Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ออกจากสถานี "ทักษิณ" ได้แล้ว


ในเมื่อผลการตัดสินคดีมันออกมาในรูปนี้...ไม่ว่าจะเป็นตัว ทักษิณ หรือบรรดาผู้ รักทักษิณ ทั้งหลาย อย่ามัวไปเสียเวลาโยนบาป ไปกล่าวโทษ อำมาตย์ ท่านต่อไปอีกเลย เพราะโดย ความจริง หรือโดย ข้อเท็จจริง ซึ่งศาลท่านได้เรียบเรียงให้เห็นออกมาเป็นขั้นเป็นตอนนั้น...จะเป็นศาลไหนต่อศาลไหนก็เถอะ ยังไงๆ คงเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องตัดสินชี้ขาดไปในแนวนี้ด้วยกันทั้งสิ้น...

----------------------------------------

ข้อเท็จจริง หรือ ความจริง ที่สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมในการปกปิด อำพราง การถือครองหุ้นเอาไว้ในมือทั้งๆ ที่รู้ๆ อยู่ว่าขัดแย้งกับตัวบทกฎหมาย ความจริงที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไข ปรับลด สัญญาสัมปทาน อันก่อให้เกิดผลเสีย ผลได้ ต่อธุรกิจของตัวเอง ความจริงที่เห็นได้ชัดเจนจากกรณีการแก้ไข บิดเบือน สัญญาสัมปทานดาวเทียม ระหว่างบริษัทตัวเองกับรัฐ ไปจนถึงกรณีการผลักดันให้ประเทศพม่ากู้เงินจากประเทศไทยเพื่อเอามาซื้อสินค้า บริการ จากบริษัทธุรกิจที่ตัวเองยังคงถือครองประโยชน์อยู่ ฯลฯ บรรดาความจริงเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็น ข้อเท็จจริงอันมิอาจปฏิเสธได้ ด้วยกันทั้งสิ้น...

--------------------------------------

ภายใต้ความจริงและข้อเท็จจริงเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นศาลไหนๆ ในประเทศประชาธิปไตยล้วนๆ หรือประชาธิปไตยแบบที่มีลักษณะเฉพาะ แบบหนึ่ง แบบใด ก็แล้วแต่ ยังไงๆ คงเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องอาศัยความจริง และข้อเท็จจริงเหล่านี้ เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์และความเป็นไปของรูปคดีด้วยกันทั้งนั้น จะมีก็แต่ประเทศเผด็จการ ที่อำนาจทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในมือผู้หนึ่งผู้ใด อันเป็นผู้ซึ่งพร้อมที่จะปฏิเสธความจริงและข้อเท็จจริงในทุกๆ กรณีเท่านั้น ถึงจะสามารถสั่งการ บงการ ให้เกิดการพลิกรูปคดี พลิกคำตัดสิน ออกไปจากความจริง หรือข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้ง่ายๆ

-----------------------------------------

ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าจะเป็นตัว ทักษิณ หรือผู้ซึ่ง รักทักษิณ ที่มักจะยกย่อง เชิดชู ความเป็นประชาธิปไตย และกล่าวโทษ อำมาตย์ ไปพร้อมๆ กัน ก็น่าจะตระหนัก สำนึกได้ด้วยตัวเองโดยไม่ยากว่า เหตุใดผลของคำตัดสิน คำพิพากษา ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง จึงต้องออกมาในรูปนี้ เพราะความเป็นประชาธิปไตยนั้น มันย่อมไม่ได้หมายถึงสิทธิ เสรีภาพ ในการที่จะปฏิเสธความจริง ตรงกันข้าม ยิ่งเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะต้องยอมรับต่อความจริงและข้อเท็จจริง มากยิ่งขึ้นเท่านั้น...ไม่เช่นนั้น โอกาสที่จะหาข้อยุติจากความคิดที่แตกต่างระหว่างกันและกัน ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย มันย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ...

--------------------------------------------

พูดง่ายๆ ว่า...ถึงแม้นจะพยายามแสดงความเชิดชู บูชา ประชาธิปไตย มากมายซักเพียงไหน รังเกียจ เคียดแค้นผูกพยาบาต อาฆาต ชิงชัง กับผู้ซึ่งถูกเรียกขานว่า อำมาตย์ ด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ แต่ถ้าหากดันไปปฏิเสธความจริง หรือไม่ยอมรับข้อเท็จจริงแล้วล่ะก็ ไม่ว่าตัวเองหรือกลุ่มก้อนตัวเอง ก็คงไม่ได้ต่างอะไรไปจาก เผด็จการ ล้วนๆ นั่นเอง แถมยังเป็นเผด็จการที่ออกไปในทางเลวร้ายซะอีกด้วย เพราะโดยความหมายของเผด็จการทั่วๆ ไปนั้น ยังอาจพอมี เผด็จการที่เป็นธรรม ถูกนำเข้าไปผสมรวมอยู่ด้วยก็ได้ แต่สำหรับเผด็จการที่ไม่ยอมรับความจริง หรือพยายามที่จะปฏิเสธความจริงแล้ว...ย่อมเป็นอะไรที่เลวร้ายยิ่งกว่าเผด็จการโดยทั่วไป และน่าจะเลวร้ายกว่า อำมาตย์ ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า...

------------------------------------------------

ด้วยเหตุนี้...เลิกเหอะ!!! นอกจากควรจะเลิกด่า อำมาตย์ ได้แล้ว ยังน่าที่จะเลิกเชิดชู บูชา ทักษิณ ในฐานะผู้นำประชาธิปไตย หรือสัญลักษณ์ตัวแทนความเป็นประชาธิปไตย ควบคู่ไปด้วย ถ้าหากยังมีความรู้สึกไม่พึงพอใจต่อสภาพความเป็นไปในบ้านเมือง ต่อผู้มีความคิดเห็นแตกต่างไปจากตัวเอง หรือต่อรัฐบาล ต่อนักการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม ฯลฯ ก็ตามที ก็สมควรแก่เวลาแล้ว...ที่จะต้องมองหาประเด็นใหม่ๆ แนวทางใหม่ๆ อันไม่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริง ไม่ปฏิเสธความจริง มานำเสนอต่อผู้คนในสังคมอย่างมีเหตุมีผล มีน้ำหนัก มีคุณค่าแก่การยอมรับ อย่าไปอาศัยเพียงแค่อารมณ์วูบๆ ไหวๆ ขึ้นๆ ลงๆ รักๆ ชังๆ มาใช้เป็นตัวจุดกระแสอีกต่อไปเลย เพราะรังแต่จะนำมาซึ่งความทุกข์ ความเดือดร้อน ให้กับตัวเองและผู้อื่น โดยไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ใดๆ ต่อสังคมชาติบ้านเมือง หรือต่อระบอบประชาธิไตยเอาเลยแม้แต่น้อย...

-------------------------------------------------

แน่นอนว่า...ภายใต้สภาพความเป็นไปของบ้านเมืองในทุกวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันคงไม่ได้เพียบพร้อม สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังเต็มไปด้วยปัญหาสารพัด สารพันชนิด ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาหนักๆ ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าปัญหาช่องว่างทางรายได้ หรือโอกาสปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม ตลอดไปจนถึงปัญหาในระดับโครงสร้างของระบบทั้งระบบ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนสามารถหยิบยกมาเป็นประเด็นในการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เพื่อการพัฒนาประชาธิปไตยได้ด้วยกันทั้งนั้น โดยไม่จำเป็นจะต้องย้อนกลับไปตั้งต้น ณ ที่ สถานีทักษิณ แต่อย่างใด...

-----------------------------------------------------

หรือถึงเวลาที่ขบวนรถไฟประเทศไทย...น่าจะเคลื่อนที่ออกจากสถานีนี้ได้แล้ว อย่ามัวไปจมปลักอยู่กับตัวตนของ ทักษิณ และผู้ที่ ทักษิณ เกลียดชัง จนต้องนำเอามาเหมารวมเป็นปัญหาของประเทศไทยทั้งประเทศอีกต่อไปเลย เพราะภายใต้การจอดนิ่งสนิทอยู่ ณ สถานี ทักษิณ อย่างต่อเนื่องยาวนานนับเป็นปีๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้ตัวตนของ ทักษิณ ต้องแหลกราญ ป่นปี้ จนแทบไม่เหลือเศษซากใดๆ ที่จะเอามาชูเป็นแบบอย่าง แนวทางได้อีกต่อไปแล้ว ยังทำให้อะไรต่อมิอะไรซึ่ง ทักษิณ เกลียดชัง อาฆาตมาดร้าย มุ่งหมายทำลาย ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคล สถาบัน หรือแม้กระทั่งประเทศไทยทั้งประเทศ ยังต้องพลอยบอบช้ำตามไปด้วย...

----------------------------------------------------

โดยเฉพาะผู้ซึ่งมีเงินเหลือติดก้นกระเป๋าอยู่แค่ไม่กี่บาท กี่สตางค์...ก็อย่าถึงกับต้องไปร้องไห้ เสียน้ำตา ให้กับคนที่ยังมีเงินเหลืออยู่อีกตั้ง 30,000 กว่าล้านบาทอีกต่อไปเลย ถ้าหากยังรัก ยังเมตตา และสงสารบุคคลผู้นี้กันจริงๆ ก็ควรที่จะปล่อยให้เขาได้สุขสบายอยู่กับการใช้เงิน ใช้ทอง ใช้ชีวิตบั้นปลาย อย่างคนปกติธรรมดา หรืออย่างมหาเศรษฐีโดยทั่วไป น่าจะเหมาะกว่า อย่าไปชักลากให้มาทุกข์ทรมานอยู่กับการเป็นผู้นำขบวนการ ผู้นำทางการเมือง ผู้นำประชาธิปไตยแบบหลอกๆ หรือประชาธิปไตยที่ปฏิเสธความจริงอีกเลย เพราะเท่าที่ถูก นักประชาธิปไตย ด้วยกันเอง ทั้งรีด ทั้งไถ มานานนับไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีเข้าไปแล้ว...อะไรมันจะน่าอเนจอนาถ น่าเวทนา น่าสงสาร เท่านี้ย่อมไม่มีอีกแล้ว...

------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก สุภาษิตพระเจ้ามูลเมือง..."You cannot cover die elephant with small lotus leave" แปลปะกิตอันสุดแสนจะแข็งแรงเป็นไทยแล้วก็คือ..."ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิดไม่มิด" นั่นแล...

------------------------------------------------



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์