ลูกเรือเมียนมาโหดรุมแทงผู้ช่วยช่างเครื่องกัมพูชาทิ้งทะเล


   

16 เม.ย.61-  พ.ต.ท.โยธิน ศรีหาทิพย์ สว.ส.รน.(ชุมพร) กก.6 บก.รน. รับแจ้งลูกเรือประมงชาวเมียนมา 6 คน ก่อเหตุใช้อาวุธมีดสั้น เหล็กแปบ และค้อนเหล็ก รุมตี แทง ชาวกัมพูชาทิ้งทะเล ส่วนไต๋และลูกเรือที่เหลือโดดน้ำลอยคอไปขอความช่วยเหลือจากเรือประมงที่จับปลาอยู่ใกล้เคียงกันให้ช่วยเหลือจนรอดชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณทะเลอ่าวไทยหลังเกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี ขณะที่ผู้ก่อเหตุทั้ง 6 คน นำเรือประมงชื่อ “ โง้วรุ่งเรือง” หลบหนีมาทางปากน้ำชุมพร จึงสนธิกำลังร่วมกับ นายชูศักดิ์ จงงาม หน.หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร เรือเอกสุวัฒน์ สดิริ หน.ศูนย์ควบคุมการเข้าออกเรือชุมพร หรือ ปีโป้ นำเรือตรวจการตำรวจน้ำ 532 และเรือตรวจประมงทะเล 631 กับ 324 ออกสกัดตามหา และตรวจสอบ จีพีเอส พบว่าเรือลำดังกล่าวกำลังวิ่งเข้าใกล้ฝั่งปากน้ำชุมพร จึงเข้าสกัดควบคุมเรือไว้ได้
 
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบลูกเรือเมียนมาที่ก่อเหตุ 6 คน ทราบชื่อ นายมาวมาว โซ อายุ 34 ปี  นายนายชาม อายุ 40 ปี นายมิน ชิดตู อายุ 25 ปี นายชิต มินฮู อายุ 24 ปี  นายคู โอโอ อายุ 35 ปี  นายเมี๊ยะ ทอ อายุ 29 ปี จึงควบคุมตัวไว้ ภายในเรือพบมีดพกสั้นปลายแหลม 1 ด้าว ค้อนเหล็กยาว 1 ฟุต 1 อัน  และเหล็กแป๊บยาว 1 เมตร 1 อัน ของกลางเปื้อนเลือดที่ใช้ก่อเหตุ จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
 
จากการสอบสวนลูกเรือชาวเมียนมาทั้ง 6 คน ทั้งหมดเป็นลูกเรือประมงอวนลอบปูชื่อ “โง้วรุ่งเรือง” ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุรุมแทงและตี นายสอน แก้วสุวรรณ ชาวกัมพูชา ผู้ช่วยช่างเครื่องยนต์ประจำเรือ โดยอ้างว่าที่ผ่านมามักจะถูกนายสอนข่มเหงทำร้ายทุบตีพวกตนอยู่เป็นประจำ วันเกิดเหตุได้หาเรื่องทำร้ายพวกตนอีก จึงก่อเหตุร่วมใช้เหล็กแป๊บ ค้อนเหล็ก รุมตีจนขาหักทั้ง 2 ข้าง แล้วใช้มีดแทงตามตัวอีกหลายแผล จนนายสอนผลัดตกทะเลหายไป ส่วนนายจิรวัฒน์ วิลาศ อายุ 31 ปี ไต๋เรือ และนายและ อายุ 38 ปี ลูกเรือชาวเมียนมา กระโดดทะเลลอยคอไปขอความช่วยเหลือจากเรือประมงที่จับปลาอยู่ไม่ห่างกันช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายสอน แก้วสุวรรณ ผู้ช่วยช่างเครื่องชาวกัมพูชา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ออกค้นหาแต่ยังไม่พบ โดยถูกรุมตีจนขาหักทั้ง 2 ข้าง และถูกแทงตามตัวหลายแผลจนอาการสาหัสพลัดตกทะเล คาดว่าอาจจะเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งขอหาชาวเมียนมาทั้ง 6 คน ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนบาดเจ็บไว้ก่อน เนื่องจากยังไม่พบศพ และจะประสานท้องที่เกิดเหตุมารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.