ผ่าทางตันโรงไฟฟ้าถ่านหินเล็งขอซื้อจากกัมพูชา


   

 

        งานเสวนาเรื่อง"ผ่าทางตัน : โรงไฟฟ้าถ่านหิน" นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ระบุว่าการที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายให้เลื่อนการดำเนินงานโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และเทพา ไปอีก 3 ปี ถือว่ายังไม่ล่าช้าเกินไป เพราะยังมีไฟฟ้าให้ใช้เพียงพอต่อความต้องการของภาคใต้ไปอีก 2-3 ปี หากได้ผลสรุปภายในระยะ 3 ปี และสามารถดำเนินการได้เลย จะไม่มีปัญหากับไฟฟ้าในภาคใต้ แต่ยังมีความกังวลอยู่ว่า หากในช่วงเวลาภายใน 3 ปี มีการเปลี่ยนคณะรัฐบาลชุดใหม่ หรือ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานคนใหม่ จะทำให้นโยบายการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่ายหินเปลี่ยนไป จะต้องมาทบทวนแผนใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง

 

 

        ทั้งนี้การดำเนินงานของรัฐบาลเบื้องต้น ต้องมีการคิดใหม่ทำใหม่ ปรับการบวนการพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตั้งแต่แรก เปิดโอกาสให้เสนอสถานที่หรือโครงการที่สอดคล้องกับรัฐบาล รวมทั้งให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดสิทธิประโยชน์ ตอบแทนหรือมาตรการดูแลผลกระทบ ขณะที่การจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(อีเอชไอเอ) ควรจะให้หน่วยงานที่เป็นกลางมาดำเนินงานแทน

 

 

        นายบรรพต แสงเขียว รองประธานบริษัท เกาะกง ยูนิลิตี้ จำกัด กล่าวว่าทางบริษัทมีแผนที่จะร่วมทุนกับ Norinco International จากประเทศจีนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศกัมพูชา กำลังการผลิต 4,000 เมกะวัตต์ เพื่อส่งขายให้กับภาคใต้ของประเทศไทยในราคา 2.67 บาทต่อหน่วย ในระยะสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 30 ปี

 

 

        ทั้งนี้ในเบื้องต้นทางกระทวงพลังงานของกัมพูชาได้ส่งหนังสือมาทางรัฐบาลไทยแล้วเมื่อช่วงปลายปี 2560 เพื่อดำเนินการส่งไฟมาที่ไทย ซึ่งยังรอคำตอบจากรัฐบาลไทยอยู่ ซึ่งหากได้รับความชัดเจน บริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและสายส่งมายังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และกระจายสู่จังหวัดในภาคใต้ผ่านสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) โดยคาดว่าในปี 2567 จะนำร่องส่งไฟฟ้าได้ 1,000 เมกะวัตต์ และทยอยเพิ่มกำลังการผลิตจนครบ 3,800 เมกะวัตต์

 


๗ กกต........เป็นอันว่า ต้องกลับไปเริ่มต้น "นับหนึ่ง" กันใหม่เพราะเมื่อวาน (๒๒ ก.พ.๖๑)

ปฏิรูประบบ 'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ'
ทุบรถ 'สะท้อนถึงราก' ระบบ
การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"