กรมการค้าภายในยกระดับตลาดกลางสัตว์น้ำ“ตลาดทะเลไทย” สมุทรสาคร เป็นต้นแบบ มุ่งเสริมสร้างการซื้อขายที่เป็นธรรม


   

ตลาดทะเลไทย ศูนย์ค้าอาหารทะเลแบบครบวงจร จังหวัดสมุทรสาคร สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับประเทศสูงกว่า 2.3 หมื่นล้านบาทต่อปี

            

โดยจังหวัดสมุทรสาคร  เป็นจังหวัดชายทะเลอยู่ห่างจากกรุงเทพฯเพียง 26 กิโลเมตร ถือเป็นจังหวัดที่อยู่ติดแนวชายฝั่งที่อุดมไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด และเป็นแหล่งอาหารทะเลที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งซื้อขายและจุดกระจายสินค้าสัตว์น้ำใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีตลาดทะเลไทย ซึ่งเป็นตลาดกลางสัตว์น้ำ ภายใต้การส่งเสริมของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการซื้อขายอาหารทะเลสดรวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มียอดมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า 23,000 ล้านบาท ต่อปี

 

      นายฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปชัย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ตลาดทะเลไทย ถือเป็นตลาดกลางสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ที่แปรสภาพมาจากสัตว์น้ำ ภายใต้การส่งเสริมและดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลใกล้กับทะเลชายฝั่งและยังเป็นศูนย์กระจายสินค้าสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับโรงงานแปรรูปอาหารทะเล รวมไปถึงมีห้องเย็นจำนวนมาก เพียงพอต่อการส่งออกและแปรรูป

 

      ประกอบกับการส่งเสริมของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ที่เข้ามาสร้างมาตรฐานการผ่านโครงการตลาดกลางรูปแบบสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ที่แปรสภาพมาจากสัตว์น้ำ เพื่อตลาดทะเลไทยเกิดการซื้อขายที่เป็นธรรม โดยการสนับสนุนตาชั่ง หรือ เครื่องชั่งกลางให้กับตลาด เพื่อให้ผู้บริโภคได้ชั่งเพื่อทดสอบน้ำหนัก พร้อมทั้งควบคุมการติดป้ายแสดงราคาสินค้าให้มีความชัดเจน เป็นต้น ขณะที่ ทางตลาดทะเลไทยยังได้มีการดำเนินการรูปแบบการซื้อขายแบบครบวงจรทำให้มูลค่าการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

      โดยการบริหารจัดการตลาดกลางทะเลไทยนั้น ได้แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ ตลาดขายปลีกและตลาดขายส่ง โดยตลาดขายส่งจะแยกเป็น 2 ประเภท คือ แพกุ้งประมาณ 136 แพ และแพปลา 120แพ ซึ่งถือเป็นแหล่งรวมแพกุ้งและแพปลาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ส่วนตลาดค้าปลีก จะเป็นแหล่งรวมผู้ซื้อผู้ขายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปทุกประเภท เช่น หอยจ้อ ลูกชิ้น ปูอัด รวมถึงอาหารแห้ง เช่น ปลาแห้ง กุ้งแห้ง ปลาเค็ม เป็นต้น

 

      นอกจากนี้ทางตลาดทะเลไทยยังสามารถรับผู้ประกอบการได้ทั้งหมด 200 ราย โดยมีผู้ซื้อมากถึง 2,000 ราย/วัน มีปริมาณการซื้อขายสูงถึง 300 ตันต่อวัน คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายต่อวันประมาณ 65 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่ารวมต่อปีประมาณ 23,725 ล้านบาท 

      “ด้วยกระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ มีการขยายรูปแบบการซื้อขายอย่างครบวงจร ประกอบกับการสนับสนุนของกรมการค้าภายใน ในการสร้างมาตรฐานสากลด้านการซื้อขายที่เป็นธรรม ทำให้ตลาดทะเลไทยถูกยกระดับจนมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการกำหนดราคาซื้อขายอาหารทะเลในประเทศ และยังเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าจากชาวประมงทั่วประเทศ ทั้งอาหารทะเลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ส่งผลให้มีมูลค่าการซื้อขายที่ผ่านมาสูงถึง 23,725 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว” รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว

 

      รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีตลาดกลางสัตว์น้ำซื้อขายสินค้าประเภทกุ้งของบริษัท โอเวอร์ซีสแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีการซื้อขายอาหารทะเลและได้รับความนิยมเช่นกัน โดยตลาดแห่งนี้เน้นส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง อาทิ จังหวัดนครปฐม อยุธยา อ่างทอง และฉะเชิงเทรา เป็นต้น ซึ่งตลาดกลางกุ้งแห่งนี้ถือเป็นตลาดที่ได้การตอบรับการซื้อขายที่ดี มีร้านอาหารต่างๆ มาซื้ออย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีการส่งออกไปต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย และ พม่า โดยมีมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนในช่วงปีที่ผ่านมาสูงถึง9,850 ล้านบาทต่อปี

 

      สนใจเป็นส่วนหนึ่งของตลาดกลาง หรือซื้อหาสินค้าของตลาดกลาง โดยการส่งเสริมของการการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ทั่วทุกภาคของประเทศได้ง่ายๆ ที่เว็บไซต์ ตลาดกลางออนไลน์ http://centermarket.dit.go.th


นี่...ถ้าเป็น "สถานการณ์ศึก"..... "ทัพมาร์ค-ทัพแม้ว" กำลังคึกจัด แต่หารู้ไม่ว่า ถลำเข้าไปอยู่ใน "ค่ายกลศึก" ของท่านเจ้าเมืองตู่ ป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่รู้สึกตัว!

'นาฬิกา-นาฬิกรรม' คำประวิตร?
บ้าใบ้ 'ประชาธิปไตยจอน'
'วังวนตำรวจกับคนค้ากาม'
"คิดใหม่ใน"วันเด็ก"กันดีมั้ย?
สมการ "ลาออกของพี่ใหญ่"
เมื่อเคลื่อนไหว 'จุดตาย' ก็ประจักษ์