14 ตุลาฯ 2516 มาแล้ว...

                                   --------------------------------------------------

        แต่ก็นั่นแหละ...ก็ขึ้นอยู่กับว่าการ ว่ากันไปตามกฎหมาย มันจะได้รับการแปลความ ตีความ ไปในแบบไหน ในลักษณะใดกันแน่ ถ้าหากว่ากันไปตามกฎหมายแบบกรณี ลูกชายกระทิงแดง อันนั้น...คงลำบาก!!! 14 ตุลาฯ 2516 อาจเวียนมาบรรจบครบรอบกลายเป็น 14 ตุลาฯ 2561 เอาง่ายๆ ยิ่งช่วงระหว่างนี้ กฎหมาย กับ นาฬิกา มันดันทำปฏิกิริยาระหว่างกันและกัน จนทำให้คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม มันออกจะเป็นอะไรที่ตกต่ำ หมองคล้ำ อยู่พอสมควร ไม่ได้ตรงตาม ค่านิยม 12 ประการ ที่ คสช.เคยนำมาป่าวประกาศ ปานประดุจสามารถยึดถือเป็นคัมภีร์เอาไว้แต่แรก ดังนั้น...การ ว่ากันไปตามกฎหมาย คงต้องเข้มงวด เอาจริง-เอาจัง และพิถีพิถัน มิใช่น้อย...

                                 -------------------------------------------------

        เพราะช่วงปี 2561 กับ 2516 นั้น...อะไรต่อมิอะไรมันอาจผิดแผก แตกต่าง ไปแบบคนละเรื่อง คนละม้วน ประมาณสังคม 4.0 กับสังคม 2.0 อะไรประมาณนั้น การอาศัยเทคโนโลยีดิจิตอลผลิต นวัตกรรมใหม่ๆ จนอาจทำให้ ทุ่งใหญ่ 2 กับ ทุ่งใหญ่ 1 กลายเป็น คนละเรื่องเดียวกัน ไปจนได้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเป็นไปได้เอาซะเลย เพราะแค่ นาฬิกาบิ๊กป้อม เรื่องเดียว...ก็ตายแล้ว!!! เจอเข้ากับนวัตกรรมท่าสะพานโค้ง ของบรรดาพวกโซเชียล มีเดีย ที่มันขยันขันแข็งซะเหลือเกิน ไปขุดเอานาฬิกาเรือนที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ไปถึงที่ 20-30 เรือนเข้าไปแล้ว เล่นเอารัฐบาลออกอาการคล้ายๆ คุณน้อง ลำไย ไหทองคำ เข้าไปทุกที คือชักจะเด้งหน้า เด้งหลัง แอ่นไป แอ่นมา อะไรที่โหนกๆ นูนๆ เริ่มเห็นๆ กันแบบถนัดชัดตา...

                                    --------------------------------------------------

        ด้วยเหตุนี้...มันเลยคงต้อง เสียวๆ เอาไว้ก่อน เพราะนับวันหน้าตาของรัฐบาล บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก ออกจะคล้ายๆ หรือถูกทำให้คล้ายกับหน้าตาของรัฐบาล ถนอม-ประภาส-ณรงค์ เข้าไปทุกที คือออกไปทาง รัฐบาลเพื่อน-พ้อง-น้อง-พี่ ซะเป็นหลักใหญ่ จะรักเฉพาะ น้อง แต่ไม่รัก พี่ ก็ทำไม่ได้ซะอีกต่างหาก ต้องให้รักทุกๆ คนในคอรอมอ รักนายกรัฐมนตรีแล้วยังต้องรักรองนายกรัฐมนตรี รักทุกๆ คนในรัฐบาลอย่างมิอาจปฏิเสธได้ อันนี้...มันก็เลยทำให้ ทุ่งใหญ่ 2 ก่อให้เกิดความหวาดเสียว พอๆ กับ ทุ่งใหญ่ 1 ไปด้วยประการฉะนี้...

                                -------------------------------------------------------

        แต่ก็เถอะ...ในเมื่อ ทุ่งใหญ่ 2 กับ ทุ่งใหญ่ 1 มันย่อมผิดแผก แตกต่าง กันไปในทุกฉาก ทุกกาล สถานที่ แม้ว่า วงรอบแห่งกาลเวลา นั้น มันจะหมุนไป-หมุนมาแบบเดียวกับ ล้อเกวียน แต่ภายใต้แรงหมุน แรงผลัก ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ประวัติศาสตร์ในอดีต กับปัจจุบันและอนาคต มันจึงอาจไม่ถึงกับตรงตามกับสิ่งซึ่งเคยอุบัติขึ้นมาแบบชนิดเป๊ะๆๆ โดยเฉพาะ...ถ้าหากผู้ที่อยู่ในปัจจุบันและอนาคต สามารถหยิบเอาสิ่งซึ่งเคยเกิดขึ้นมาในอดีต มาใช้เป็น บทเรียน ได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ สิ่งที่เรียกๆ กันว่า ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ก็คงมิอาจเกิดขึ้นได้ง่ายๆ อย่างเช่นที่หนังแอคชั่น ผจญภัย ของพวกฝรั่งฮอลลีวู้ด เรื่อง Back to the Future หรือ เจาะเวลาหาอดีต มันได้สรุปเอาไว้ในตอนท้ายภาคจบ หรือภาค 3 นั่นแหละว่า “ด้วยเหตุเพราะอนาคตนั้น เป็นสิ่งซึ่งยังไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมา ดังนั้น...ทุกสิ่งทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับปัจจุบัน ว่าเราจะเขียนให้มันเป็นไปในรูปไหนก็ย่อมได้”...

                                   --------------------------------------------------

        ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก George Santayana (อีกครั้ง)... “Those who cannot remember the past are condemned to repeat it.- ผู้ใดที่ไม่จดจำอดีต ผู้นั้นมีกรรม...ให้จำต้องย้อนรอยอดีต”

                                     ----------------------------------------------------


๗ กกต........เป็นอันว่า ต้องกลับไปเริ่มต้น "นับหนึ่ง" กันใหม่เพราะเมื่อวาน (๒๒ ก.พ.๖๑)

ปฏิรูประบบ 'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ'
ทุบรถ 'สะท้อนถึงราก' ระบบ
การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"