บิ๊กตู่คัมแบ็ก-นายกฯ คนนอก เงื่อนไขและความเป็นไป (ไม่) ได้


   

 

   นับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมาที่นักวิเคราะห์วิจารณ์แสดงความเห็นไปในทาง
เดียวกันว่า ช่วงขาลงของรัฐบาลลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เริ่มต้นขึ้นแล้ว
    ไหนจะเรื่องปากท้องที่รัฐบาลแก้ไม่ได้ เรื่องปฏิรูปที่มีแต่คำพูด เรื่องมีกลุ่มคนหนุ่มสาวนักกิจกรรมออกโรงเคลื่อนไหวเรียกร้องการเลือกตั้ง เรื่องมีนักการเมืองจากพรรคต่างๆ ออกมาประสานเสียงเรียกร้องกดดันให้บิ๊กตู่ปลดล็อกพรรคการเมือง เรื่องนาฬิกาบิ๊กป้อมที่ ป.ป.ช.จะฟอกขาวด้วยวิธีใด และบิ๊กตู่จะอุ้มไหวไหม เรื่องการทุจริตที่โผล่เป็นดอกเห็ด และอีกมากมายหลายเรื่องหลายราวที่ปะทุขึ้นมา
    กระทั่งการเมืองเข้าสู่โหมดการขยับขับเคลื่อน พรรคเล็กเกิดใหม่ไปจดแจ้งเพื่อจัดตั้งพรรคกับ กกต.เมื่อเดือนมีนาคม
    พอเดือนเมษายนก็เป็นช่วงของพรรคการเมืองเก่าที่ถูกเซตซีโรเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค 
    เรื่องขาลงรัฐบาลบิ๊กตู่ถูกกลบด้วยกระแสข่าวต่างๆ รวมทั้งความเคลื่อนไหวของเหล่านักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆ จนดูคล้ายกับว่าแท้จริงแล้วยังมิใช่ขาลงของบิ๊กตู่ เพราะรัฐบาลและ คสช.ยัง ประคองตัว ตีกรรเชียงฝ่าคลื่นลมและมรสุมต่างๆ ไปได้ในแต่ละเดือน โดยมี ดาบอาญาสิทธิ์ มาตรา  44 อยู่ในกำมือคอยควบคุมมิให้เกิดการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะกระทบสถานะความมั่นคง พร้อมด้วยโครงการคล้ายประชานิยมที่หน่วงรั้งรากหญ้าไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวมากนัก  
    ณ บัดนี้ความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมีความชัดเจนขึ้นแล้วว่า ในสายของ บิ๊กตู่ จะมีพรรคการเมืองของตัวเองและพรรคแนวร่วมเกิดขึ้นเพื่อช่วงชิงจำนวน ส.ส.ให้มาอยู่ในกำมือ ปูทางให้บิ๊กตู่หวนกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ
    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ คู่ใจออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว โดยระบุชื่อ นายอุตตม  สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทำนองว่า 2 คนนี้จะเป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งพรรคการเมือง
    ปรากฏข่าวนักการเมืองหน้าเก่าหลายกลุ่มก๊วนจะอยู่ฝ่ายเดียวกับบิ๊กตู่
    เป็นเครือข่ายเดียวกับ คสช.เพื่อสืบทอดอำนาจต่อไป
    บิ๊กตู่จะกลับมาเป็น นายกฯ อีกสมัย ในฐานะ นายกฯ คนนอก มีเงื่อนไขและความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน 
    หากการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เท่ากับว่าตอนนั้น บิ๊กตู่ อยู่ในอำ 
นาจเกือบจะครบ 5 ปี แล้วจะขออยู่ไปอีก 4 ปีเพื่อเป็นผู้นำประเทศ รวมเป็น 9 ปี 
    จะเป็นไปได้ไหม?
    ป๋าเปรม อยู่นานที่สุดก็ 8 ปี 5 เดือน จากเปรม 1 - เปรม 5 ปี พ.ศ.2523-2531 
    เป็นยุคประชาธิปไตยครึ่งใบภายใต้ รธน.2521 
    สมัยป๋ามีข้อน่าสังเกต 1.มีพรรคการเมืองใหญ่และเก่าแก่ ได้แก่ ประชาธิปัตย์ กิจสังคม และชาติไทยที่สนับสนุนป๋าเปรมตลอด 8 ปี 5 เดือน ยกเว้นช่วงเดียวที่พรรคชาติไทยไม่ได้เข้าร่วม และนี่เองเป็นที่มาของวาทะ อดอยากปากแห้ง ของอดีตผู้นำพรรคชาติไทย 2.ป๋าเปรมไม่เคยอยู่ครบเทอม มีเหตุขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ต้องยุบสภา 3 ครั้ง สลับฉากกับการเกิดกบฏ 2 ครั้ง ได้แก่ กบฏ 1-3  เมษายน 2523 และกบฏ 9 กันยายน 2528
    สถานการณ์ตอนนั้นกับตอนนี้ที่เหมือนกันคือ รธน.2521 กับ รธน.2560 เป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ  (มีคนส่วนหนึ่งเรียกว่า เผด็จการครึ่งใบ) ได้ออกแบบให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มาจากการเลือกของผู้ที่ยึดอำนาจเพื่อเป็นพี่เลี้ยง คอยสนับสนุนให้คนในสายที่มาจากการยึดอำนาจได้สืบทอดอำนาจต่อไป
    นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง ภายใต้กติกาประชาธิปไตยครึ่งใบก็จะไปไม่รอด
    หลังจากป๋าลงจากอำนาจแล้ว น้าชาติ-พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติไทยขึ้นเป็นนายกฯ ได้แค่ 2 ปีครึ่งก็ถูกทหารในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (รสช.) ก่อรัฐประหาร
    สุดท้ายผู้นำ รสช.ก็ไปไม่รอดเช่นกัน เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 
    กลับมาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับมาเป็นนายกฯ คนนอกได้ อยู่ภายใต้เงื่อนไขเช่น
    มี ส.ส.ในสภาสนับสนุนเกิน 251 เสียงเป็นต้นไป และต้องมีพรรคใหญ่เป็นหลัก ไม่ใช่มีแต่ พรรคไม้ประดับ รวมถึงต้องจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีและแบ่งผลประโยชน์ได้ลงตัว ฯลฯ
    การมี ส.ว.สรรหา 250 ที่ คสช.เลือกมาคอยหนุน  โดยมีผู้นำกองทัพและผู้นำตำรวจเป็น ส.ว.อยู่ด้วยรวม 6 คน หาใช่เป็นคำตอบให้บิ๊กตู่ได้เป็นนายกฯ และอยู่ในอำนาจได้โดยง่ายหรืออยู่อย่างมั่นคงยั่งยืน ประเด็นสำคัญคือบิ๊กตู่จะทำอย่างไรไม่ให้คนไทยเบื่อเสียก่อน.