จากสถานการณ์ปฏิรูปถึงสถานการณ์ปฏิรูด


   

ท่าทางน่าจะ จบ ไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว...สำหรับรายการ ปฏิรูปตำรวจ จบแบบไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี คือขนาดระดับประธานอนุกรรมการปฏิรูปด้านโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ ถึงกับออกมาวาดจินตนาการเอาไว้ประมาณว่า ความพยายามปฏิรูปในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี แทบไม่ต่างไปจากการ ฝ่าดงตีน เอาเลยก็ว่าได้ อันนี้...เท่ากับคงไม่น่าจะไปไหนเกินไปกว่านี้ สำหรับการปฏิรูปตำรวจที่ใครต่อใครลอยคอ รอคอย มาตั้งแต่ชาติที่แล้ว...

                                                      ------------------------------------------------------

      อย่างที่รายงานข่าว ไทยโพสต์ วันวาน ได้ไปนำเอาการเสวนาเรื่อง ปฏิรูปโครงสร้างตำรวจไปถึงไหน แก้ปัญหาประชาชนได้หรือไม่ ที่จัดขึ้น ณ สมาคมนักข่าวฯ เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มารายงานให้ทราบๆ กันไปแล้วนั่นแหละทั่น คือขนาดนาย มนุชญ์ วัฒนโกเมร ในฐานะประธานอนุกรรมการปฏิรูปด้านโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของตำรวจ ยังถึงกับโหยหวนครวญครางแบบชนิดน่าเจ็บปวด รวดร้าว เอามากๆ คือบอกว่า ได้มาแค่นี้...บอกตรงๆ ว่าเลือดสาด หลายครั้ง หลายเรื่อง มีการฉะกันในที่ประชุม กว่าจะออกมาถึงตรงนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่มาพูดคุยกัน พูดง่ายๆ ว่า...ข้อเสนอแต่ละข้อที่ออกมาได้ เหมือนฝ่าดงตีนออกมา...

                                                      ------------------------------------------------------

      และก็แน่ล่ะว่า...ไอ้ส่วนที่ ออกมาได้ หรือ กว่าจะออกมาได้ นั้น คงจะไปเรียกว่า ปฏิรูป อะไรต่อมิอะไรคงมิได้เอาเลย ถ้าเบี่ยงไปใช้คำว่า ปฏิลูบ อาจพอเป็นไปได้มากกว่า คือหนักไปทางลูบไป-ลูบมา แถมยังช่วย เกา ให้ซะอีกต่างหาก คือช่วยให้เกิดการปรับฐานะ ปรับเงินดาวน์ เงินเดือน อะไรต่อมิอะไรของตำรวจกันไปตามสภาพ ซึ่งคงต้อง ทำใจ...ว่ามันคงเป็นไปได้ประมาณนี้นั่นแหละทั่น เพราะถ้าหากตำรวจท่านไม่เอาด้วย ไม่ร่วมด้วยช่วยกันสนองตอบความปรารถนา ความต้องการของปวงชนแบบจริงๆ จังๆ แบบบริสุทธิ์ใจ...ใครจะไปทำอะไรท่านได้!!! จะไปหวังพึ่ง ทหาร ก็ดันเป็นทหารที่เป็นเพื่อนพ้องน้องพี่กับตำรวจไปด้วยกันทั้งนั้น...

                                                       -----------------------------------------------------

      แม้ว่าทหารอย่าง พลเอก บุญสร้าง ประธานใหญ่ของการปฏิรูปตำรวจ ท่านดูจะเอาจริง-เอาจังในช่วงแรกๆ แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ ท่านก็เป็นแค่ อดีตทหาร แม้จะมีฐานะเป็น อดีตอาจารย์ อีกตำแหน่งหนึ่ง แต่ถ้า ลูกศิษย์ ดันไม่คิดจะร่วมด้วยช่วยกันอย่างจริงๆ จังๆ แล้วล่ะก็ ต่อให้มี มาตราฉี่ฉิบฉี่ เอาไว้ในมือ ก็คงไม่ต่างไปจาก สากกะเบือ ที่เอาไว้อมแก้เบื่อ แก้เซ็ง ไปวันๆ นั่นแล แนวโน้มของการปฏิรูปตำรวจ จึงน่าจะไปเสร็จเอาตอนชาติหน้าประมาณบ่ายสามโมงแก่ๆ ตามที่ใครต่อใครคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้...

                                                        ----------------------------------------------------

      ไม่ต่างไปจากการ ปฏิรูปพระ ที่หลังจากรูดไป-รูดมาได้ซักพัก มาถึงช่วง ณ ขณะนี้...ท่าทางมันชักเริ่มกลับมาพลั่กๆๆ แบบเดิมๆ กันอีกซะแร้นน์น์น์ เริ่มโปรยข้าวตอกดอกไม้ เริ่มเดินเหยียบดอกนั่น ดอกนี่ ชนิดมันซ์ซ์ซ์มือ มันซ์ซ์ซ์ตีน หรือถึงขั้นคิดจะตั้งพรรคการมง พรรคการเมืองไปโน่น ส่วนปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปการปกครองส่วนกลางส่วนท้องถิ่น ปฏิรูปภาษี ปฏิรูปสุขภาพ ฯลฯลฯลฯ ก็แทบไม่ต้องพูดถึง ยิ่ง ปฏิรูปพลังงาน ด้วยแล้ว อาจแล้วเสร็จหลังปฏิรูปตำรวจเสร็จสิ้นไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว หรือประมาณชาติหน้าตอนบ่ายสี่โมงเป็นอย่างต่ำ อะไรประมาณนั้น...

                                                         -------------------------------------------------

      สรุปว่า...คงต้อง ทำใจ ไปทุกเรื่อง ทุกราว นั่นแหละทั่น สำหรับการปฏิรูป หรือการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง สิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นๆ ในแต่ละเรื่อง แต่ละราว เพราะมาถึง ณ ขณะนี้ ก็ใกล้สุดท้ายปลายทางของ โรดแมป เข้าไปทุกที ในเมื่อ 3 ปี 4 ปีที่ผ่านมายังทำอะไรไม่ได้ หรือไม่ได้ทำอะไรเลย เหลืออีกไม่ถึงปี หรือประมาณ 1 ปี จะหวังให้เกิดปาฏิหาริย์ ระดับจู่ๆ งาช้างงอกออกจากปากสุกรเอาดื้อๆ ยังไงๆ...มันคงลำบาก มีแต่ต้องเตรียมใจ ทำใจรับสภาพ ไปตามมี-ตามเกิดนั่นแหละ ถึงพอช่วยให้ไม่ต้องปวดหัว ปวดหำ มากมายเกินไปกว่านี้...

                                                           ------------------------------------------------

      ส่วนจะไปหวังให้ การเลือกตั้งที่รัก นำมาซึ่งการปฏิรูปในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี ก็น่าจะยิ่งลำบากหนักขึ้นไปใหญ่ เพราะไม่ว่าพรรคไหนต่อพรรคไหน ถ้าหากไม่คิดจะเอา ตำรวจ และ พระ เป็นหัวคะแนนเอาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว โอกาสที่จะนอนมาโดยมีพระเดินนำหน้า มีตำรวจคอยชันสูตรพลิกศพ เพื่อให้สามารถฌาปนกิจกันได้แบบทันที-ทันใด ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ แม้แต่พรรคที่หันมาชูนโยบาย หนุนบิ๊กตู่ แบบเต็มเม็ด เต็มสูบ ยิ่งหวังลำบากยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะขนาดแค่นี้ยังแค่นั้น แล้วถ้าหากแค่นั้น...จะไปถึงแค่ไหน...

                                                            -------------------------------------------------

      สรุปรวมความแล้ว...หลังจากสิ้นสุด โรดแมป มันคงต้องมี โรด อะไรต่อมิอะไรอีกต่อไปนั่นแหละ มันถึงพอจะปฏิร่ง ปฏิรูปกันได้มั่ง เพียงแต่มันจะ โรด อะไร เป็นโรดที่นำพาไปสู่นรก หรือสวรรค์ ก็ยังตอบไม่ได้ถนัดชัดเจนซักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากยึดในหลักทฤษฎีที่ว่า... เมื่อมีสถานการณ์ปฏิวัติ ย่อมต้องมีพรรคปฏิวัติ การปล่อยอะไรต่อมิอะไรเอาไว้โดยไม่มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ไม่มีการ ปฏิรูป สุดท้าย...มันคงหนีไม่พ้นไปจาก สถานการณ์ปฏิวัติ นั่นเอง!!!

                                                                       --------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก V.I. Lenin... It is impossible to predict the time and progress of revolution. It is governed by its own more or less mysterious laws, but when it comes it moves irresistibly.-เป็นไปไม่ได้ที่จะทำนายถึงเวลา และความคืบหน้าในการปฏิวัติ การปฏิวัติถูกครอบงำด้วยกฎอันลี้ลับของมันเองไม่มากก็น้อย แต่เมื่อถึงเวลาที่มันอุบัติขึ้นมา มันก็จะเดินหน้าไปโดยไร้การทัดทาน...

                                                               ----------------------------------------------


เห็น "แจ็ก หม่า" มาที่ทำเนียบฯ ก็ตกใจ...... นึกว่า "ทักษิณ" ซะอีก! เมื้อน..เหมือน วรรคทองก็ยังเหมือนกันอีก ทักษิณบอก "ผมรวยแล้วไม่โกง"

"ศึกแค้น-ศิษย์รัก"ของสมเด็จฯ
สุดแต่"พระคุณเจ้า"ตัดสินใจ
ดอกผลจาก 'สงกรานต์' ปีนี้
เมื่อ '๓ กุ๊ยตะวันตก' ออกฉาก
'ประเทศที่ไม่ส่งเสริมการอ่าน'
'อาทิตย์ อุไรรัตน์' กับงานวิจัย