'ตลาดร่มหุบ' อย่าโทษชาวบ้าน


   

 

   "ตลาดร่มหุบ" ดังอันดับโลก!
    หาดูที่ไหนไม่ได้..........
    ในโลก มีที่เดียว คือที่ "แม่กลอง สมุทรสงคราม"
    นักท่องเที่ยวทั่วโลก แห่กันไปแม่กลอง แย่งกันดู-แย่งกันถ่ายรูป
    เหตุที่ต้องแย่ง "ตลาดร่มหุบ" เป็นบริเวณแคบ อยู่ในช่วงขบวนรถไฟจะเข้าตัวสถานีแม่กลองพอดี จึงเห็นได้ช่วงสั้นๆ
    ใช่แต่จีน-ฝรั่งตื่น คนไทยเองก็ตื่น ไปกันครึ่ด!
    วัน-สองวันนี้ ดังในดัง ขึ้นไปอีก........
    สำนักข่าว BBC มาทำคลิปลงเพจ BBC NEWS เผยแพร่ไปทั่วโลก
    ต่างชาติรายหนึ่ง ดูแล้ว วิจารณ์ ว่า
    Who gonna eat that stuffs
    This is classic example where you think tourist go for amazement but actually they go bcoz  they wanna see how a place so disgusting still exists.............
    “ใครจะกินของพวกนี้ลง 
    นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิก ที่พวกเขาคิดว่า นักท่องเที่ยวไปเพราะความอเมซิง แต่จริงๆ แล้ว ไปเพราะอยากเห็นว่า สถานที่ที่ดูน่าสะอิดสะเอียนยังมีอยู่จริงต่างหาก”
    คนที่ไม่เคยเห็น "พื้นที่จริง" อาจฉงน น่าสะอิด-สะเอียนตรงไหน?
    ผมเข้าใจสภาพ เท่ากับเข้าใจทัศนคติฝรั่ง ที่ว่าน่าสะอิดสะเอียน!
    วันนี้ เลยอยากคุย
    ยิ่งทราบว่า "นายคันฉัตร ตันเสถียร" ผวจ.สมุทรสงคราม ตื่นตัวกับฝรั่งวิจารณ์ บวกทางมหาดไทยจี้ลงไปด้วย
    ประชุมกันยกใหญ่ แจกแจง ๓-๔ ข้อ สรุปความว่า 
    ๑.ตลาดร่มหุบ เป็นวิถีท้องถิ่น มีมา ๖๐-๗๐ ปี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ unseen ของประเทศ 
    มีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก ประมาณ ๓,๐๐๐ คน/วัน เข้ามาชมวิถีชีวิตการค้าขายตลาดร่มหุบ
    ๒.ในกรณีสำนักข่าวต่างประเทศวิจารณ์ อาหารที่จำหน่ายไม่ถูกสุขลักษณะ แจกแจงว่า 
    อาหารที่นำมาจำหน่าย มี ๒ ประเภท คือ ๑) อาหารสด พืช ผัก ผลไม้ ๒) อาหารแห้ง โดยบรรจุถุง
    ซึ่งอาหารที่ซื้อจากตลาด จะต้องนำไปล้างและปรุงสุกก่อนรับประทาน 
    ทั้งนี้ บริเวณตลาดไม่มีการจำหน่ายของปรุงสุก
    ๓.เทศบาลเมืองสมุทรสงครามและแม่ค้า รวมทั้งสถานีรถไฟ เก็บขยะและล้างตลาดอาทิตย์ละ ๒  ครั้ง 
    ทั้งนี้ ในแต่ละวัน เมื่อแม่ค้าจำหน่ายสินค้าเสร็จสิ้น ในแต่ละแผง ทำความสะอาดเป็นประจำอยู่แล้วทุกวัน
    นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ บอกถึงการดำเนินการต่อ ว่า
    ๑.) ขอความร่วมมือไกด์นำเที่ยว ให้บอกนักท่องเที่ยวทิ้งขยะในบริเวณที่จัดเตรียมไว้ให้
    ๒.) ให้แม่ค้าติดป้ายที่แผง เป็นภาษาอังกฤษ/จีน มีข้อความรับฝากขยะทิ้ง โดยแม่ค้าจะรวบรวมนำไปทิ้งต่อไป
    ๓.) ทำความสะอาดตลาดทุก ๓ วัน (จากเดิม ๒ ครั้ง) 
    ๔.) จัดบริเวณที่ทิ้งขยะเพิ่มเติม 
    ๕.) จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทิ้งขยะ ในบริเวณที่จัดไว้ให้เพื่อแยกขยะ
    ครับ...ฟังผู้ว่าฯ ชี้แจง เหมือนใช่ แต่ยังไม่ใช่ 
    "ตลาดร่มหุบ" ที่แม่กลอง ณ เวลานี้ อยากจะบอกว่า มันเป็นอะไรที่มากไปกว่า "แผงลอย" ริมทางรถไฟไปนานแล้ว
    ปัญหาขณะนี้ จะโยนให้ระดับผู้ว่าฯ และเทศบาลเมืองฯ รับผิดชอบไม่ได้แล้ว!
    ต้องไปถึงระดับชาติ...........
    "มหาดไทย-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยว-คมนาคม-พาณิชย์" รับรู้ว่า นี่คือ เอกลักษณ์ถิ่น ที่กลายเป็น "อันซีน ไทยแลนด์" ไปแล้ว
    ไม่ใช่ของเฉพาะคนแม่กลอง 
    แต่เป็นแหล่ง "ทำเงิน-ทำทอง" ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง!
    ต้องใช้ "ตลาดร่มหุบ" เป็นต้นแบบคิด
    ในการเข้าไปรับรู้ปัญหายุค "การท่องเที่ยว" เป็นอุตสาหกรรมโกยเงินเข้าประเทศ จากสถานที่ที่เรียกว่า Unseen Thailand ทุกแห่ง
    ก่อนอื่น ต้องรู้พื้นสภาพ "ตลาดแม่กลอง" ก่อน การเข้าถึงจังหวัดนี้ เดิมมีเพียง ๒ เส้นทาง
    คือ แม่น้ำ-คลอง กับ รถไฟ
    สมุทรสงคราม มีรถยนต์ไปถึงได้ ก็ราว ๔๐ กว่าปีนี่เอง หลังจาก ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ เปิดใช้ปี ๒๕๑๖
    ตลาดแม่กลอง นับแต่อดีต.........
    เริ่มจากตัวสถานีรถไฟ หรือจากตลาดร่มหุบทุกวันนี้ ไปจบที่วัดหลวงพ่อวัดบ้านแหลม "วัดเพชรสมุทรวรวิหาร"
    เลยไปนิด ก็ "ท้ายตลาด" เป็นท่าเรือจ้าง ตันแค่นั้น!
    จากหัวยันท้ายตลาด ซัก ๑ กิโลเมตร เท่านั้น!
    ถนนหลักสายเดียว เป็นถนนไม่กว้างนัก ให้คนเดิน กับรถจักรยาน
    ตลาดร่มหุบ เพิ่งมี หลังจากถนนผ่านเมืองซัก ๓๐ กว่าปีนี่เอง
    เมื่อถนนมา-รถยนต์มา อะไรๆ ที่เรียกว่า "เจริญวัตถุ" ก็ถาโถมเข้าเปลี่ยนเมืองแม่กลอง 
    เรียกว่า "โตแบบไม่มีผังเมือง" ตลาดใหม่เกิดแบบ "กระจุกตัว" ริมทาง-ปากทาง
    "ตลาดร่มหุบ" เกิดเองตามธรรมชาติ คนมีสตางค์ก็ซื้อตึกแถว เซ้งแผง 
    คนสตางค์น้อย ขายของทะเล พืชผักเล็กๆ น้อยๆ ก็เร่มาวางแผงขายริมทางรถไฟ
    ๓๐ กว่าปีมานี่เอง.........
    ที่ริมทางรถไฟกลายเป็น "อันซีน ไทยแลนด์" ตลาดร่มหุบ!
    ไม่ใช่ "ตลาดหลัก-ตลาดรอง" เป็นตลาดลมเพ-ลมพัด เกิดเอกลักษณ์ "ร่มหุบ" หลบรถไฟเข้า-ออก เห็น-เป็น-อยู่ จนชิน
    แต่คนต่างถิ่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว มาเห็นก็ตื่นตา-ตื่นใจ ระยะหลัง การท่องเที่ยวไทยบูม ต่างชาติไหลเข้ามา 
    ฝรั่งยุโรปบ้าง จีนบ้าง..........
    โดยเฉพาะจีน พอเห็น ก็เจี๊ยวจ๊าวเป็นของแปลก ตื่นเต้น เอาไปคุย ไปเขียน เอารูปลงหนังสือ อินเทอร์เน็ต
    "ตลาดร่มหุบ" อินเตอร์ไปเลย!
    ประเด็นที่เราควรแก้ไข คือ ๑.ความไม่สะอาด ๒.ความไม่มีระเบียบ ๓.ที่ทิ้งขยะไม่เพียงพอ ๔.แปลงคำว่า "ตลาดร่มหุบ" เป็นสินทรัพย์ให้พ่อค้า-แม่ค้าเข้าใจ
    ในภาพรวม "ตลาดแม่กลอง" จากตัวสถานีไปจรดวัดเพชรสมุทรฯ ควรห้ามรถยนต์เข้า
    ให้เฉพาะ "คนเดิน-จักรยาน"
    บริเวณตัวสถานียันตัวตลาดร่มหุบและพื้นที่ ๒ ข้างทาง ควรปรับภูมิทัศน์ใหม่ 
    จัด "ระบบ-ระเบียบ-ความสะอาด" ของแผงและวัสดุรองรับสินค้า 
    ผู้ค้าขายตลาดร่มหุบ ถือเป็น "ต้นทุนวิถีถิ่น" ควรลงทะเบียน ฝึกอบรม ควบคุมปริมาณ-เพิ่มคุณภาพ
     พัฒนาเป็นบุคลากรรัฐ มีเงินอุดหนุนรายเดือนให้ต่างหาก!
    การอ้างว่า เป็นสินค้าพืชผักและของแห้ง ต้องนำไปปรุงสุกก่อนบริโภค นั้น
    เท่ากับยอมรับ "ความไม่สะอาด" ในสินค้า เป็นเรื่องจริงและเรื่องปกติ ของสินค้าตลาดร่มหุบ
    "น่าสะอิดสะเอียน" ที่เขาวิจารณ์ เราควรสำนึกเพื่อแก้ไข ไม่ใช่ลอยหน้าโต้เขา ว่าของเราเป็นแบบนี้ ไม่เห็นเป็นไร!
    การท่องเที่ยว-รถไฟ น่าจะเข้าไปช่วยดูด้านภูมิสถาปัตย์ตรงนั้น รักษาวิถีเดิม 
    แต่จัดผัง จัดร่องระหว่างราง, รายหิน, รูปแบบแผง ทั้งผ้าใบ-เสาในความเป็นร่มหุบ ให้สวยด้วยศิลป์ แต่คงรูปแบบเดิมไว้
    ที่บอก ทำความสะอาดสัปดาห์ละ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้งนั้น จริงๆ แล้ว ต้องทำ "ทุกวัน"
    เรื่องขยะ อย่าไปโทษนักท่องเที่ยว........
    ปกติ แม่กลองคนไม่มาก ปัญหาขยะไม่ค่อยมี แต่ทุกวันนี้ ผู้คนโตเกินสภาพตลาด
    การจัดหาที่รองรับขยะ พูดง่ายๆ คือที่ทิ้งขยะ ดูเหมือนไม่อยู่ในความตระหนักของจังหวัด-เทศบาลสักเท่าไรนัก
    พูดกันตรงๆ สภาพตลาดแม่กลอง ไม่เป็นระเบียบ ขาดความสะอาด 
    ระบบบริหาร-จัดการ ไม่สอดคล้องกับความเป็นไปตามกาลสมัยของสังคม    
    เป็นสัญชาตญาณมนุษย์ ไม่ว่านักท่องเที่ยวชาติไหน ถ้าเห็นที่ไหนเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน
    ไม่มีใครทิ้งขยะเลอะเทอะ นอกจากคนที่ "ป่าเถื่อน" จริงๆ!
    ที่เขาทิ้ง เพราะ........
    ๑.เห็นที่เข้าทิ้งกันไว้เกลื่อน ก็ทิ้งตาม ๒.สถานที่นั้น สกปรก-ไม่เป็นระเบียบ ๓.ไม่มีที่ทิ้งขยะไว้รองรับ
    อย่างตลาดแม่กลอง มะพร้าวเยอะ คนดูดน้ำ ก็ทิ้งวางลูกมะพร้าวซุกไว้ตรงนั้น-ตรงนี้ คนอื่นเห็น ก็ซุกต่อๆ กันไป
    เตือนนักท่องเที่ยวไม่ตรงประเด็น เทศบาลรู้ปัญหา ต้องจัดที่รองรับขยะและเก็บขยะให้มากจุด 
    และต้องให้ผู้ขายมะพร้าวรับผิดชอบ อย่าให้คนกินทิ้งเรี่ยราด
    เรื่องผู้ค้าตลาดร่มหุบ มีแต่คนมาดู ไม่มีคนซื้อ สาเหตุไม่ต้องพูดถึง 
    พัฒนาทรัพยากรบุคคลผู้ขายแล้ว จัดระบบ-ระเบียบ-ความสะอาดแล้ว 
    แต่เติมแพ็กเกจจิง และจัดหาสินค้าเพิ่มเติมให้สอดคล้อง และจุดพักเข้าไป นักท่องเที่ยวจะเป็นลูกค้าเพิ่มไม่ยาก
    บริเวณชานชาลาสถานีแม่กลองและ ๒ ข้างทาง 
    ใส่วิสัยทัศน์การท่องเที่ยวเข้าไป บริหารพื้นที่เป็นจุดดู-บันทึกภาพ "อันซีน ไทยแลนด์" เข้าไป
    "ตลาดร่มหุบ" จะเป็นขุมทองอีกแห่งของแม่กลอง 
    ผมว่าน่าอาย........
    ที่ปล่อยให้คนตลาดร่มหุบพูดว่า "นักท่องเที่ยวมาทำให้ขายของไม่ได้"
    ขายไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ซื้อ.........
    เพราะระดับประเทศ "ผู้บริหาร" ไม่เป็นตะหาก!