คลังเสนอครม.ตั้งสถาบันบ่มเพาะ'ฟินเทค' ชูยกสถานะเป็นหน่วยงานอิสระ


   

คลังจ่อชง ครม. ตั้ง “สถาบันนวัตกรรมทางการเงินไฮเทค” บ่มเพาะฟินเทค หวังช่วยพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเงิน พร้อ ชูเป็นหน่วยงานอิสระเพื่อให้มีความคล่องตัว

16 เม.ย. 61 - นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า  กระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เห็นชอบตั้งสถาบันนวัตกรรรมทางการเงินไฮเทค  ซึ่งเป็นศูยน์บ่มเพาะธุรกิจที่เป็นฟินเทคทางด้านการเงิน โดยที่ผ่านมาในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวมีการทำแซนบ๊อกซ์ ให้สถาบันการเงินต่างๆ ไปทดลองทำนวัตกรรมการเงินในแซนบ๊อกซ์ ในส่วนของกระทรวงการคลังจะทำอีกมิติหนึ่ง คือ ให้มาศึกษาทำนวัตกรรมการเงินฟินเทค โดยใช้สถานที่และเครื่องมือและการสนับสนุนอื่นๆ เมื่อ ครม. เห็นชอบก็จะดำเนินการจัดตั้งทันที

ทั้งนี้ สถาบันนวัตกรรมทางการเงินไฮเทค จะเป็นองค์กรอิสระเพื่อให้มีความคล่องตัว จะอยู่ภายใต้มูลนิธิ เหมือนกับสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) ที่อยู่ ภายใต้มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง โดยเป็นแขนขาและมันสมองหนึ่งของกระทรวงการคลัง

“สถาบันนวัตกรรรมทางการเงินไฮเทคนี้ จะทำเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน ซึ่งเหมือนกับที่ต่างประเทศทำกัน และยังสอดรับกับโครงการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะทำเมืองอัจฉริยะโดยใช้สยามสแควเป็นฐานให้เด็กและประชาชนมาคิดทำเรื่องนวัตกรรมต่างๆ และในบริเวณของจุฬาฯ ก็จะทำเป็นเมืองอัจฉริยะ มีเทคโลยีนวัตกรรมใหม่ในการดำรงชีวิตที่เป็นสังคมแห่งอนาคต ทั้ง รถยนต์ยนต์และรถเมล์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ เพื่อให้การเดินทางในมหาวิทยาลัยลดมลพิษ ซึ่งสถาบันนวัตกรรรมทางการเงินที่กระทรวงการคลังตั้งขึ้นก็จะไปสนับสนุนโครงการของจุฬาฯ ด้วย” นายสุวิชญ กล่าว

นายสุวิชญ กล่าวอีกว่า สำหรับการออก พ.ร.ก. การประกอบสินทรัพย์ดิจิทัล จะมีผลบังคับในไม่ช้านี้ ซึ่งทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะต้องออกกฎหมายลูกมารองรับกำกับดูแล โดยผู้ที่ใช้คริปโตเคอเรนซี่ทั้ง โบรกเกอร์ ดีลเลอร์ ต้องมาขึ้นทะเบียนกับทาง ก.ล.ต. และการออกหน่วยสินทรัพย์ดิจิทัล (ไอซีโอ) ก็ต้องขออนุญาต ก.ล.ต. เหมือนกับการออกขายหุ้น ขณะที่ประชาชนที่ซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่ จะต้องทำพิสูจน์ตัวตนว่าเป็นใคร