ยธ.เล็งเริ่มสอบ ตำรวจไซด์ไลน์ ‘สมยศ’กลับลำ


   

“ประจิน” รับลูกเตรียมคุ้ยตำรวจไซด์ไลน์   บี้ สตช.ต้องทำหน้าที่นำร่องด้วย “วัชระ” ยื่นหนังสือ “พรเพชร” แจงผิดมาตรฐานจริยธรรมแทบทุกหมวด ชงเรียกคืนเงินเดือน-กระบี่พระราชทาน  

เมื่อวันศุกร์ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง   อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประกาศตัวว่าเป็นตำรวจไซด์ไลน์ อาชีพที่แท้จริงคือนักธุรกิจ ว่าเรื่องนี้ต้องไปตรวจสอบก่อนว่า ศอตช.จะสามารถเข้าไปดำเนินการตรวจสอบอย่างไรได้บ้าง เพราะเป็นเพียงการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในกรณีดังกล่าวต่อเนื่องจากคดีค้ามนุษย์ในสถานอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท ซึ่งอาจมีประเด็นเรื่องเงินที่อาจจะผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนนี้มีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำลังตรวจสอบอยู่ 

"กรณีรับเงินเดือนเต็มจำนวนแล้วทำงานไม่เต็มที่  เป็นประเด็นที่ต้นสังกัดต้องเข้าไปดำเนินการ ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมอาจไม่สามารถดำเนินการได้  เพราะเป็นเพียงการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่จะขอรับไว้พิจารณาเพื่อเริ่มต้นการตรวจสอบว่าสามารถทำอย่างไรได้บ้าง" พล.อ.อ.ประจินกล่าว

วันเดียวกัน นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นหนังสือต่อ น.ส.สุภางจิตต ไพรเพทพิสัย รองเลขาธิการวุฒิสภา ผ่านไปยังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขอให้พิจารณาสอบสวน พล.ต.อ.สมยศ สมาชิก สนช. ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ กรณียืมเงิน 300 ล้านบาทจากกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท และขอให้ประธาน สนช.ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ ปปง.ตรวจสอบ เพราะอาจมีความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.และ ปปง.

นายวัชระระบุว่า การยืมเงินดังกล่าวผิดมาตรฐานจริยธรรมฯ ทั้งในหมวด 1 ข้อ 9 ที่ว่า ต้องไม่ขอ ไม่เรียก ไม่รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในประการที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่, ข้อ 10 ต้องไม่รับของขวัญของกำนัล ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เว้นแต่เป็นการรับจากการให้โดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับให้รับได้, หมวด 2 ข้อ 17 ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง, ข้อ 19 ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติหรือผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่, หมวด 3 ข้อ 21 ปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มกำลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อ 22 อุทิศเวลาแก่ทางราชการ ไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่น และหมวด 4 ข้อ 27 การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามาตรฐานทางจริยธรรม โดยในหมวด 1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง

 “ขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.สมยศ โปรดคืนเงินเดือนตั้งแต่ดำรงตำแหน่งยศ พล.ต.ต. ถึง พล.ต.อ. และกระบี่พระราชทานคืนต่อแผ่นดิน เพราะท่านบอกว่าตำรวจเป็นไซด์ไลน์ และขออยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่ามีมาตรฐานอย่างไรในการพิจารณาบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.และ สนช. ทำไมตั้งคนเช่นนี้มาเป็น ซึ่งผมจะได้ยื่นการยืมเงินดังกล่าวต่อ ป.ป.ช.และ ปปง.อีกครั้งด้วย” นายวัชระกล่าว

ด้าน พล.ต.อ.สมยศได้ออกหนัง สือชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า การพูดประ โยคดังกล่าวออกไปเจตนาคือ ตอบคำถามผู้สัมภาษณ์กรณีที่มีการกล่าวหา และนำชื่อตนเองไปพาดพิงในคดีวิคตอ เรีย ซีเครท จึงตอบคำถามเพื่อสื่อให้เข้าใจว่า รายได้ส่วนใหญ่มาจากการทำธุรกิจและลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เป็นหลัก ส่วนรายได้ที่ได้รับจากการทำหน้าที่ตำรวจเป็นรายได้รอง เพราะไม่เคยรับส่วยจากธุรกิจที่ผิดกฎหมาย และไม่เคยรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชาเลย และด้วยอารมณ์และความรู้สึกในขณะนั้น จึงทำให้มีคำพูดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกหรือความเข้าใจไปต่างๆ นานา โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาในเชิงลบตามที่เป็นข่าว หรือจะทำให้เกิดความรู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจของเพื่อนข้าราชการตำรวจ

“ตลอดชีวิตการรับราชการของ ตน ผมรักและภาคภูมิใจในอาชีพตำรวจ เป็นอย่างมาก ไม่เคยคิดดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลนในอาชีพตำรวจแต่อย่างใด” พล.ต.อ.สมยศกล่าว.


กรณี "ทุบรถ" ที่ประเวศ.........คือตัวอย่างยืนยันถ้าไม่ปฏิรูป "ระบบราชการ" แต่ยุคนี้-วันนี้ เมื่อศตวรรษที่ ๒๑ มาถึง ไทยก็ยังยุค "อนารยะ" คงที่

การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'