ลดความหวัง-ยอมรับความจริง


   

ถ้าดูจากผลสำรวจ นิด้าโพล คราวล่าสุด...ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านก็ยังคงความ โด่มิรู้ล้ม เอาไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อนั่นแหละทั่น ระดับผงกหงึกๆ หงักๆ ขึ้นไปถึง 38.64 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนผู้ตอบแบบสำรวจทั่วประเทศ 1,250 ตัวอย่าง ขณะที่ เจ๊สุดาหน่อย ไล่หลังมาแบบยานๆ แค่ 13.04 เปอร์เซ็นต์ ห่างกันไม่รู้กี่ช่วงต่อกี่ช่วงตัว ส่วนท่านอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ก็ยังออกไปทางคนดีที่โลกลืมเหมือนเคย เป๊าะๆ แป๊ะๆ มาแค่ 12.24 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง...

                                                      ------------------------------------------------

      ก็เอาเป็นว่า...แข่งเรือ-แข่งพายนั้น อาจพอแข่งๆ กันได้ แต่สำหรับ แข่งวาสนา แล้ว คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกรรม ของเวร ของบุญและบาป ไล่มาตั้งแต่ชาติปางก่อน หรือไล่มาตั้งแต่ยุค บุพเพสันนิวาส โน่นเลย จนมาถึงชาติๆ นี้ เป็นตัววินิจฉัย ชี้ขาด ไปตามสภาพ อย่าถึงกับต้องออกแรงฮึด ดิ้นรน กระวนกระวาย อะไรให้มันมากมายเกินไปนัก โดยเฉพาะการเบ่งพลัง วาสนา (สันดาน) ของตัวเอง เพื่อที่จะเอาชนะคะคานผู้อื่นให้จงได้ อันนั้น...เผลอๆ อาจกลายเป็นการสร้าง กรรมใหม่ ให้มีแต่ต้องชดใช้กันต่อไปอีกเป็นชาติๆ โอกาสที่จะบรรลุ นิพพาน อันเป็นสิ่งที่สูงส่งซะยิ่งกว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีไม่รู้กี่ร้อย กี่พันเท่า อาจต้องรอไปอีกหมื่นชาติ แสนชาติ เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                                                              ----------------------------------------------------

      จากผลคะแนนนิยมที่ออกมาในแนวนี้..ทำให้หนีไม่พ้นต้องตั้งข้อสมมุติฐาน สันนิษฐาน เอาไว้ก่อนนั่นแหละว่า หลังสิ้นสุด โรดแมป ลงไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว คงต้องมี โรดหมับ ตามมา อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ คือถ้าหากผลคะแนนนิยมจากการสำรวจของ นิด้า มันเกิดไปตรงกับผล การเลือกตั้งที่รัก ซึ่งจะอุบัติขึ้นมาในช่วงกลางปีหน้า ความนิยมในตัวของคุณ เจ๊สุดาหน่อย กับความนิยมในตัวของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์” ที่ไม่ถึงกับทิ้งขาด แบบแพ้ขาด ชนะขาด มันคงทำให้โอกาสที่จะหา จุดลงตัวทางการเมือง ย่อมเป็นไปไม่ได้ง่ายๆ มีแต่ต้องหาทาง จัดสรรปันส่วนผสม ลูกเดียวเท่านั้นเอง ถึงจะ เดินหน้าประเทศไทย ไปตามครรลองแห่งบุพเพสันนิวาสได้แบบแฮปปี้เอ็นดิ้งกันจริงๆ...

                                                      ------------------------------------------------------

      หรือยังไงๆ...คงมิอาจปฏิเสธบทบาท โกษาปาน ได้โดยเด็ดขาด!!! ยังไงๆ...คงต้อง เปิดพื้นที่ ให้ท่านเล่น ไม่ว่าจะในรูปไหน แบบไหน เพราะโอกาสจะให้ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ไปจับมือ ถือแขน หรือหันมาจูบปากกับ พระเจ้าเสือ นั้น...คงลำบาก ไม่ต่างไปจาก ออเจ้าสุดหน่อย ที่แม้จะ (เคย) สวยเพียงใดก็ตาม แต่คงไม่ใช่แค่เฉพาะความเหี่ยว ความยาน เท่านั้น ที่ทำให้ยากซ์ซ์ซ์จะหาจุดลงตัวกับหนุ่มหล่อ (ดอก) อย่างอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ได้ง่ายๆ เพราะยังมีอีกหลายต่อหลายเรื่อง ที่ทำให้โอกาสเข้ากันได้ หรือหาจุดลงตัวกันได้...แทบไม่มี สิ่งที่เรียกว่า ตัวกลาง หรือ คนกลาง จึงกลายเป็น ข้อเท็จจริงทางการเมือง ที่มิอาจปฏิเสธได้ตั้งแต่แรก...

                                                        --------------------------------------------------

      อีกทั้งคงต้องยอมรับว่า...ทุกสิ่งทุกอย่างมันได้ถูกออกแบบ ดีไซน์ ให้ต้องเป็นไปในแนวนี้มาโดยตลอด โอกาสจะไปดิ้นรน ขัดขืน ฝืนโชคชะตา วาสนา อันอาจทำให้อะไรที่ยุ่งๆอยู่แล้ว ยิ่ง ยุ่งฉิบหาย หรือ ยุ่งตายห่ะ หนักขึ้นไปใหญ่ การปรับตัว ปรับสภาพ ให้สอดคล้องกับความเป็นไปของ ข้อเท็จจริงทางการเมือง ที่แทบไม่ต่างอะไรไปจาก บุพเพสันนิวาส จึงเป็นสิ่งที่พึงใคร่ครวญ หวนคิด ให้หนักๆ เข้าไว้ แทนที่จะไปต่อต้าน คัดค้าน โดยปราศจาก คำตอบ ที่ชัดเจนและเป็นไปได้ อันมีแต่จะส่งผลให้ กรุงแตก ก่อนที่จะ เสียกรุง เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                                                                ---------------------------------------------------

      พูดง่ายๆ ว่า...เรื่อง ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งผ่านไป จะเป็นคนนอก คนใน ยังไม่น่าสนใจเท่ากับการหาทางประคับประคองชาติบ้านเมือง ให้อยู่รอด ปลอดภัย ให้พอมีโอกาสได้ดูละครบุพเพสันนิวาส ภาค 2 ภาค 3 ต่อไปได้หรือไม่ อย่างไร นั่นแหละ...น่าจะสำคัญซะยิ่งกว่า เพราะไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่ เมื่อต้องเจอกับ บุพเพสันนิวาสยุคดิจิตอล ยุคที่เผลอเมื่อไหร่...อาจต้องถูกโซเชียลมีเดีย ตามล้าง ตามเช็ด ตามไล่ล่าวันละ 3 เวลาหลังอาหาร โอกาสจะ ไปไม่เป็น ไม่ว่าคนนอก หรือคนใน ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

                                                       ----------------------------------------------------

      หรือยุคที่ ฝ่ายค้านตัวจริง อาจไม่ได้ชูจั๊กกะแร้อยู่ในรัฐสภาลูกเดียวเท่านั้น แต่อยู่ในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อยู่ในไลน์ ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด เมื่อไหร่ที่ โกษาปาน ดันไปยืมแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ขึ้นมาป้องหน้าบังแดด ก็เรียกว่า...แทบต้องหายใจทางเหงือกชนิดวันละ 3 เวลาหลังอาหาร การ จัดสรรปันส่วนผสม เพื่อให้เกิดความลงตัว ในการรับมือกับฝ่ายค้านตัวจริงเหล่านี้ อาจเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับยุคสมัยยิ่งกว่า การไปหัก ไปโค่น กันในเวทีรัฐสภาตั้งแต่แรก โดยเฉพาะถ้าบวกเอาเรื่องวาสนา เรื่องบุญๆ-บาปๆ ตั้งแต่ชาติปางก่อน เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ก็อย่าถึงกับไปตั้งธง ชูธง อะไรกันมากมาย เอาแค่...พออยู่ๆ กันไปได้ พอได้ดูละครบุพเพสันนิวาสไปโดยตลอด ก็น่าจะเพียงพอแล้ว...

                                                       ----------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Victor Hugo (อีกครั้ง)... An invasion of armies can be resisted, but not an idea whose time has come.- การบุกของกองทัพนั้น...ต้านทานได้ แต่การบุกของความคิดนั้น เมื่อมาถึง...ไม่มีใครสามารถต้านทานได้...

                                                     -----------------------------------------------------