ไทยโพสต์ www.thaipost.net ได้ยินได้ฟังได้เห็น "อิสรภาพแห่งความคิด" ของคนในสังคมไทยหลังคำวินิจฉัยคดียึดทรัพย์แล้ว ต้องยอมรับว่า "ยุติธรรมค้ำจุนโลก" ส่วนความเห็นที่แตกต่างก็ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะลำพังนิ้วมือของตัวเรายังไม่เท่ากันเลย แล้วจะหวังให้คนเราคิดเหมือนกันหมดเป็นไปได้ยาก...0 แต่เสียง..บึ้ม! 4 จุดใน กทม. และเขตปริมณฑลเมื่อคืนวันเสาร์ จะถือเป็นเรื่องธรรมดาเสมือนกรณี "อาฟเตอร์ช็อก" ไม่ได้หรอกนะ เพราะใครๆ เขาจะติฉินตั้งข้อครหาได้ว่า รัฐบาลนอกจากปราศจากน้ำยาแล้วยังไม่เอาไหนเสียอีก...0 สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้ดูแลงานฝ่ายความมั่นคง "งานเข้า" ก่อนวาระเทศกาลแดง 12 มีนาคมศกนี้ จะไปโทษใครไม่ได้ นอกจากจะทบทวนว่าความกลวงโบ๋ของแผนดูแลสถานการณ์ต่างๆ นั้นเกิดจากคนไม่มีปัญญาหรือคนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กันเอ่ย?!?...0 หน่วยงานนี้ก็สมควรต้องพินิจพิเคราะห์ให้ถ่องแท้เช่นกัน ถึงบทบาทหน้าที่การเป็น "ทนายของแผ่นดิน" เพราะจนถึงป่านนี้แล้ว คำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า อดีตนายกฯ ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบกระทำการเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทชินคอร์ปของตัวเอง สำนักอัยการสูงสุดยังจะคิดแบบเดียวกับที่ ธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดให้สัมภาษณ์ว่ารอหน่วยงานต้นสังกัดที่ได้รับความเสียหาย ส่งเรื่องมาให้จึงจะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ มันก็เหมือนกับทำงานแบบ "ทอดหุ่ย" เช้าชามเย็นชามนั่นแหละ...0 ในเมื่อฐานความเสียหายมีอยู่ชัดเจน ในฐานะทนายก็สามารถส่งเรื่องไปขออายัดทรัพย์ทั้งหลายไว้ก่อนได้ทันที ด้วยเหตุผลที่พิสูจน์ได้โดยไม่ต้องสืบเสาะอีกแล้วว่า ผู้ต้องหาจงใจที่จะหลีกหนีซ่อนเร้น ทั้งนี้รอให้มีการชำระหนี้สินคงค้างที่รัฐเสียหายให้เรียบร้อยก่อนค่อยปล่อยเงินที่เหลือกลับคืนให้เจ้าของ จึงจะถูกต้องที่สุดนะจะบอกให้...0 ประเด็นความน่าสงสาร หรือแม้แต่ความหวั่นเกรงจนเกร็งว่าจะถูกใครเขาหาว่ารังแกคนล้มนั้น ไม่อาจจะนำมายึดโยงกับกรณีดังกล่าวนี้ เพราะยังไงข้อเท็จจริงก็ยังคงเป็นเรื่องจริงวันยังค่ำ..ใครโกงชาติก็ต้องชดใช้...พ่อแม่ทำอะไร ลูกย่อมได้รับผลกระทบด้วย...0 เสียงคร่ำครวญของ พินทองทา ชินวัตร ว่า โลกนี้ไม่ยุติธรรมต่อเธอ ฟังดูก็น่าเห็นใจ เพราะเธอไม่ได้เกี่ยวไม่ได้ข้องอะไรด้วยเลย แต่บัญชีของเธอก็ต้องถูกอายัด อย่างไรก็ตาม การมองด้านเดียวจากมุม "ลูกพ่อ" ก็อาจจะทำให้ลืมมองด้านอื่นๆ ..จริงไหมล่ะ...0 เรื่องของ "กฎแห่งกรรม" สาวนำสมัยอย่าง พินทองทา ชินวัตร อาจจะไม่เข้าซึ้งถึงความหมาย แต่ทั้ง ทักษิณ ชินวัตร และ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร น่าจะอธิบายได้ และถ้าไม่อยากให้ "หนี้กรรม" ตามไปทุกภพทุกชาติ ก็ควรจะชำระหนี้กรรมนี้ให้หมดเสียในวันที่อุตส่าห์เกิดมาเป็นคนครบ 32 บริบูรณ์ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่าชาติหน้ามีจริง แล้วจะโชคดีมีวาสนาเกิดมาเป็นคนกับเขาอีกหรือเปล่านะ...0 ผลการพิพากษาคดียึดทรัพย์ หลายคนอาจจะลืมไปว่า ไม่ใช่แต่เพียงชีวิตและครอบครัวของผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่แม้กระทั่ง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ชีวิตก็เปลี่ยนไปด้วย...0 จากเดิมที่ทำงานอย่างสมถะ รักษาความเป็นส่วนตัวครองตนอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวงได้ ตอนนี้ใครเป็นใครฝั่งเสียงข้างมากหรือข้างน้อยก็ต้องถูกนำมา "ชำแหละ" เหมือนบุคคลสาธารณะเสียแล้ว...0 เสียงข้างน้อย 2 เสียงอย่าง กำพล ภู่สุดแสวง และ ไพโรจน์ วายุภาพ ที่เห็นสมควรให้ยึดหมดทั้ง 7 หมื่นล้านบาท เริ่มมีคนอยากรู้จักหน้าตาและประวัติความเป็นมาเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันเสียงเดียวโด่เด่ของ ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล รองประธานศาลฎีกา ก็ถูกถามหาเหตุผลที่ลงความเห็น "ไม่ควรยึดทรัพย์" เลยแม้แต่บาทเดียว...0 อย่างไรเสียในเวลาไม่ช้าไม่นาน ความเห็นทั้งหลายก็ต้องถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ดังนั้นใจเย็นๆ ไว้จะดีกว่า เพราะทุกคนได้ทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความเหนื่อยยากทีเดียว ไม่ใช่เฉพาะสำนวนคดีที่หนาเป็นพันๆ หน้า น้ำหนักหลายสิบกิโลเท่านั้น แต่แรงกดดันจากสังคมภายนอกก็ย่อยเสียเมื่อไหร่...0 แต่แรงขับเคลื่อนของ พล.อ.ชวลิต
ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่ตั้งข้อกล่าวหามีผู้ชักใยองค์คณะผู้พิพากษานั้น สงสัยจะฟังไม่ขึ้นหรอกนะ ไม่ใช่เพราะปัญหาความน่าเชื่อถือของ "บิ๊กจิ๋ว" เพียงอย่างเดียว แต่คำวินิจฉัยที่ออกมาเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา มันก็ ซ.ต.พ.ได้ว่า ไม่มีใครสั่งศาลได้ ..เพราะถ้าสั่งได้จริงอย่างบิ๊กจิ๋วบอก มันต้องยึดหมดและเป็นเอกฉันท์เลยล่ะ...0








