โสมระอุทหารฝ่ายเหนือหนีข้ามแดน


เพิ่มเพื่อน    


ทหารโสมแดงประจันหน้าทหารโสมขาวที่หมู่บ้านปันมูนจอมเมื่อวันที่ 27 พ.ย. (แฟ้มภาพafp)

สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีที่ตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งระอุซ้ำ ทหารเกาหลีเหนือแปรพักตร์อีก 1 นาย อาศัยหมอกหนาบังตาหนีข้ามชายแดนมายังเกาหลีใต้ ทหารกองกำลังรักษาชายแดนของเกาหลีใต้ต้องยิงปืนเตือนข้ามชายแดนเกาหลีเหนือหลายนัด สกัดทหารเกาหลีเหนือหลายนายที่มุ่งหน้าเข้าใกล้เส้นแบ่งเขตทหาร

เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้คนหนึ่งเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม 2560 ว่าทหารเกาหลีใต้ได้ยิงปืนเตือนไปกว่า 20 นัด เพื่อเตือนทหารเกาหลีเหนือที่กำลังคืบเข้าใกล้ "เส้นแบ่งเขตทางทหาร" ที่เขตปลอดทหาร เพื่อค้นหาทหารแปรพักตร์นายนี้

การแปรพักตร์เมื่อวันพฤหัสบดีเกิดขึ้นไล่หลังเพียง 5 สัปดาห์ หลังจากทหารเกาหลีเหนือนายหนึ่งหนีข้ามแดนผ่านหมู่บ้านสงบศึกแล้วโดนยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เปิดเผยด้วยว่า พบพลเรือนเกาหลีเหนือ 2 คนเดินทางเรือประมง หวังจะแปรพักตร์เช่นกัน

ตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่ทางการเกาหลีใต้ระบุว่า การแปรพักตร์ล่าสุดนี้ทำให้จำนวนชาวเกาหลีเหนือที่ยอมเสี่ยงใช้เส้นทางอันตราย ไม่ว่าด้วยการข้ามพรมแดนทางบกหรือทางทะเล มีถึง 15 คนแล้วในปีนี้ รวมถึงทหาร 2 นาย เป็นจำนวนที่มากกว่าปีที่แล้ว 3 เท่า

คาบสมุทรเกาหลีมีความตึงเครียดสูงมากอยู่แล้วในขณะนี้ สืบเนื่องจากเกาหลีเหนือเร่งทดสอบพัฒนาโครงการมิสไซล์และนิวเคลียร์ของตนในปีนี้ อย่างท้าทายแรงกดดันจากนานาประเทศและข้อมติลงโทษขององค์การสหประชาชาติ

การแปรพักตร์ของคนเกาหลีเหนือยังเพิ่มความยุ่งยากแก่ความพยายามของเกาหลีใต้ ที่คาดหวังให้การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวพยองชัง 2561 ซึ่งจะเริ่มเปิดฉากในเดือนกุมภาพันธ์ ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นที่สุด

ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ กล่าวไว้เมื่อวันอังคารว่า เขาได้เสนอต่อสหรัฐ ขอเลื่อนการฝึกซ้อมทางทหารครั้งใหญ่ประจำปีหน้าออกไปจนกระทั่งการจัดการแข่งขันผ่านพ้นไปแล้ว โดยหวังว่าจะคลี่คลายความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลในกรุงโซลจะกล่าวในเวลาต่อมากว่า การเลื่อนการซ้อมรบร่วมยังมีเงื่อนไขว่าเกาหลีเหนือต้องไม่แสดงพฤติกรรม "ยั่วยุ"

กองทัพที่ 8 ของสหรัฐ ออกแถลงการณ์ทางออนไลน์ ว่ามีใบปลิวและซีดีโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือจำนวนมากอย่างน่าสังเกต แจกจ่ายใน "ตำแหน่งที่ตั้งทางยุทธศาสตร์" ของฐานทัพสหรัฐหลายแห่งในเกาหลีใต้ คำเตือนเรียกร้องให้ทหารรายงานหากพบบุคคลน่าสงสัย เพื่อช่วยเหลือต่อการจัดการกับ "ภัยคุกคามภายใน" ที่อาจก่อกวนปฏิบัติการทางทหารได้

สหรัฐมีทหารประจำการอยู่ในเกาหลีใต้ 28,500 นาย โดยเป็นผลลัพธ์ของสงครามเกาหลี ขณะที่เกาหลีเหนือมักกล่าวว่า การฝึกทางทหารระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐนั้นเป็นการโหมโรงก่อนการรุกรานตน รัฐบาลเปียงยางมักจะข่มขู่ว่าจะทำลายสหรัฐและเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสองชาติพันธมิตรสำคัญของสหรัฐในภูมิภาคนี้

รัฐบาลเกาหลีใต้กล่าวว่า ในปีนี้มีชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์เข้ากับเกาหลีใต้แล้วมากกว่า 880 คน แต่เกือบทั้งหมดเลือกใช้เส้นทางผ่านจีน ซึ่งอันตรายน้อยกว่าหนทางอื่น ทั้งนี้การเลือกใช้เส้นทางผ่านจีนซึ่งเป็นเพื่อนบ้านติดกันและเป็นมหาอำนาจเพียงชาติเดียวที่เป็นมิตรกับเกาหลีเหนือ หมายถึงพวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงเขตปลอดทหาร ซึ่งมีทั้งกับระเบิด รั้วลวดหนาม กล้องตรวจการณ์ รั้วไฟฟ้า และทหารติดอาวุธหลายพันนายจากทั้งสองฝั่งพรมแดน

จำนวนชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ที่สามารถเดินทางถึงเกาหลีใต้ได้สำเร็จลดจำนวนลงนับแต่คิม จองอึน ขึ้นครองอำนาจปลายปี 2554 ผู้แปรพักตร์และผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า อาจเกี่ยวโยงกับการปราบปรามของรัฐบาลเกาหลีเหนือ

ทางการเปียงยางยังไม่มีท่าทีต่อเหตุการณ์ล่าสุดนี้ แต่สื่อของทางการเกาหลีเหนือได้เผยแพร่แถลงการณ์ปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ที่บอกว่าเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์หลายครั้งในช่วงไม่นานมานี้

รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือว่าโจมตีทางไซเบอร์เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาล, ธนาคาร และบริษัทหลายแห่ง พวกนักวิจัยก็กล่าวเช่นกันว่า เกาหลีเหนือน่าจะอยู่เบื้องหลังการโจมตีระบบปริวรรตเงินตราเสมือนจริงด้วย.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"