Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

จุฬาฯใช้เน็ตดูแลผู้ป่วยเบาหวาน


  รพ.จุฬาฯ จับมือเนคเทค เปิดโครงการพัฒนาระบบสื่อสารโต้ตอบอัตโนมัติดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่บ้านก่อนมา รพ. รายแรกของไทย แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร รองรับคนไทยที่เป็นเบาหวานมากขึ้น โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ไม่ออกกำลัง กินอาหารไม่เหมาะสม เตรียมขยายโครงการโรคเรื้อรังอื่นๆ
     ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผอ.รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมด้วย นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ลงนามโครงการความร่วมมือ "แพทย์จุฬาฯ-เนคเทค" เพื่อวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศทางการแพทย์ เริ่มด้วยโครงการพัฒนาการใช้ระบบสื่อสารโต้ตอบหลายช่องทาง (Interactive Multi-modality : IMM) เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานโครงการแรกของประเทศไทย โดยมีการนำวิธีการติดต่อสื่อสารต่างๆ ประกอบด้วย โทรศัพท์อัตโนมัติ เสียงสังเคราะห์ (Interactive Voice Response : IVR - SpeechSynthesis) อินเทอร์เน็ต จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) และซีดีรอม (CD ROM) มาผสมผสานกัน
     ผศ.นพ.วิโรจน์ เจียมจรัสรังสี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ และผู้ช่วย ผอ.ด้านสร้างเสริมสุขภาพ รพ.หัวหน้าโครงการดังกล่าว กล่าวว่า โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งการดูแลตนเองอย่างถูกต้องของผู้ป่วย แต่เนื่องจากวิธีการค่อนข้างซับซ้อน ผู้ป่วยกับแพทย์จำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกันมาก แต่มีข้อจำกัดว่าจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ในปัจจุบันไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราเฉลี่ยที่ผู้ป่วยเบาหวานจะได้พบกับบุคลากรทางการแพทย์ 365 วันไม่เกิน 24 ชั่วโมง อีกทั้งผู้ป่วยเบาหวานปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อาจไม่สะดวกในการมา รพ.บ่อยครั้ง รวมทั้งผู้ป่วยในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากภาวะปัจจุบันที่คนขาดการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้น ทำให้ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น
     ผศ.นพ.วิโรจน์กล่าวต่อว่า  โครงการสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานมีโครงการย่อย 2 โครงการ คือ 1.ระบบส่งเสริมการจัดการดูแลตนเองทางโทรศัพท์ โดยระบบโทรศัพท์จะบริการผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ยังไม่ถึงเวลานัดพบแพทย์ โดยผู้ป่วยสามารถลงทะเบียนขอใช้บริการแบบสมัครใจ แจ้งเวลาที่สะดวกรับสายให้โทรศัพท์อัตโนมัติโทร.ไปหา เมื่อโทรศัพท์อัตโนมัติติดต่อผู้ป่วยจะสอบถามข้อมูล ติดตามอาการเจ็บป่วย พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้นกับผู้ป่วยแต่ละราย จากนั้นจะส่งข้อมูลที่ได้รับจากผู้ป่วยมาที่ส่วนเก็บข้อมูลเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลประมวลผลว่าจะต้องโทรศัพท์ติดตามเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งหากมีข้อบ่งชี้บอกถึงภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงของโรคหรือภาวะฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่จะติดต่อโทรศัพท์กลับไปเพื่อให้การดูแลเป็นกรณีไป ซึ่งวิธีการดังกล่าวเหมาะสมกับผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้สูงอายุ 2.ระบบส่งเสริมการจัดการดูแลตนเองทางคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต  ผู้ป่วยสามารถเข้าลงทะเบียนขอใช้บริการจากเว็บไซต์ เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพ โดยระบบจะเตือนหรือให้คำแนะนำอัตโนมัติกับผู้ป่วยแต่ละรายเช่นกัน เช่น เตือนการออกกำลังกาย บอกปริมาณแคลอรีในอาหาร กรณีผู้ป่วยต้องควบคุมแป้ง เชื่อว่าระบบอินเทอร์เน็ตจะเหมาะกับผู้ป่วยวัยทำงานที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำทุกวัน
     "เมื่อทดสอบระบบจนมีความมั่นใจก็จะเริ่มให้บริการผู้ป่วยเบาหวานของ รพ.จุฬาฯ ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 4,000 รายก่อนภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า ซึ่งหากได้ผลดีก็จะขยายไปสู่ผู้ป่วยเบาหวานในเขต กทม. เนื่องจากได้รับงบประมาณสนับสนุนส่วนหนึ่งจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต กทม. และระบบส่งเสริมการจัดการดูแลตนเองสามารถประยุกต์ใช้กับโรคเรื้อรังอื่นๆ  ได้ต่อไป อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคปอด โรคถุงลมโป่งพอง" ผู้ช่วย ผอ.ด้านสร้างเสริมสุขภาพ รพ.จุฬาฯ กล่าว และว่า ยอมรับว่าต้องมีการติดตามตรวจสอบการให้ข้อมูลที่ถูกต้องจากคนไข้เพื่อการวินิจฉัยโรคไม่ผิดพลาด ซึ่งอาจต้องให้ญาติคนไข้ช่วยให้ข้อมูลเพื่อป้องกันการปกปิดข้อมูลที่แท้จริง.

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์