ความพ่ายแพ้ของสามกุ๊ย


   

      เห็นข่าวโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ นาง ดานา ไวท์ (Dana W. white) และผู้อำนวยคณะเสนาธิการร่วม พลโท เคนเนธ แมคเคนซี (Kenneth F. McKenzie) ออกมาตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณี สามกุ๊ย ตัดสินใจถล่มประเทศซีเรีย แล้วอดหวนกลับไปนึกถึงครั้งที่คุณน้อง ณัฐวุฒิ สภาโจ๊ก กับอดีตรัฐมนตรี บุญทรุด คุกคุกคุก ออกมาแก้ตัวกับผู้สื่อข่าวบ้านเรา ในเรื่องกรณี จำนำข้าว ขึ้นมามิได้...

                                                            ------------------------------------------------

      คือโดยลักษณะอาการออกไปทางปากแห้ง ลิ้นแห้ง ในเมื่อ ใจ กับ สมอง กับ คำพูด มันขัดกันไป-ขัดกันมา โอกาสที่จะชี้แจงแถลงไข ไขข้องใจใครต่อใคร มันจึงกลายเป็นการปอกเปลือกตัวเอง แก้ผ้าให้คนอื่นเห็นอวัยวะภายในของตัวเองไปซะยังงั้น ดังที่สำนักข่าว รัสเซีย ทูเดย์ เขาได้นำมาประจาน หรือนำมาเสนอเป็นข่าวคราว ว่าด้วยเรื่อง เพนตากอนตอบคำถามเรื่องการโจมตีซีเรีย...แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่คำตอบ เมื่อช่วงวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมานั่นแหละ คือเมื่อถามว่า... ครั้งที่สหรัฐเคยมีเรื่องกับคิวบา (วิกฤติจรวดคิวบาปี ค.ศ.1962) ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ นายแอดไล สตีเวนสัน พร้อมที่จะหอบหลักฐาน ข้อพิสูจน์ไปแสดงให้เห็นว่า รัสเซียสร้างฐานขีปนาวุธเอาไว้ที่คิวบาจริงๆ แต่ทำไมคราวนี้...พวกคุณไม่ทำอย่างเดียวกันล่ะ โดยเฉพาะในเมื่อมันยังมีข้อสงสัยในเรื่องนี้ (การใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรีย) อยู่...

                                                             ---------------------------------------------------

      โฆษกผิวสีแห่งกระทรวงกลาโหมขยับปาก ขยับลิ้น ตอบไปทันทีว่า แต่สำหรับเราแล้ว...ไม่ได้มีข้อสงสัยในเรื่องนี้เลย แต่หลังจากคิดไป คิดมา ว่ามันไม่น่าจะใช่คำตอบ เลยตัดสินใจใช้ สีข้าง เข้าแถก โดยให้คำตอบประมาณว่า... ดิฉันจะมีความสุขมากถ้าหากได้มีโอกาสแสดงให้เห็นถึงสิ่งเหล่านี้ แต่หลายอย่างมันยังเป็นข่าวกรอง อย่างไรก็ตาม เราเชื่อมั่นเอามากๆ ต่อการตัดสินใจในสิ่งที่เราได้ทำลงไป ถามต่อว่า... ถ้างั้น...จะเรียกว่า ถือเป็นการโจมตีก่อนที่จะสามารถรวบรวมหลักฐานได้ครบถ้วนสมบูรณ์ได้หรือไม่ ตอบว่า... เรายังคงอยู่ในระหว่างการประเมินและรวบรวมหลักฐานต่างๆ แต่รัฐมนตรีกลาโหมของเรา ก็ได้พูดไปแล้วเมื่อคืน ว่าเขาเชื่อมั่นในหลักฐานที่มีอยู่ จึงตัดสินใจโจมตี ส่วนสำหรับข้อพิสูจน์ต่างๆ เรายังคงต้องพยายามรวบรวมต่อไป และจะสามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้เมื่อเราได้รับมันมา...

                                                             -------------------------------------------------

      ถามอีกว่า...ทำไมต้องโจมตีซีเรีย ก่อนที่คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบอาวุธเคมีแห่งองค์กร OPWC จะเข้าไปพิสูจน์หาหลักฐานกันอย่างเป็นจริง เป็นจัง (หรือทำไมไม่รอให้การรวบรวมหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ซะก่อน) โฆษกกลาโหมตอบว่า เรื่องนี้...ต้องอย่าลืมว่า เพราะระบอบการปกครองของอัล-อัสซาด ทำให้ไม่ว่าใครไม่สามารถเข้าไป Ghouta และ Douma (พื้นที่ที่คาดว่ามีการใช้อาวุธเคมี) ได้เลย อันเป็นคำตอบที่สวนทางกับคำประกาศของรัฐบาลซีเรียแบบคนละเรื่อง คนละม้วน เพราะตั้งแต่ก่อนช่วงวันเสาร์ หรือก่อนที่คณะ OPWC จะเดินทางไปถึงกรุงดามัสกัส รัฐบาลซีเรีย รวมทั้งศูนย์ประนีประนอมเพื่อซีเรีย ของฝ่ายรัสเซีย พยายามแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้วยการประกาศว่าพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้คณะกรรมการ OPWC เข้าไปใน ทุกๆ พื้นที่ ที่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เรียกร้อง ต้องการ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แม้แต่น้อย...

                                                           ----------------------------------------------------

      ส่วนผู้อำนวยคณะเสนาธิการ่วม พลโท แมคเคนซี ก็เจอกับคำถามที่ทำให้เกิดอาการ ลิ้นพันกัน ไม่ต่างไปจากกันซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะคำถามที่ว่า การโจมตีไปยังเป้าหมายที่คาดว่าเป็นคลังเก็บอาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรียนั้น ถ้าหากสารพิษเกิดแพร่กระจายออกไป จะยิ่งไม่เป็นการทำอันตรายให้กับพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น ยิ่งขึ้นไปอีกหรือ? เจอเข้ากับคำถามนี้ นายพลอเมริกันหนีไม่พ้นต้องกลายสภาพเป็น ณัฐวุฒิ สภาโจ๊ก ไปโดยทันที ปากแห้ง คอแห้ง ตอบแบบมั่วๆ มึนซ์ซ์ซ์ๆ ประมาณว่า... เป้าหมายที่เราโจมตีอาจมีสารเคมีและก๊าซทำลายประสาทอยู่บ้าง แต่เราก็เชื่อว่าโดยการโจมตี และวิธีการที่เราใช้ในการโจมตี วิธีที่อาวุธของเราพุ่งไปยังเป้าหมาย จะสามารถช่วยลดสิ่งที่ว่านี้ได้ เอาเป็นว่า...ขอคำถามใหม่ก็แล้วกัน เพราะสำหรับคำถามนี้ พวกคุณคงสามารถรับรู้ได้ในอีกไม่กี่ช่วงหน้า ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง... ฯลฯลฯลฯ...

                                                              --------------------------------------------------------

      สรุปเอาเป็นว่า...งานนี้ ไม่ว่า สามกุ๊ย อย่าง ทรัมป์บ้า, เมย์ มนุษย์ป้า และ มาครง คนหนุ่ม จะคุยใหญ่ คุยโต คุยโม้ โอ้อวด ถึง ผลสำเร็จอันงดงาม ในการตัดสินใจใช้อำนาจทางทหารโจมตีซีเรียไปในแบบไหน อย่างไร ก็ตามที แต่โดยข่าวคราวที่ปรากฏออกไปในสื่อทั่วทั้งโลกนั้น ต้องถือเป็น ความพ่ายแพ้ทางการเมือง แบบโดยสิ้นเชิง เพราะไม่เพียงแต่การโจมตีจะไม่ได้ส่งผลให้เกิดการบั่นทอน ทำลาย ศักยภาพใดๆ ไม่ว่าของรัฐบาลซีเรีย กองกำลังพันธมิตรอย่างรัสเซีย เอาเลยแม้แต่น้อย อาการ กล้าๆ-กลัวๆ ของ 3 อภิมหาอำนาจคราวนี้ ยังกลายเป็นลดทอนศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ ไม่ว่าทางการเมืองหรือการทหารของทั้งสามกุ๊ยอย่างเห็นได้โดยชัดเจน โดยที่จะต้องแลกมากับ ความเสื่อม ของระเบียบ กฎเกณฑ์ กฎหมายระหว่างประเทศ ความทรุดโทรม ขององค์กรกลาง อย่างองค์กรสหประชาชาติ ที่ไร้มาตรฐานใดๆ พอที่จะเป็นที่พึ่ง ที่หวัง ได้อีกต่อไป...

                                                               ------------------------------------------------------

      มิหนำซ้ำภายในประเทศของแต่ละ กุ๊ย เอง...การโจมตีซีเรียคราวนี้ ก็คงไม่ได้ช่วยกลบเกลื่อนข้อกล่าวหาในเรื่องการใช้บริการโสเภณีเด็ก โสเภณีผู้ใหญ่ ของ ทรัมป์บ้า ให้ใครต่อใครลืมๆ เหมือนอย่างหนังฮอลลีวูดเรื่อง Wag the Dog ได้เลย ไม่สามารถช่วยให้ เมย์ มนุษย์ป้า หรือ มาครง คนหนุ่ม ได้รับความยอมรับเพิ่มขึ้น กลับโดนฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองนำไปใช้เป็นประเด็นเล่นงานตัวเองให้หนักขึ้นๆ ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น แถมบรรดา พันธมิตรในตะวันออกกลาง อย่างอิสราเอล และซาอุดีอาระเบีย ที่หวังจะให้บรรดากุ๊ยทั้งหลาย งัด ลูกบ้า ออกมาแบบเต็มร้อย เมื่อเจอเข้ากับอาการ กล้าๆ-กลัวๆ หนักไปทาง ขัดจรวด มากกว่าจะยิงจรวดใส่กันและกันให้เละกันไปเป็นข้างๆ ความพ่ายแพ้ทางการเมือง ของ สามกุ๊ย คราวนี้...อาจช่วยให้สถานการณ์ในตะวันออกกลาง พลิกผันไปใน ทางบวก ยิ่งขึ้นๆ ก็ไม่แน่!!!

                                                               ------------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Chabrias... An army of deers led by a lion is more to be feared than an army of lions led by a deer.- กองทัพกวางที่นำโดยราชสีห์ น่ากลัวกว่ากองทัพราชสีห์ ที่นำโดยกวาง...

                                                              ------------------------------------------------------