สมการ "ลาออกของพี่ใหญ่"


   

          "พลเอกประวิตร"...........

              หมู่นี้ ดูหน้าท่านหมองเหมือนตะวันยามโพล้เพล้ เห็นแล้วก็เหงาใจแทนยังไงก็ไม่รู้

            เรื่อง "นาฬิกา" คงรบกวนจิตใจท่านมาก

            ทั้งวัน-ทั้งคืน ทั้งหลับและตื่น เสียงติ๊กๆๆๆๆๆ แม้เบาปานมดเยี่ยว แต่คงดังปานปืนใหญ่สะเทือน-สะท้านอยู่ในทรวง

            อย่าว่าแต่ท่านเลย.......

            เป็นผม ก็คงเหมือนท่าน ต่างกันตรงผมมีน้อยเรือนกว่าท่าน และเป็นราคาชั่งโลขายเท่านั้น

            เรื่อง "คิดมาก-คิดน้อย" ห้ามกันไม่ได้

            แต่การสะสมเรื่องคิดจนเครียด ตรงนี้แหละ อยากบอกด้วยความเป็นห่วงว่า

            "ความเครียด" คือมือยักษ์ที่จะจับเข็มนาฬิกาแห่ง ลำไส้เล็ก-ลำไส้ใหญ่-ตับ-ไต-หัวใจ-ม้าม-ปอด เรียกว่าองคาพยพร่างกายทั้งหมด ให้เดินย้อนศร

            ผลคือ.........

            ล้มตึงเฉียบพลัน อย่างคุณกล้านรงค์ในสภาฯ เมื่อวาน (๑๑ ม.ค.๖๐) มีโอกาสเกิดได้

            ช่วง ๕ ปีนี้ ท่านยังตายไม่ได้!

            ฉะนั้น "ท่านพี่ใหญ่" โปรดถนอมสุขภาพ (จิต) ด้วย

            ตุ้ยนุ้ยอย่างท่าน ล้มแล้วเป็นผักคาเตียงเอาได้ง่ายๆ ต่อให้กินถั่งเช่าเป็นกิโล ที่ล้มก็อย่าหวังว่าจะโด่คืน บอกไม่เชื่อ

            เหตุที่ผมไม่อยากให้ท่านเป็นอะไรไปตอนนี้ ไม่ใช่เพราะห่วงท่านโดยตรงหรอก

            หากแต่ห่วง "น้องเล็ก" ของท่าน คือ นายกฯ ลุงตู่นั่นแหละ!

            คือเมื่อน้องเล็กประกาศลงชนในเวทีการเมืองแล้ว กราดตาทั้งแผ่นดิน

            ต่อให้มีพรรคทหาร พรรคพลเรือน พรรคพวก หรือพรรคอะไรก็แล้วแต่เป็นกองหนุน

            ถ้าขาด "พรรคพี่ใหญ่" เป็นพรรคนอมินีหนุน ชาตินี้ "น้องเล็ก" ก็อย่าหวังจะได้เป็น

            "นายกฯ คนนอก"!?

            คือในรัฐสภา อันประกอบด้วย ส.ส.-ส.ว. ๗๕๐ คนนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี

            ต้องได้คนเทาๆ อย่างพี่ใหญ่นี่แหละ ใช้บารมีดูแลทั้งฝ่ายเทพ-ฝ่ายมาร อย่าให้รวมหัวจนคนดีพลาดเก้าอี้ "นายกฯ คนนอก"

            เพราะเท่าที่สังเกต ในความเป็น "องค์รัฏฐาธิปัตย์" ของน้องเล็ก รวมถึงความเป็น คสช.ควบคุมอำนาจประเทศตลอด ๓-๔ ปีมานี้

            เป็น "พี่ใหญ่" เซอร์วิส ซะ ๗๐-๘๐%

            กราดตาไปทุกยูนิตงานเวลานี้ องค์กรไหนบ้าง ที่ไม่มีคน "พี่ใหญ่จับวาง"?     

            ลองบอกมาซักหน่วยซิ ไล่ลงไปตั้งแต่ ครม.-สนช.-ป.ป.ช.-สตช.-ทบ.-ทร.ทอ. รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ ไม่เว้นกระทั่งว่าที่นักเลือกตั้ง

            ต้องยอมรับว่า รัฐบาล คสช.ที่อยู่ได้..........

            ส่วนหนึ่ง เพราะการทำหน้าที่ "แม่บ้านรัฐบาล" ของพี่ใหญ่ "น้องเล็ก" จึงหน้าตึง-อกตั้ง-เสียงดัง แต่สตางค์ไม่ค่อยมีนั่นไง!

            "ข้างนอก" ขรมด้วยเสียงขับไล่ อยากให้พลเอกประวิตรออกไป

            แต่หารู้ไม่.......

            ข้างในนั้น "ขาดพี่ใหญ่-เหมือนขาดใจ" ขาดวันไหน อาการที่เรียกว่า

            "ไฟตัน-น้ำมันชอร์ต" เกิดทันที!

            เหมือนบ้านหลังใหญ่-คนเยอะ.........

            วันไหน "แม่บ้านพม่า" ลากลับบ้าน โกลาหลเลย

            ใครจะหุงหาข้าวปลา ใครจะซักเสื้อผ้า ใครจะเลี้ยงลูก ใครจะกวาดบ้าน-ถูบ้าน ใครจะให้ข้าวหมา-เช็ดขี้แมว

            และจาน-ชาม กินกันทิ้งไว้เขลอะ ใครจะช่วยล้าง-ช่วยเคลียร์ และช่วยรับหน้าเสื่อให้ล่ะ?

            เนี่ย....โบราณเขาถึงว่า ข้าวของจะรู้ว่ามีค่า ก็ต่อเมื่อหาย

            คนข้างนอก อยากให้บิ๊กป้อมหาย

            แต่คนใน คสช.บอก บิ๊กป้อมหาย ฉิบ....เลย!

            คือในความเป็นรัฐบาลทหารนั้น นายกฯ ลุงตู่ เท่าที่ดู จะหนักไปทาง "พระเดช"

            "อำนาจ" คุม

            ส่วนพลเอกประวิตร จะหนักไปทาง "พระคุณ" คุมจักรวาล

            เรียกว่า "คลื่นบารมี" พี่ใหญ่ รัศมีครอบคลุมกว้างไกล ไม่ว่า ยาจก-เศรษฐี-ผู้ดี-ไพร่-โจรร้าย-โจรดี-สมี-นักเลือกตั้ง กระทั่งพ่อค้าวาณิช

            อยู่ในตาข่ายคลื่น "พี่ใหญ่" ครบเครื่อง!

            เพราะฉะนั้น......

            เผลอๆ ช็อกกันทั้งประเทศได้ ถ้าวันไหน พลเอกประวิตร "ลาออก" จากรัฐบาล

            ไม่ใช่ออกเพราะนายกฯ หรือใครในรัฐบาลบีบคั้น-ดัน-กดให้ออก

            แต่ออกตามยุทธศาสตร์ "แยกกันทำ-รวมกันอยู่" น่ะ!

            ในงานการเมือง ๕ ปีข้างหน้า มีเก้าอี้ "นายกฯ คนนอก" เป็นเดิมพัน

            พลเอกประยุทธ์ ก็เหมือนจอมพลถนอม

            "ถนอม" ขาด "ประภาส" ไม่ได้ ฉันใด "บิ๊กตู่" ก็ขาด "บิ๊กป้อม" ไม่ได้ ฉันนั้น!

            พูดกันตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๗-๒๖๘ ตุลา-พฤศจิกานี้ การเลือกตั้งผู้แทนต้องเกิดขึ้นแล้ว

            เรื่อง "กองหนุน" นายกฯ ลุงตู่ จึงเป็นภารกิจของคนเป็นแม่บ้านต้องคิดและเตรียมการแล้ว!

            จะมีพรรคไพบูลย์ พรรคทหาร พรรคประชารัฐ พรรคสวามิภักดิ์ กองหนุน-กองโจร อะไรก็แล้วแต่

            นั่นเป็นเรื่องจิตศรัทธาญาติโยม "จรมา" สุดแต่เจตนาเขา จะไปกะเกณฑ์อะไรไม่ได้

            ผมจึงประเมินใจพี่ใหญ่ว่า........

            รักและห่วงใยน้องเล็ก มากกว่าห่วงเก้าอี้รัฐมนตรีตัวเอง

            เหตุนั้น พี่ใหญ่ผู้มากบารมี อาจตัดสินใจออกไป "สร้างกำแพงแก้ว ๗ ชั้น" ทางการเมืองให้น้องเล็ก

            ๓ มกรา ๖๑ "น้องเล็ก" ประกาศ

            "ผมเป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร"

            เท่ากับ "เปิดหน้าชน" ในสนามการเมืองอันว่าด้วยพลเรือนเต็มตัวแล้ว

            ๘ มกรา ๖๑ พี่ใหญ่ประกาศ........

           "ผมไม่ใช่นักการเมือง แต่เข้ามาทำงานการเมือง และไม่ใช่นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะไม่คิดว่าจะลงเลือกตั้ง"

            ถ้า "นายกฯ ประยุทธ์" เป็นนักการเมืองล่ะ.......
             .........."จะสนับสนุนมั้ย
?"

             “ผมก็จะสนับสนุนตลอด ทำไมล่ะ....ผมจะสนับสนุนไม่ได้หรือ แต่ขอย้ำว่า ผมจะไม่เปลี่ยนสถานะเป็นนักการเมือง”

            ชัด...ไม่ต้องถอดรหัสอะไรอีก

            น้องเล็ก ประกาศ "ขึ้นเวที"

            พี่ใหญ่ ประกาศเป็น "พี่เลี้ยง"!

            เหมือนพลเอกประยุทธ์ประกาศบวช แล้วเดินธุดงค์ไปปักกลดบำเพ็ญตบะในถ้ำ

            พระธุดงค์นั้น เคร่งครัด เก็บตัว มักน้อย สันโดษ

            บิณฑบาตได้อาหารแค่ไหน-อย่างไร ก็ฉันแค่นั้น อย่างนั้น ไม่มีใครถวายเลย ท่านก็อด

            แต่โยมพี่ใหญ่ ไม่บวชด้วย ปวารณาเป็นโยมอุปัฏฐาก ไปปลูกกระท่อมอยู่ใกล้ๆ ถ้ำ

            คอย "เชือดเป็ด-เชือดไก่" ปิ้ง-ย่าง-ต้ม-แกง ใส่บาตรพระน้องเล็ก ดูแลไม่ได้ขาดเครื่องใช้-เครื่องขบฉัน

            เพื่อพระน้องเล็กจะได้มีกำลังเรี่ยวแรง "ธำรงธรรม" สู่ทางบรรลุ!

            เห็นพลเอกประวิตรท่านหงิมๆ อย่างนั้นเถอะ ใครไม่ทราบก็โปรดทราบไว้

            เครือข่ายศรัทธาในพระคุณท่านมีกระจายไปทุกค่าย-สาขา ทหารมีคำพูด "กองทัพเดินด้วยท้อง"

            ในทางการเมืองก็มี "มือจะยกด้วยท้อง"!

            ดังนั้น ก็ลงตัว-ชัดแจ้ง พี่ใหญ่กับน้องเล็ก "แยกกันทำ-รวมกันอยู่"

            น้องเล็กขึ้นเวทีการเมือง พี่ใหญ่หิ้วถังเป็นพี่เลี้ยง ครบ ๕ ยก รู้แพ้-รู้ชนะ แล้วค่อยมาว่ากันอีกที

            "ลับ-ลวง-พราง" หรือ "แจ้ง-กลวง-โผล่"

            ก็เป็นเช่นนี้แล!.


นี่...ถ้าเป็น "สถานการณ์ศึก"..... "ทัพมาร์ค-ทัพแม้ว" กำลังคึกจัด แต่หารู้ไม่ว่า ถลำเข้าไปอยู่ใน "ค่ายกลศึก" ของท่านเจ้าเมืองตู่ ป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่รู้สึกตัว!

'นาฬิกา-นาฬิกรรม' คำประวิตร?
บ้าใบ้ 'ประชาธิปไตยจอน'
'วังวนตำรวจกับคนค้ากาม'
"คิดใหม่ใน"วันเด็ก"กันดีมั้ย?
สมการ "ลาออกของพี่ใหญ่"
เมื่อเคลื่อนไหว 'จุดตาย' ก็ประจักษ์