ลงแล้วลงเลย!!!


   

        จบ โรดแมป เมื่อไหร่...ก็น่าจะ โรดหมด เมื่อนั้น!!! ไม่น่าจะมี โรดหมับ อย่างที่ใครต่อใครเคยเชียร์ๆ ให้หมุบๆ หมับๆ เขาจับเขาจี๋ ให้อยู่ยาวว์ว์ว์ไปอีก 5 ปี 10 ปี 20 ปี อะไรประมาณนั้น คือเมื่อมาถึงขั้นนี้ ถึง ณ ขณะนี้...น่าจะอยู่ในขั้น หมดแล้ว คิดจะไปต่อยังไง ก็ไม่น่าจะไปไหว เนื่องจากช่วงจังหวะ “ขาลง” ดูๆ มันจะออกไปทางแบบ ลงแล้วลงเลย แทบมองไม่เห็นบันไดขึ้นใดๆ แม้แต่น้อย...

                                  -----------------------------------------------

        เรียกว่า...ขนาดมีเรื่อง เสือดำ เข้ามาคั่น มี หวยครูปรีชา-หมวดจรูญ มาคอยเป็นตัวถ่วง มีคนอยู่ต่างประเทศ 2 คน โผล่มาพร้อมๆ กับ กองหลอน อันอาจหยิบมาใช้เป็นเงื่อนไขเรียก กองหนุน กลับเข้าประจำการได้อีกครั้ง แต่กระนั้น...เรื่อง นาฬิกาบิ๊กป้อม ยังอุตส่าห์โผล่กลับมาอีกจนได้ แถมโผล่คราวนี้...เล่นเอาคอรอมอ.แทบ วงแตก ไม่รู้ไผเป็นไผ ใครเป็นใคร ใครอยู่สายไหนต่อสายไหน จะเลิฟมี เลิฟมายด๊อก แบบต้องรักกันไปทั้งครอก คงไม่ได้อีกแล้ว เพราะโดยลักษณะสายพันธุ์น่าจะผิดแผกแตกต่างไปบ้าง ส่วนใครเป็นสายบางแก้ว สายฝรั่ง พุดเดิ้ล อัลเซเชียน ฯลฯ อันนั้นคงต้องไปแยกแยะกันเอาเอง แต่โดยสีสัน บรรยากาศ น่าจะออกไปทางจงลง...จงลง...จงลง ชนิดแทบไม่เหลือ ขาขึ้น ใดๆ เอาไว้เลย...

                                  --------------------------------------------------

        ยิ่งถ้าช่วงใกล้ๆ เลือกตั้ง...ยิ่งน่าจะโกบิ๊ก ไปกันใหญ่ คือขนาดแค่นี้...ยังแค่นั้น ถ้าหากแค่นั้น...แล้วจะขนาดไหน คือขนาดยังไม่คิดจะปลดล็อก ยังคุมเข้ม สามารถใช้ช่อง ใช้โอกาสหาเสียงได้อยู่ฝ่ายเดียว ฝ่ายอื่นๆ ถูกมัดไว้หมด แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะช่วยให้อะไรขึ้นๆ ได้มากมายซักเท่าไหร่ ดังนั้น...เมื่อไหร่ที่คลายล็อก ปลดล็อก เปิดช่องให้ฝ่ายอื่นออกอาวุธแบบเต็มเม็ด เต็มสูบ อะไรที่มันอาจหนักๆ ซะยิ่งกว่าเรื่อง นาฬิกาบิ๊กป้อม คงทยอยออกมาอีกเป็นชุดๆ ถึงจะแก้ตัว แก้ไขในลักษณะไหน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะช้ำ น่าจะกรอบเป็นข้าวเกรียบ ไม่ได้ตรงตามคุณลักษณะแห่งความเป็น คนนอก ที่จะต้องเน้นความสดๆ ซิงๆ ให้มากๆ เข้าไว้...

                                  ---------------------------------------------------

        ด้วยเหตุนี้...ใครก็ตามที่ยังคิดแบกหาม บิ๊กตู่ ขึ้นเสลี่ยง ประแป้ง อาบน้ำ แต่งตัวเตรียมไว้เป็น นายกฯ คนนอก หลังการเลือกตั้งครั้งใหม่ผ่านพ้นไปแล้ว คงต้องคิดใหม่ ทำใหม่ หรือคงต้องใคร่ครวญ หวนคิด หันมาทบทวนสิ่งที่ตัวเองเคยคิดๆ เคยตั้งเอาไว้เป็นสูตร เป็นสมการทางการเมือง เป็นคณิตศาสตร์ทางการเมืองไม่ว่ารูปใด แบบใด ว่านอกเหนือไปจากตัวเลข มันยังต้องมีอะไรอื่นๆ เป็นองค์ประกอบอีกด้วยหรือไม่ ในเมื่อเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือนภายังมีอากาศ เหนือกระดาษยังมีซาลาเปา จะเอาแค่ตัวเลขมาบวก-ลบ-คูณ-หาร ถอดรูท ถอดสมการ เพียงเพื่อให้นายกฯ คนนอกต้องเป็น บิ๊กตู่ ให้จงได้!!!! อันนั้น...แม้จะถือเป็นความรัก ความปรารถนาดี เป็นรสนิยมในทางส่วนตัวก็ตาม แต่เผลอๆ อาจกลายเป็นการสร้างความทุกข์ ความเดือดร้อน ให้แก่ส่วนรวม โดยตัวเองไม่รู้ตัวเอาเลยก็ไม่แน่...

                               ---------------------------------------------------------

        คือบรรดาผู้ที่เคยเป็น กองหนุนบิ๊กตู่ หรือยังดำรงฐานะเป็นกองหนุนอยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้ คงต้องยอมรับว่า...โดยส่วนใหญ่ มักมีพื้นฐานที่มาจากความรู้สึกรัก ปรารถนาดี ต่อส่วนรวม ต่อชาติ บ้านเมือง อย่างบริสุทธิ์ใจมาตั้งแต่ต้นนั่นแหละ ไม่ได้เป็นเพราะไปหลงใหลมนต์เสน่ห์แห่งความวี้ดๆ แว้ดๆ จนถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ได้ปักใจ ดื่มด่ำ กับคุณสมบัติส่วนตัวของ “บิ๊กตู่” จนพร้อมแปรสภาพตัวเองเป็น ติ่ง แบบประเภท ครูหยุย ไปด้วยกันซะทั้งหมด แต่ด้วยเหตุเพราะความห่วงใยที่มีต่อชาติ บ้านเมือง เมื่อเห็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ การดำรงสถานะที่พอช่วยให้ปัญหาต่างๆ ในบ้านเมือง มันพอลดๆ ลงไปได้มั่ง ใครต่อใครจึงอาสาสมัครมาเป็น กองหนุน กันชนิดเต็มบ้าน เต็มเมือง...

                               -----------------------------------------------------

        ส่วนการที่กองหนุนค่อยๆ หายไป หรือแปรสภาพเป็นกองเกิน ก็ใช่ว่าเพราะความไม่ชอบใจในทางส่วนตัว เพราะรสนิยม หรือเพราะความเมื่อยเนื้อ เมื่อยตัว เมื่อยหู ที่มีต่อ บิ๊กตู่ ล้วนๆ ก็หาไม่ แต่น่าจะเป็นเพราะความรู้สึกห่วงใยที่มีต่อส่วนรวม ต่อชาติบ้านเมือง ที่นับวันมันชักจะค่อยๆ หวนกลับคืนขึ้นใหม่ จนก่อให้เกิดความไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจ ชนิดบางครั้ง บางครา กลายสภาพไปเป็นความไม่ศรัทธา ไม่ไว้วางใจไปเลยก็มี อันนั้นนั่นแหละ...ที่เป็นต้นเหตุให้กองหนุนหายไปเป็นกะบิๆ...

                               ----------------------------------------------------

        แต่ก็ใช่ว่า...ที่หายๆ ไปนั้น จะตัดสินใจ ปลดประจำการ เลิกยุ่ง เลิกเกี่ยว เลิกห่วงใยบ้านเมือง อย่างเป็นการถาวรก็หาไม่ ตรงกันข้าม...กลับยิ่งเป็นห่วงเป็นใย ยิ่งค้นคิด ค้นหา ยิ่งสอดส่ายสายตา มองหาทางออก ทางไป กันอย่างเต็มสูบ เต็มด้าม เพียงแต่ว่าทางออก ทางไปที่ว่านั้น คงไม่จำเป็นที่จะต้องเอา บิ๊กตู่ เป็นตัวตั้ง จนไม่เหลือทางเลือกใดๆ ที่นอกเหนือไปจากนี้ ด้วยเหตุนี้...บรรดาผู้ที่ยังคิดดำรงตนเป็น กองหนุน กันต่อไป ก็อย่าถึงกับต้อง ไพบูลย์ นิติตะวัน เกินไปนัก เอาส่วนรวม เอาชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้งเข้าไว้นั่นแหละดี ส่วนบิ๊กตู่ บิ๊กป้อม บิ๊กป๊อก หรือบรรดาเพื่อน-พ้อง-น้อง-พี่ทั้งหลาย หลัง โรดแมป คงต้องปล่อยให้ โรดหมด ไปตามสภาพ อย่างน้อย...อาจพอช่วยให้เห็นทางเลือก ตัวเลือกใหม่ๆ ขึ้นมาได้มั่ง....

                              -----------------------------------------------------

        ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Sanskrit proverb... “Four things come not back : The spoken word ; the sped arrow; time past ; the neglected opportunity.-สี่สิ่งนี้ไปแล้วไม่กลับ...คำพูดที่ออกจากปาก ลูกศรที่ยิงออกไปแล้ว เวลาที่ผ่านไป โอกาสที่ล่วงเลย...”

                              ---------------------------------------------------------