สัประยุทธ์รายวันบนหน้าสื่อ รุมสกรัม 'คสช.-ประยุทธ์'


   

      ปัญหานาฬิกาเพื่อนและแหวนเพชรแม่ ทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถูกต้อนเข้ามุมจนกล่าวได้ว่า จนตรอก 

        ประกอบกับ สนช. เขียนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ด้วยการขยายเวลาออกไปอีก 90 วัน การไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้เสียที แถมยังใช้มาตรา 44 ใช้แท็กติกออกคำสั่งเซตซีโรสมาชิกพรรค การตั้งข้อหาผู้ที่ร่วมชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ ฯลฯ 

      กลายเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายไม่พอใจนำมาเป็นเหตุเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์โจมตี คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชนิดไม่ยั้งมือและไม่เกรงใจหรือเกรงกลัวกันอีกแล้ว สถานการณ์ทางการเมืองจึงเข้มข้นดุเดือดร้อนแรงขึ้นทุกขณะ

      เมื่อไปสำรวจตรวจสอบฝ่ายที่อยู่ตรงข้าม คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ออกมาโจมตีกดดัน เรียกร้องกันชนิดรายวันทางสื่อโซเชียลและสื่อมวลชนให้ คสช.จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว พบว่ามีจำนวนมากเทียบไม่ได้กับฝ่าย คสช.และรัฐบาลที่แทบไม่มีใครออกมาปกป้องและแก้ต่างให้

      การ "สัประยุทธ์" (สับ-ประ-ยุด) รบพุ่งชิงชัยที่ฝ่ายตรงข้าม คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์เรียงแถวออกมาถล่มรุมสกรัมบนหน้าสื่อแบบรายวันในรอบ 1 เดือนเศษนับแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา

      ประมวลรายชื่อได้ดังนี้ นำโดย พรรคเพื่อไทย ได้แก่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายวัฒนา เมืองสุข, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายชัยเกษม นิติสิริ, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายสมคิด เชื้อคง, นายอำนวย คลังผา, นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, นายวรชัย เหมะ, นายพิชัย นริพทะพันธุ์

      ส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, นายองอาจ  คล้ามไพบูลย์, นายวัชระ เพชรทอง, นายวิรัตน์ กัลยาศิริ, นายวิรัช ร่มเย็น, นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์,  นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข, นายสาธิต ปิตุเตชะ

      พรรคชาติไทยพัฒนา ได้แก่ นายนิกร จำนง, นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นักวิชาการ ได้แก่  นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

      องค์กรเอกชนและองค์กรมวลชน ได้แก่ นางรสนา โตสิตระกูล, นายศรีสุวรรณ จรรยา, นายวีระ  สมความคิด, นายสมบัติ บุญงามอนงค์, นายประสาร มฤคพิทักษ์, นางทิชา ณ นคร, นายประพันธ์ คูณมี นอกจากนี้ยังมี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต., นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต., นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา

      แต่ละคนจากภาคส่วนต่างๆ ที่กล่าวมานี้ใช้วิธีเขียนข้อความลงในเฟซบุ๊กของตัวเอง แล้วแพร่กระจายออกไปทางสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นสื่อมวลชนกระแสหลักจับมานำมาเสนอเป็นข่าวในสื่อหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ ไม่ต้องนัดนักข่าวมาฟังแถลงหรือรอให้โทรศัพท์มาสัมภาษณ์เหมือนในอดีต

      สำหรับพลพรรคของ คสช.ที่เคยอยู่ฝั่งเดียวกัน และเคยเป็นกระบอกเสียงออกมาแก้ต่างตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามให้ก็หายหน้าไปจากสื่อ ไม่ว่าจะเป็น นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธาน สปท., นายวันชัย สอนศิริ อดีต สปท., นายไพบูลย์ นิติตะวัน, นายสมชาย แสวงการ สนช.

      ที่เสียงไม่ค่อยดังเหมือนเคย

      ในส่วนของสื่อมวลชนที่เป็นหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ก็นำเสนอข่าวสารทุกฝ่าย แต่เมื่อฝ่ายต่อต้านดาหน้าออกมาถล่มย่อมได้พื้นที่จากหน้าสื่อไปมากกว่าฝ่ายของ คสช.และรัฐบาล พร้อมกันนี้คอลัมนิสต์และบทวิเคราะห์วิจารณ์ก็เปิดหน้าชนอย่างตรงไปตรงมาและรุนแรงขึ้นตามลำดับ

      ขณะที่ฝ่าย คสช.และรัฐบาล มีคนมาชี้แจงหรือแก้ข่าวเพียงไม่กี่คน เช่น พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก, นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ,  นายไพศาล พืชมงคล ท่ามกลางสภาวะขาลงของตัวเองที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือและถูกจับผิดซ้ำ

      โดยสรุปเห็นได้ว่า บนกระดานการต่อสู้ด้วยข่าวสารผ่านหน้าสื่อ ฝ่ายต่อต้าน คสช.และรุกไล่ พล.อ.ประยุทธ์มีกำลังมากกว่า และเรียงหน้ากันออกมาปล่อยหมัดเป็นรายวัน

        ระหว่างอำนาจเบ็ดเสร็จของ คสช.กับกระแสสังคมที่ปฏิเสธ คสช. ใครจะเป็นฝ่ายกำชัยชนะ อีกไม่นานคงได้รู้กัน.


"ตำรวจ" ดาวอะไร ผมไม่รู้?รู้แต่ว่า ช่วงนี้ "เฮี้ยน""เฮี้ยน" นะครับ ไม่ใช่ "เพี้ยน"!เป็นเฮี้ยนลักษณะ "ขาลง" จนน่าเป็นห่วง

'จ้างก็กัดรัฐบาล คสช.ไม่เข้า'
มาตรฐานไหนใช้คว่ำ ๗ กกต.?
ปฏิรูประบบ 'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ'
ทุบรถ 'สะท้อนถึงราก' ระบบ
การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก