เมื่อวันอังคารเกาหลีใต้รับลูกสหรัฐที่เพิ่มบทลงโทษทางการเงินเกาหลีเหนือ แต่ให้เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยชาวเกาหลีเหนือ นับเป็นความเอื้อเฟื้อหนแรกหลังเรือรบจม
บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจขยายการลงโทษทางการเงินเกาหลีเหนือ รวมถึงการปิดบัญชีทรัพย์สินของชาวเกาหลีเหนือ 4 ราย และบริษัทอีก 8 แห่ง เพื่อเป็นการลงโทษหลังจากชาติที่โดดเดี่ยวแห่งนี้จมเรือโชนันที่คร่าชีวิตลูกเรือ 46 ราย
มาตรการขยายการลงโทษนี้ยังรวมถึงการค้าอาวุธ ยารักษาโรค สินค้าฟุ่มเฟือย และการปลอมแปลงเงินตราของสหรัฐ เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อคิม จองอิล ผู้นำเกาหลีเหนือให้ยุติโครงการนิวเคลียร์
ทางการวอชิงตันมองว่า ประสิทธิภาพด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือซึ่งก่อนหน้านี้เคยทดสอบอุปกรณ์นิวเคลียร์ในปี 2549 และ 2552 นั้น เป็นการข่มขู่คุกคามมิตรประเทศอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น และเกาหลีเหนืออาจแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์
ส่วนทางการเปียงยางกล่าวว่า ต้องการรื้อฟื้นการเจรจาเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่กำลังชะงักงัน ทว่าทั้งวอชิงตันและโซลต่างยืนกรานให้เปียงยางแสดงความรับผิดชอบกรณีจมเรือเกาหลีใต้ก่อน
คำสั่งของประธานาธิบดีโอบามาระบุว่า การกระทำของเกาหลีเหนือสั่นคลอนเสถียรภาพในคาบสมุทรเกาหลี สร้างสถานการณ์ไม่สงบ และคุกคามผลประโยชน์ของสหรัฐเป็นอย่างยิ่ง
นักวิเคราะห์สหรัฐกล่าวว่า คำสั่งเข้มของสหรัฐที่ออกมาในช่วงนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษต่อการเยือนจีนในช่วงนี้ของผู้นำเกาหลีเหนือ โดยมีการสันนิษฐานว่าสองประเทศอาจพูดคุยกันเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์
มาตรการลงโทษจากสหรัฐได้รับการตอบรับจากเกาหลีใต้เป็นอย่างดี โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ได้ประเมินว่ามาตรการของสหรัฐต่อเกาหลีเหนือครั้งนี้เป็นการกระทำโดยครบถ้วนบริบูรณ์
ทั้งๆ ที่เห็นด้วยกับสหรัฐ เกาหลีใต้ยังคงส่งเงินช่วยเหลือไปให้ผู้ประสบอุทกภัยชาวเกาหลีเหนือทางตอนเหนือ คิดเป็นจำนวนเงิน 268.8 ล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลเกาหลีเหนือรับไว้ก็จะเป็นเงินให้เปล่าเป็นครั้งแรกที่เกาหลีใต้ช่วยเหลือภายหลังเหตุการณ์เรือรบโชนั้นจมเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา.








