สิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม


เพิ่มเพื่อน    

                 ถ้าหากท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านกลับมาเป็นนายกฯ รอบใหม่...ด้วยวิธีอะไรต่อมิอะไรก็เถอะ โอกาสที่ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มันจะเกิดความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เดินหน้าไปได้ตลอดรอดฝั่งครบทั้ง 20 ปี หรือจะต้องกลายเป็น ยุทธศาสตร์ 20 วัน ไม่งั้นก็อาจแค่ประมาณ 20 เดือน อันนี้...ต้องยอมรับว่า คาดคะเนได้ลำบากเอามากๆ...

                                                             ------------------------------------------------------

                คือเรื่องระดับ ยุทธศาสตร์ นั้น...มันคงจะไปใส่บ่าแบกหาม ด้วยลำพังตัวของคนคนเดียว ยังไงๆ ย่อมเป็นไปได้อยู่แล้วแน่ๆ ไม่เพียงแต่ต้องอาศัยกลไกขับเคลื่อนแบบทั่วทั้งระบบ ทั้งภาคราชการ ภาคธุรกิจ ยังต้องรวมไปถึงความร่วมมือ ร่วมใจ จากปวงชนชาวไทยโดยส่วนใหญ่ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ มันถึงจะพอลื่นไหล ไปรอด ไปโลด กันได้จริงๆ อีกทั้งภายใต้สภาพการเมืองแบบเก่าๆ เดิมๆ แค่เฉพาะ ยุทธศาสตร์ 5 ปี ที่เคยเรียกๆ กันในนาม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็เป็นที่รู้ๆ กันมาโดยตลอด ว่าไม่ได้มีไว้ขับเคลื่อน แต่มีเอาไว้วางบนหิ้งซะมากกว่า...

                                                                 -------------------------------------------------

                เพราะโดยสภาพแวดล้อมทางการเมืองแบบเดิมๆนั้น...มันไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อการกำหนดแผนระยะยาว หรือแม้แต่ระยะกลาง มากมายซักเท่าไหร่นัก หนักไปทางต้อง ตีหัวเข้าบ้าน ต้องเล่นกันแบบสั้นๆ เพื่อประคองตัวให้รอดจากความพลิกผันทางการเมือง ที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้แบบ 180 องศา หรือไม่ก็ 360 องศามาโดยตลอด มันถึงทิ้งซากอนุสรณ์ของโครงการระยะยาวไม่รู้กี่ต่อกี่โครงการ เอาไว้เกลื่อนบ้าน เกลื่อนเมือง ชนิดนักโบราณคดีในอีก 200-300 ปีข้างหน้า อาจสันนิษฐานไม่ออกว่า เหตุใดถึงอาณาจักรกรุงเทพมหานคร ถึงได้สร้างเสาเอาไว้เป็นแท่งๆ ไม่ต่างอะไรไปจากศิวลึงค์ยุคใหม่อะไรทำนองนั้น...

                                                                ----------------------------------------------------

                แม้จะเขียนอะไรต่อมิอะไรบังคับเอาไว้กฎหมายแม่ กฎหมายลูกก็เถอะ...แต่กระทั่งตัว รัฐธรรมนูญ แท้ๆ ยังถูกฉีก ถูกเปลี่ยน ให้ผิดแผก แตกต่าง ไปจากเดิม คราวแล้ว คราวเล่า หรือต้องเริ่มต้นร่างใหม่กันจนประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลกไปแล้วก็ว่าได้ โดยเฉพาะถ้าผู้นำทางการเมืองอย่างนายกรัฐมนตรี มีโอกาสอยู่ในตำแหน่งได้เพียงแค่ 20 วัน หรือ 20 เดือน ก็แทบไม่ต้องพูดถึงเรื่อง ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพราะมันคงไม่ต่างอะไรไปจากฝันเปียก หรือฝันกลางแดด อะไรประมาณนั้น สิ่งที่เขียน สิ่งที่ร่าง คงต้องเป็นอันพับเก็บเอาไว้ใต้ตุ่ม เหมือนบรรดาแผนต่างๆ เท่าที่เคยมีมาโดยตลอด...

                                                                -----------------------------------------------------

                และเท่าที่ดูจากกิริยา ท่าที ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่  ในการเข้าสู่แวดวงการเมืองในอนาคตเบื้องหน้า ก็ดูจะไม่ได้ส่งผลใดๆ ให้สภาพแวดล้อมทางการเมือง เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากมายซักเท่าไหร่นัก แม้จะมีการออกแบบ ดีไซน์ ระบบใหม่ๆ ระเบียบใหม่ๆ ไปคว้าเอาการเมืองสไตล์เยอรมัน มาดัดแปลงให้กลายเป็นแบบไทยๆ ชนิดแปลงฮอตดอกให้กลายเป็นไส้กรอกยัดข้าวเอาไว้ข้างใน แนมด้วยขิง ด้วยพริก ด้วยกะหล่ำปลี อะไรประมาณนั้น หรือกลายเป็นระบบ จัดสรรปันส่วนผสม ในทุกวันนี้ แต่ในเมื่อ เนื้อใน มันยังคงเป็นปลาไหลใส่สเกต เป็นบ้านริมน้ำ เป็นสุโขทัยเรียงหิน ซุ้มมือปืน ไปจนถึงฉลามชล ฯลฯ มันคงไม่ส่งผลให้สภาพแวดล้อมการเมืองเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแต่อย่างใด...

                                                                   -----------------------------------------------------

                คือหลังจากได้เป็น นายกฯ แล้ว...คงต้องพลิกขวา พลิกซ้าย ลื่นไหลไปตามกระแสการเมืองแบบเดิมๆ จนไม่น่าจะมีเวลาพอที่จะมาพลิกเอกสารยุทธศาสตร์ ซึ่งใครต่อใครลงเรี่ยว ลงแรง เขียนกันชนิดมือหงิก มืองอ ยิ่งถ้าไม่มี มาตราฉี่ฉิบฉี่ อยู่ในมือด้วยแล้ว ยิ่งทำอะไรที่หวัง ที่ต้องการ แทบไม่ได้เอาเลยก็ไม่แน่ เพราะขนาดระหว่างที่ยังมีมาตราฉี่ฉิบฉี่อยู่ในมือแท้ๆ บางครั้งบางครา ยังต้องอมไว้แทนสากกะเบือ ไม่อาจงัดออกมาจัดการ แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน ออกมา ปฏิรูปตำรวจ ได้เลยแม้แต่น้อย ต่างไปจากผู้ที่ไร้มาตราฉี่ฉิบฉี่ ไร้อำนาจวาสนาถึงขั้นหวิด ถูกถีบ ให้พ้นไปจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่ด้วยเหตุเพราะไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแวดล้อมทางการเมืองแบบเดิมๆ สามารถดำรง รักษา ความเป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาภายใต้สภาวะแวดล้อมใหม่ๆ เลยสามารถ ปฏิรูปพระ ได้แบบเห็นหน้า เห็นหลัง เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ขึ้นมาได้บ้าง ในทุกวันนี้...

                                                                   --------------------------------------------------------

                ด้วยเหตุนี้นี่เอง...เลยคงต้องหันมาให้ความสนใจ ในเรื่องของ สภาวะแวดล้อมทางการเมือง เอาไว้มั่ง เนื่องจากสิ่งที่เรียกว่า เป้าหมาย กับสิ่งที่เรียกว่า กรรมวิธี  มันคงเป็นสิ่งที่ต้องไปด้วยกัน หรือสอดคล้อง ต้องกัน ไม่งั้น...คงไม่ต่างอะไรไปจากตั้งความหวังให้ งาช้างงอกออกมาจากปากสุนัข อะไรประมาณนั้น การตั้งเป้าหมายเอาไว้สูงๆ...ระดับหวังจะให้ แผ่นดินอันงดงาม กลับคืนมาให้จงได้ แต่ถ้าดันหันไปใช้ กรรมวิธี ต่ำๆ หรือกรรมวิธีอะไรก็ได้ โอกาสที่ ยุทธศาสตร์ 20 ปี มันอาจต้องกลายเป็น ยุทธศาสตร์ 20 วัน หรือ 20 เดือน หรือต้องจบลงไปแบบเดียวกับที่มันเคยจบๆ กันมาแล้ว อันทำให้ประเทศไทยไม่เคยมีแผนระยะยาว ระยะกลาง มีแต่การ เอาตัวรอด ระยะสั้นๆ (ที่จะเรียกว่า แผน คงไม่ถนัดซักเท่าไหร่) มาโดยตลอด...

                                                                       -----------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Fritz R.S. Dressler...  Predicting the future is easy. It’s trying to figure what’s going on now that’s hard. การคาดคะเนอนาคตนั้นง่าย...แต่การพยายามไตร่ตรองว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น ณ ขณะนี้นี่สิ ยากเอามากๆ...

                                                                        ----------------------------------------------------


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"