วันพุธที่ 10 มีนาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

ปรากฏการณ์"ทหารตบเท้า"สะท้อนถึงอะไร?


จากปรากฏการณ์ "ยังเติร์ก-ตบเท้า" ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมว่าถึงเวลาที่เราควรมานั่ง "เหลียวหน้า-แลหลัง" เป็นการทบทวน "สถานการณ์ปัจจุบัน" กันสักครั้ง อย่างน้อยก็เพื่อให้รู้ว่า ณ ขณะนี้ "แต่ละคน-แต่ละองค์กร" ดำรงตนอยู่ ณ สภาพไหน เพราะถ้าไม่มอง ไม่สำรวจกันเสียบ้าง อาจทำให้ทั้งผู้กระทำ ผู้ถูกกระทำ เข้าใจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงที่ควรเป็น

แล้วอะไรล่ะคือ "ความเป็นจริงที่ควรเป็น?" มันตอบยากพอๆ กับถามง่าย ตอนนี้ไม่ว่าผมไปทางไหน ปะหน้าค่าตาคนที่รู้จักกัน หนึ่งคำถามที่ขาดไม่ได้ในการสนทนาคือ "แล้วบ้านเมืองจะลงเอยอย่างไรกัน?"

เมื่อถูกถามบ่อยๆ ผมจึงคิดสูตรออกจากคำถามนี้ คือเมื่อพบหน้ากัน รีบถามเขาก่อนที่จะเขาจะถามผม ก็ได้ผลแฮะ แต่เอาหละ บางอย่างไม่จำเป็นต้องตอบแบบ เยส, โน, โอเค, แท้งกิ้ว แต่ก็จะเข้าใจได้ว่าอะไรเป็นอะไร ฉะนั้น วันนี้เราลองมาคุยกันในสไตล์นี้ดูบ้าง

ประเด็นแรก และเป็นประเด็นใหญ่ ทุกวันนี้บ้านเมืองเรามีผู้นำทางกฎหมาย แต่ "ขาดผู้นำ" ทางปฏิบัติ ฉะนั้นการนำจึงเป็นการนำแบบงู แบบจิ้งจกที่ไม่มีหัว-ไม่มีหาง ยังสามารถเคลื่อนไหว ซัดส่ายตามสัญชาตญาณไปได้อีกระยะหนึ่ง แต่ถ้าตาม "ผู้นำ" ลักษณะนี้ไป อนาคตมี ๒ ทางให้เลือก

ตายเดี่ยว หรือตายหมู่!?

"ผู้นำ" ในความหมายตามลักษณะสังคมไทยคือใคร?

คือ.... ๑.นายกรัฐมนตรี ๒.ผบ.ทบ.

นายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำตามโครงสร้างประชาธิปไตยซึ่งเรียกว่า "ผู้นำตามกฎหมาย" อันเป็นลักษณะปกครอง ส่วน ผบ.ทบ.เป็นผู้นำตามโครงสร้างวัฒนธรรม-ประเพณี อันเรียกว่า "ผู้นำทางจิตวิญญาณ" ตามโครงสร้างก่อเกิดกำเนิดชาติ

เอ้า...แล้วดูกันซิว่า วันนี้นายกรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ผู้นำตามโครงสร้างประชาธิปไตย กับ ผบ.ทบ."พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา" ผู้นำตามโครงสร้างวัฒนธรรม-ประเพณี ดำรงหน้าที่ และมีความศักดิ์สิทธิ์ ตามความเป็นจริงที่ควรเป็นของมันหรือไม่?

การเมือง กับการทหาร เป็น "สูตรผูก-สูตรแก้" ให้กับสังคมชาติมาตลอด รูปธรรมที่เห็นชัด คือ ยามใดที่การเมืองทำร้ายสังคม ยามนั้นสังคมก็เรียกหา "สูตรแก้" คือทหาร

ยามใดที่บ้านเมืองมีปัญหา เกินสติปัญญา และนอกเหนือกรอบกำลังการเมือง คือรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้ประเทศชาติ-สังคมเป็นสุขได้ ยามนั้นสังคมต่างหันหน้า มองไปหาทหารเป็น "สูตรแก้"

นี่คือประชาธิปไตย "ภาคเป็นจริง" ของสังคมไทยที่ยังมีการศึกษาเป็นวัคซีนไม่ทั่วถึง ไม่ใช่ประชาธิปไตย "ภาคดัดจริตเป็น" ของสังคมไทยที่การพัฒนากระจุก และการด้อยพัฒนากระจายอย่างทุกวันนี้

การเมืองยุคจอมพล ป. พิบูลสงครามมีปัญหา จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถูกนำมาใช้เป็นสูตรแก้

การเมืองยุคจอมพลถนอม กิตติขจรมีปัญหา พลเอกกฤษณ์ สีวรา ถูกนำมาเป็นสูตรแก้

การเมืองยุคธานินทร์ กรัยวิเชียรมีปัญหา พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ถูกนำมาเป็นสูตรแก้

การเมืองยุคพลเอกเปรม ติณสูลานนท์มีปัญหา พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ถูกนำมาเป็นสูตรแก้

การเมืองยุคพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณมีปัญหา พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ถูกนำมาเป็นสูตรแก้

ผมไม่ได้ยกมาพูดในความหมายว่า "สูตรแก้" นั้น ใช่-ถูกต้อง แต่ยกมาเน้นให้เห็นว่า "อำนาจผู้นำทหาร" เป็นทั้งผู้พิทักษ์และผู้ทำลาย

เหมือนเงาประกบอำนาจ "ผู้นำรัฐบาล" ไปตลอด แต่ดูเหมือนว่านับแต่เหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕" สิ้นทหารยุค "พลเอกสุจินดา คราประยูร" แล้ว นับแต่นั้นมาจนถึงขณะนี้

ใครขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.ต่อให้เห็นหน้า-ได้ยินชื่อ คนก็ยังไม่หือหาว่ารู้จัก!?

ยิ่งถึงยุค "ทักษิณ ชินวัตร" ครองอำนาจผู้นำรัฐบาล ผู้นำทางจิตวิญญาณของประชาชน คือ "ผบ.ทบ." แทบสูญสภาพ เหลือแต่ "วิญญาณ" ในร่างทรงให้อำนาจทางการเมือง

จากนั้นมา ผบ.ทบ.ไม่มีภาพประทับอยู่ในใจประชาชน ผบ.ทบ.ไม่ใช่ผู้นำทางจิตวิญญาณเข้มข้นตามโครงสร้างสังคมชาตินับแต่ยุคสุโขทัย ยุคกรุงศรีอยุธยา ยุคกรุงธนบุรี จนถึงยุครัตนโกสินทร์ ณ พ.ศ.๒๕๕๓ นี้

ผู้นำทางจิตวิญญาณ เมื่อก่อน สู้-เพื่อพิทักษ์ชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน แต่เดี๋ยวนี้ สู้-เพื่อตำแหน่งกูอยู่ สู้เพื่อพวกกู สู้เพื่องบประมาณ สู้เพื่อเข้าไปเป็นบอร์ด สู้เพื่อเอาศักดิ์ศรีไปคุ้มครอง

"ยังเติร์ก" ตบเท้าพรึ่บพรั่บ พร้อมพรั่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งทหารด้วยกัน ทั้งประชาชน และทั้งความเป็นมวลชาติไทย น่าจะได้รับคำอธิบายเพื่อความเข้าใจตรงกันให้ชัดว่า

กองทัพ "พร้อมสู้" แล้วใช่มั้ย?

ถ้าใช่...ต้องตอบด้วยว่า"สู้เพื่ออะไร และเพื่อใคร?"

อย่างที่ได้ยิน สู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีกองทัพ และปกป้องผู้บังคับบัญชา คือ ผบ.ทบ.ที่ชื่อ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่พลตรีขัตติยะ หรือ เสธ.แดง ออกมาหยามหมิ่นเป็นรายวัน

กับปัญหาบ้านเมืองที่ไร้จุดจบมา ๒-๓ ปี จะได้ยินผู้นำรัฐบาลก็ดี ผู้นำทหารก็ดีพูดด้วยนโยบายที่ตรงกันอยู่อย่างคือ "ไม่ใช้ความรุนแรง" ผมก็ว่าถูก และดีแล้ว

แต่มันมีข้อควรคิด ควรตระหนักอยู่ว่า ระหว่าง หน่อมแน้ม นุ่มนิ่ม เอาใจ ซ้าย-ขวา-กลาง-ข้าง-ริม ไปเรื่อยๆ บ่มเพาะสถานการณ์บ้านเมืองไปสู่ความเลวร้ายชนิดมองไม่เห็นจุดจบ

กับ ยึดความมั่นคง เสถียรการดำรงอยู่ของชาติบนความสงบสุข แล้วใช้อำนาจตามกฎหมาย รุนแรง-แตกหัก ถึงเจ็บ แต่จบ!

จะเลือกเอาแบบไหน?

อภิสิทธิ์นั้น จะว่าไปแล้ว ท่านก็ได้ทำหน้าที่ "ผู้นำตามกฎหมาย" เท่าที่ทำได้อยู่ในเกณฑ์ แต่พลเอกอนุพงษ์นั้น ในความเป็นบุคคลตามตำแหน่งที่ประชาชนคาดหมายคือ "ผู้นำทางจิตวิญญาณ" ตามโครงสร้างก่อเกิดกำเนิดชาติ ผมว่าได้เวลาอันควรที่ท่านต้องตอบอย่างน้อยก็ต้องตอบกับตัวเองแล้วว่า

ได้ทำหน้าที่เป็น "สูตรแก้" ครบถ้วน ในยามที่ชาติ-ประชาชน "ไม่มีความสุข" แล้วหรือยัง?

ไม่ได้ต้องการให้ทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล แค่เปิดรัฐธรรมนูญมาตรา ๗๗ แล้วปฏิบัติก็พอ ได้ยินกะหู เห็นกะตาซ้ำซากแล้วใช่ไหมว่า ขณะนี้ สวัสดิภาพ ความสงบสุขของประชาชน และความมั่นคงของชาติ ถูกบุคคลกลุ่มหนึ่ง-คณะหนึ่ง คุกคาม ล้มล้าง เพื่อสถาปนาอำนาจใหม่

ไม่ต้องดูอะไรมาก มียุคไหนบ้างมั้ยที่ผู้นำทหารปล่อยให้ "คณะบุคคล" ผู้ประกาศตนล้มล้าง บุกไปล้อมป้อมปราบ กู่ก้องตะโกนด่าสถาบันทัพ และตัวแม่ทัพนายกองวันแล้ว-วันเล่า แต่เหล่าทหารแปลง "กองบัญชาการกองทัพบก" เป็นสถานปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ยุบหนอ...พองหนอ...กูไม่เกี่ยวหนอ..กูรอวันเกษียณอย่างเป็นสุขหนอ....!

และเคยมี ผบ.ทบ.คนไหนในประวัติศาสตร์มั้ยที่ถูก "ทหารลูกน้อง" ประกาศจะกระทืบ จนกลายเป็นตัวตลกของประเทศ!?

ชูวิทย์ เป็นโจรหรือเป็นพระเอก ผมไม่รู้ รู้แต่ว่าเมื่อชูวิทย์กล้า ในสังคมคนขี้ขลาด ชูวิทย์นักธุรกิจกาม ก็กลายเป็น "วีรบุรุษ" เป็นไอดอล คนเก่ง-คนกล้า ของคนสังคมที่ลื่นไหลไป-มาเหมือนสวะลอยน้ำ ขนาดว่านุ่งผ้าขึ้นจากอ่างไปสมัครในเก้าอี้ผู้ว่าฯ คะแนนยังมา ๒-๓ แสน!

เสธ.แดงก็เช่นนั้น ยังเติร์กหลายกองพล-กองพัน ตบเท้าพิทักษ์นาย พลเอกอนุพงษ์ไม่ได้เข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของคนรุ่นใหม่-รุ่นเก่าแต่อย่างใดเลย ตรงกันข้าม เสธ.แดง คนกบฏกองทัพกลับได้รับการยอมรับจากคนรุ่นใหม่-คนเก่า โดยพวกเขาไม่สนใจจะแยกแยะดี-ชั่วอะไร ให้เครดิตแค่ตรงที่ว่า คนกล้า-คนจริง

สังคมขี้ขลาด สังคมขี้กลัว หัวอยู่ใต้เกือกผู้กล้า เป็นธรรมดาอยู่แล้ว!

กับ เสธ.แดงคนเดียว จำเป็นมั้ย และใช่มั้ย ที่ต้องสั่งให้กองพล กองพัน นายทหารเล็กใหญ่ตบเท้าออกมา "ให้กำลังใจ" นายเช่นนี้ ในมุมกลับ น่าคิดว่าเป็นการให้เครดิตเสธ.แดง หรือเป็นการพิทักษ์-เชิดชูศักดิ์ศรี ผบ.ทบ.?

บทบาท "ผู้นำทหาร" ที่ประชาชนอยากเห็น และต้องการคือ ชัด-ปฏิบัติ-จบ

ไม่ใช่ แหย-แอ๊บแบ๊ว-แต๋วแตก!

พลเอกอนุพงษ์ ไม่ใช่ตัวสถาบันกองทัพไทย พลเอกอนุพงษ์แค่ นายทหารที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำกองทัพบกขณะหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้น การที่ทหารตบเท้าพิทักษ์พลเอกอนุพงษ์ จะให้มองว่าเป็นการพิทักษ์สถาบันหาใช่ไม่

-ชาติกำลังมีภัย คนไทยด้วยกันนั่นแหละแบ่งแยก แล้วทหารตบเท้าแสดงบทผู้พิทักษ์ชาติให้เห็นบ้างมั้ย?

-ศาสนาถูกลากเข้าไปในขบวนการโค่นชาติ จับบวชกันเป็นแสนคน เอาคนที่ไหนมาบวช ตรวจสอบประวัติหรือยัง บวชแล้วอยู่ไหน ใครเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอน แยกย้ายไปกิน-นอนอยู่วัดไหน ทั้งหมดนี้เพื่อเป้าหมายอะไร ทหารทำหน้าที่พิทักษ์ศาสนาได้ความว่าอย่างไรบ้าง?

-พระมหากษัตริย์ มีขบวนการกัดกร่อนหวังโค่นล้ม โจมตีอยู่ทุกวัน แล้วไหนล่ะ การทำหน้าที่ "ชีวิตราชพลี" ตามคำสัตย์?

ครับ..ผมฝากให้คิดกัน ทหารของชาติมีเป็นกองทัพ แต่กับทหารนอกแถวอย่าง เสธ.แดงเพียงคนเดียว ทำไม "ผู้นำทหาร" จึงจัดการให้เบ็ดเสร็จ-เด็ดขาดตามวิสัยทหารไม่ได้

แล้วใครมีรังสี "ผู้นำ" กันแน่?

ครับ...ต้องไม่ลืมว่า บทบาททหารในหัวใจประชาชนต้อง "ชัด-ปฏิบัติ-จบ" ถ้าไม่ชัด ไม่ปฏิบัติ แถมทำภารกิจชาตินุงนัง ถอยไปเถอะครับ ให้คนที่เขาชัด พร้อมปฏิบัติให้จบมาทำหน้าที่ตอนเดือนเมษานี้จะดีกว่า จะไปเป็นอาจารย์มหา'ลัย หรือจะไปกั้นม่านชักใยในฐานะกุนซือก็สุดแต่ท่าน ผมทนฟัง เสธ.แดงด่ารายวันไม่ไหว เพราะแอบรักท่านหมดหัวใจมาตั้งนานแล้ว โปรดรู้ด้วย.

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์