Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

แนวทางแห่งสันติวิธี


 เรียน คุณสามวา สองศอก
     หมดเรื่องเสื้อเหลืองเสื้อแดง ผมขอกลับมาเขียนจดหมายถึงคุณสามวาใหม่ วันนี้ขอพูดเรื่องปราสาทพระวิหาร เพราะผมเป็นห่วงประเทศไทยจะเสียความน่าเชื่อถือจากนานาชาติ เนื่องจากแต่ละฝ่ายก็พูดกันไปคนละทางสองทาง แต่ทุกฝ่ายก็ไม่พูดความจริงที่ควรจะพูด เพราะทั้งสองฝ่ายตั้งป้อมโจมตีกันก็เลยเป็นวิวาทะ คือพูดเพื่อจะเอาชนะคะคานกันเท่านั้นเอง ถึงเวลาผมจะเอาความจริงที่คนไทยควรเข้าใจมาพูดบ้าง
     1.ปราสาทพระวิหารเป็นของกษัตริย์ที่ครองพื้นที่บริเวณโดยรอบเมื่อสองพันปีมาแล้ว ใครจะเรียกเขาว่าประเทศอะไรหรือชาติอะไรก็เรียกไป จะใช่ขอมหรือไม่ก็ไม่ใช่ประเด็น แต่ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่กษัตริย์ไทยแน่นอน 
     จริงอยู่มีคนอ้างว่าคนศรีสะเกษคนสุรินทร์เป็นคนสร้าง แต่เมื่อมีฐานะเป็นแค่วิศวกรหรือคนงาน จะถือเอาเป็นเจ้าของไม่ได้ เหมือนคนจ้างสร้างบ้าน สร้างเสร็จคนจ้างเขาต้องเป็นเจ้าของ นั่นคือเจ้าของปราสาทพระวิหารตัวจริง แต่ตายไปแล้ว
     วิญญาณเขาไม่ได้มาเรียกร้องหรือทวงว่าเป็นของฉัน แต่คนที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันเป็นผู้เรียกร้องว่าเป็นของฉัน เมื่อพื้นที่เดิมถูกแยกเป็นสอง-สามประเทศ จึงมีเหตุทะเลาะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าปราสาทเป็นของตน จนมีเรื่องขึ้นศาลโลก ศาลโลกตัดสินปี 2505 ว่า "ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา" ด้วยคะแนนเก้าต่อสาม
     2.คำพิพากษาของศาลโลกตามข้อ 1 มีปัญหา เพราะศาลโลกใช้คำว่า "อาณาเขต" ซึ่งแปลว่า "เขตแดน" จึงต้องแปลความว่าทั้งตัวปราสาท และดินแดนบริเวณที่ตั้งของปราสาท เป็นอาณาเขตของกัมพูชา เรามาตีความกันเอาเองว่าศาลพิพากษาให้เฉพาะตัวปราสาทเป็นของกัมพูชา ถ้าตีความแบบไทยหมายความว่า บ้านของเธอที่ดินเป็นของฉัน 
     ดังนั้นถ้าเธออยากได้บ้าน ก็รื้อขนย้ายออกไปจากที่ดินของฉันได้เลย เราพูดอย่างนี้จะถูกต้องตรงตามเจตนารมณ์ของคำพิพากษาหรือไม่ ให้คนไทยคิดดูเอง
     แม้อาจารย์เสนีย์ ปราโมช ทนายความฝ่ายไทยก็ยอมรับว่า พื้นที่รองรับปราสาทส่วนหนึ่งเป็นของกัมพูชาตามคำพิพากษา แค่คำพิพากษาไม่ได้ระบุว่ามีความกว้างยาวแค่ไหน "คงจะไม่กินมาถึงกรุงเทพฯ" นี่คือคำพูดของอาจารย์เสนีย์ที่เคยพูดกับพวกผม 
     ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่า พื้นที่รองรับตัวปราสาทกว้างยาวแค่ไหน เมื่อศาลโลกไม่ระบุ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี จึงให้ไปกั้นเขตเสียให้ชัดเจน ว่ามีอาณาเขตแค่ที่อยู่ในรั้วลวดหนามคือประมาณ 50 ไร่ จะเรียกว่ารั้วนี้เป็นอาณาเขตหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่สำคัญตรงที่ว่าไทยรับรู้ว่าอาณาเขตภายในรั้วเป็นอธิปไตยของกัมพูชา ที่จอมพลสฤษดิ์พูดด้วยน้ำตาของลูกผู้ชายว่าจะ "จะเอากลับมาเป็นของไทยให้ได้"
     ก็แสดงว่ายอมรับแล้วว่าไม่ใช่ของไทยแล้ว ตกเป็นของกัมพูชาตามคำพิพากษาศาลโลกแล้ว ถ้าบอกว่าไทยไม่ยอมรับแล้วคุณไปทำรั้วกั้นแบ่งพื้นที่ให้เขาไปทำไม ถ้าไม่ยอมรับโดยถือว่าปราสาทเป็นของไทยอยู่ คุณพูดทำไมว่าจะต้องเอากลับมาเป็นของไทย พูดอย่างนี้ก็แสดงว่ามันเป็นของเขาไปแล้วน่ะซี ใช่ไหม?
     3.ประเด็นเรื่องคำพิพากษาของศาลโลกน่าจะได้ข้อยุติตามที่ผมกล่าวในข้อ 2 จะมาอ้างว่าปราสาทพระวิหารยังเป็นของไทย เพราะรัฐบาลไทยไม่ยอมรับคำพิพากษา โดยทำหนังสือคัดค้านถึงเลขาธิการยูเอ็นทันทีที่ศาลโลกตัดสิน แต่การคัดค้านของไทยน่าจะไม่เป็นผล เพราะในทางปฏิบัติคุณยอมรับคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว
     ถ้ายกไปฟ้องศาลโลกอีก เขาก็จะปิดปากไม่ให้ยกเอาคำคัดค้านขึ้นมาเป็นข้อต่อสู้ เหมือนกรณีแผนที่ 1:200,000 ที่ฝรั่งเศสทำฝ่ายเดียวย่อมไม่สมบูรณ์ แต่ไทยดันเอามาใช้อย่างสนุกสนาน ศาลก็เลยปิดปากไม่ให้ยกข้อตกลงเรื่องสันปันน้ำมาใช้ต่อสู้ ผลก็คือทำให้ไทยแพ้ไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าขึ้นศาลโลกอีกเป็นครั้งที่ 2 ก็จะเข้าอีหรอบเดิม
     4.คนไทยอ้างว่าศาลโลกไม่วินิจฉัยว่าแผนที่ 1:200,000 โดยเฉพาะระวางที่คลุมพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร เป็นแผนที่ที่ถูกต้องตามคำขอของกัมพูชา ความหมายก็คือการไม่วินิจฉัยไม่ถือว่าถูกต้อง และในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะไม่ได้ตัดสินว่าถูกหรือผิด
     ดังนั้นมันอาจจะถูกก็ได้หรือผิดก็ได้ ประเด็นนี้ซิสำคัญเมื่อกัมพูชาเขาบอกว่าถูก แต่ไทยบอกว่าผิดก็ต้องให้ศาลโลกวินิจฉัย โดยไม่เกี่ยวกับคำวินิจฉัยเดิม ขอให้ศาลวินิจฉัยว่าพื้นที่พิพาท 4.6 ตาราง กม. หรือประมาณ 3,000 ไร่ ยกเว้น 50 ไร่ใต้ปราสาทพระวิหารเป็นของไทย ตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส 1904 ซึ่งโอกาสที่ไทยจะชนะมีมาก
     หรือจะเจรจากับกัมพูชาก่อน ตามวิธีการประนอมข้อพิพาทข้างต้น คือให้กัมพูชามีอธิปไตยเฉพาะบริเวณปราสาท ตามคำวินิจฉัยของศาลโลก นอกนั้นให้แบ่งและกำหนดเขตโดยสันปันน้ำ 
     ถ้ากัมพูชายอมตกลงก็ไม่ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล ส่วนกัมพูชาไม่มีทางขึ้นก็หาทางออกได้ เช่น ให้กัมพูชาเช่าพื้นที่ทำถนนขึ้นมาได้ (แท้จริงถนนสร้างเสร็จแล้ว) เป็นเวลา 99 ปี ในราคามิตรภาพก็น่าจะแก้ปัญหาได้เหมือนกัน
     นี่คือแนวทางแห่งสันติวิธีที่บ้านพี่เมืองน้องควรจะนำมาใช้เพื่อสร้างบรรยากาศให้อบอุ่น ซึ่งเชื่อว่าคนไทยต้องการ และคนกัมพูชาก็น่าจะต้องการเช่นเดียวกัน ถ้าไม่เลือกสันติวิธีก็ต้องเลือกที่จะรบกัน ผมไม่แน่ใจว่าทหารไทยจะเอาชนะทหารกัมพูชาได้หรือไม่ เพราะเคยแพ้ทหารลาวในสงครามบ้านร่มเกล้ามาแล้ว
     5.ประเด็นเอ็มโอยู 2543 จะเลิกก็ได้หรือไม่เลิกก็ได้มีค่าเท่ากัน ถ้าไม่เลิกก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อตกลงปี 2543 ใครอยู่ตรงไหน-มากน้อยแค่ไหนก็ให้อยู่ตรงนั้น ถ้ามีคนกัมพูชามาเพิ่มก็ต้องถอนในส่วนที่เพิ่ม ถ้ามาสร้างวัด สร้างที่ทำการ สร้างอาคาร ร้านค้าเพิ่มต้องถอนไป เพื่อกลับเข้าสู่สภาพเมื่อ 2543 ก่อนแล้วค่อยรังวัดเขตแดน
     ไม่ใช่บอกว่าประท้วงแล้วกัมพูชาไม่ออกจบ อย่างนี้จะมีข้อตกลงไว้ทำพระแสงอะไร หรือถ้าจะเลิกก็ต้องทำเอ็มโอยูใหม่ ว่าจะตกลงกันว่าอย่างไร ถ้าตกลงกันใหม่ได้ก็เลิกของเก่าไปไม่เสียหาย
     6.ประเด็นที่คนไทยผู้รักชาติยกเอาสนธิสัญญา 2484 (จำ พ.ศ.ไม่แม่น) มาอ้างว่าไทยจะเอาพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณกลับมาเป็นของไทย เพราะสนธิสัญญา 2484 ยังมีผลบังคับอยู่ถึงปัจจุบัน ผมขอให้พวกคุณไปร้องเอาแขวงไชยะบุรี และแขวงจำปาสักของลาวมาด้วยซิ เพราะอยู่ในสนธิสัญญาเดียวกัน คุณกล้าหรือเปล่า ถ้าไม่กล้าอย่าพูดซะเลยจะดีกว่า เป็นการพูดเอาแต่ได้
     อย่าลืมว่าสงครามโลกไทยแพ้ฝรั่งเศส เขาไม่ยึดประเทศไทยก็ดีถมไปแล้ว ที่รอดก็เพราะได้สหรัฐช่วย และต้องเอาข้าวสารจำนวนมหาศาลไปซื้อประเทศไทยไว้ ทำไมไม่รู้จักเจียมตัว
     ถ้าคนไทยผู้รักชาติจะคัดค้านนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่สนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ส่วนตัว เรื่องอย่างนี้ไม่ต้องถาม ผมสนับสนุนเต็มที่
                                                        ขอแสดงความนับถือ                                                                                                                     
 ตอบ คุณพินิจนันท์                                     พินิจนันท์
     ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเขมรเริ่มดีขึ้น หลังจากที่ฮุน เซน ปลดทักษิณออกจากที่ปรึกษา ปัญหาเรื่องประสาทพระวิหารน่าจะเจรจาง่ายขึ้น โดยยึดหลักว่าทั้งไทยและเขมรควรได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน
                      หวัดแกมบรรจง                                                           
เรียน คุณสามวา สองศอก ที่รักและนับถือ
     ผมขออนุญาตขอแก้คำผิดบางคำในเพลง "เขมรไทรโยค" (เพลงโปรดลุงผ่อง) ก็ไทยโพสต์ฉบับวันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม หน้า 5 "ถูกทุกข้อ" นั่นแหละครับ
     ที่ผิด ยินปักยล ที่ถูก ยินปักษา
     ที่ผิดคงเนื่องจากลายมือของผมที่เขียนหวัด ปกติผมตั้งใจเขียนหวัดแกมบรรจง เพื่อให้อ่านง่ายไม่เป็นปัญหาแก่ฝ่ายพิสูจน์อักษร แต่พอเขียนๆ ไปตอนปากกาลื่นมันเขียนเร็วขึ้น พอเร็วขึ้นตัวหนังสือก็ เป็นหวัด ทำให้อ่านไม่สะดวกต้อง เดา และเรื่องเดานี่จะมีถูกเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นอันว่าความผิดเกิดจากผม ผมขอรับผิด จึงเรียนมาให้ทราบเป็นการแก้คำผิดไปในตัวด้วย
     เรื่องวรรคตอนนี่ก็เป็นเรื่องสำคัญ ครูบาอาจารย์สมัยก่อนท่านสอนศิษย์เรื่องอ่านให้ถูกวรรคตอน โดยยกตัวอย่างประโยควลีสั้นๆ...ข้าไหว้พระเจ้าอยู่หัว ไก่ทองสองตัว...ถ้าอ่านไม่ถูกวรรคตอนจะกลายเป็น..พระเจ้าอยู่หัวไก่...
     ที่นี้มาวรรคตอนเพลง "เขมรไทรโยค" ซึ่งผมได้เขียนไว้ในข้อเขียนฉบับก่อนว่า เป็นพระนิพนธ์กลอน 8 แล้วก็แยกวรรคตอนออกเป็นพยางค์...สาม-สอง-สาม...ดังเช่น
     บรรยายความ     ตามไท้     เสด็จยาตร
     ยังไทรโยค       ประพาส    พนาสณฑ์
     ซึ่งเป็นแบบอย่างของกลอน 8 พอมาตอนปลายกลายเป็น
     ...เสียงนก      ยูงทอง     มันร้องโด่งดัง...
    แยกวรรคตอนอย่างนี้ไม่เป็นกลอน 8 แต่เป็นธรรมดา กลอน 8 ต้องแยก
     ...เสียงนกยูง    ทองมัน     ร้องโด่งดัง...
     บรรทัดสุดท้ายเสียงก็อก  ถ้าสามก็อกลงตัวพอดี
     ...มันดังก็อก     ก็อกก็อก    กระโต้งโห่ง...
     ถ้าสี่ก็อกต้องเอาสามก็อกไว้ตรงกลาง
     ...มันดังก็อก     ก็อกก็อกก็อก  กระโต้งโห่ง...
     แยกแบบนี้เป็นกลอน 9 ถูกต้องตามแบบนิยม    
     ที่แยกวรรคตอนเป็นกลอน 8 ไม่ได้ ก็ตอน "น้ำพุ" มันไหลหลายจ้อกหลายโครม กลายเป็นกลอนธรรมดาไป
     อนึ่ง เราไม่รู้ว่าต้นฉบับเดิมจากพระนิพนธ์มันไหลกี่จ้อก กี่โครม กันแน่
                                                              "ลุงผ่อง"
ตอบ ลุงผ่อง
     เรื่องเพลงเขมรไทรโยคเขียนไปก็แค่นั้น ลุงผ่องรอรับเพลงเขมรไทรโยค ที่คุณโฉมฉาย อรุณฉาน ผอ.ส่วนบริหารการดนตรี จะส่งตรงไปให้ลุงผ่องได้ฟังเพลงโปรด โดยไม่ต้องทนฟังเสียงตัวเองร้องเพลงนี้
                                                        สามวา สองศอก



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์