เหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ช่อง 11 (เอ็นบีที) ฝั่งตรงข้ามกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ถนนวิภาวดี ยามบ่าย ถือเป็นปฏิบัติการอุกอาจอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังคงไว้ซึ่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
แม้ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเพียงรถยนต์จำนวน 5 คันเท่านั้น โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเลย แต่ความเสียหายด้านจิตใจและเขย่าขวัญคนกรุงได้สัมฤทธิผลแล้ว
ยิ่งเมื่อผสมผเสกับคำแถลงของนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่จะด้วยเจตนาแอบแฝงหรือได้รับข่าวทางลับมาก็ตามทีว่าจะมีการวางระเบิดรถไฟฟ้าใต้ดินเมื่อวันอาทิตย์ และในวันอังคารก็เกิดการยิงระเบิดใส่ลานจอดรถช่อง 11 ทันควัน ก็ทำให้ประชาชนคนธรรมดาต้องตระหนกตกใจอย่างเลี่ยงไม่ได้
ก่อนเกิดเหตุการณ์อุกอาจดังกล่าว ต้องไม่ลืมว่าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 สิงหาคม ก็มีเหตุคนร้ายลอบยิงระเบิดเอ็ม 79 ตกที่หน้าคิงเพาเวอร์ ถนนรางน้ำ ซึ่งครั้งนั้นเป็นเหตุให้นายเจษฎา จันทร์กระจ่าง รปภ. ได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในสถานที่นี้ เพราะก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมก็เกิดเหตุระเบิดขึ้น ส่งผลให้คนเก็บของเก่าได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกเช่นกัน
นี่ยังไม่รวมเหตุการณ์วางระเบิดที่บริเวณป้ายรถเมล์ หน้าบิ๊กซี ราชดำริ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม หลังปิดหีบเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 กรุงเทพฯ ไม่ถึง 3 ชั่วโมง ซึ่งครั้งนี้ใช้ระเบิดสังหารชนิดเอ็ม 67 และทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คนและบาดเจ็บนับ 10 ราย
แต่ดูเหมือนจนถึงวันนี้เจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจ ซึ่งมีอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ยังไม่สามารถคลี่คลายเหตุดังกล่าวได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้แม้แต่กรณีเดียว!
แม้ใน 1-2 คดีจะจับผู้ต้องสงสัยได้ และมีการลากโยงไปข้องเกี่ยวกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก โดยใช้ความสัมพันธ์เรื่องการเป็นคนขับรถ หรือคนใกล้ชิดก็ตามที แต่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าไร้ซึ่งความชอบธรรมพอสมควรที่โยนบาปให้คนที่แก้ต่างไม่ได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาวของ เสธ.แดง จะเป็นเดือดเป็นแค้นกับกรณีดังกล่าว
ทุกครั้งคราที่เกิดเหตุระเบิดขึ้น เรามักได้ยินเสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง ทั้ง พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือแม้กระทั่ง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ 10) ที่บอกว่าคนร้ายเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความช่ำชองในการเรื่องระเบิด คนปกติธรรมดาไม่สามารถใช้ระเบิดดังกล่าวได้ แต่ทำไมกลับยังไม่สามารถหาผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวได้ หรือเพราะมันมีมากจนไม่สามารถระบุตัวได้ชัด หรือตำรวจไม่มีข้อมูลเหล่านี้อยู่ในมือเลย
แม้จะเห็นใจการทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพื้นที่กรุงเทพมหานครถือว่ากว้างขวางพอสมควรในระดับหนึ่ง และสำคัญยังไม่รู้ว่ากลุ่มคนร้ายเป็นกลุ่มใดก็ตามที แต่ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้เสียภาษีและประชาชนคนไทยก็เป็นสิ่งสำคัญมิใช่หรือ จะปล่อยให้ระเบิดเกิดขึ้นแต่ละทีก็มีข่าวครึกโครม 2-3 วัน แล้วปล่อยให้เงียบหายเข้ากลีบเมฆไปเช่นนั้นทุกครา
จึงไม่แปลกใจเท่าใดนักที่ระเบิดก่อนหน้านี้มักกระทำช่วงค่ำมืด ดึกดื่น ซึ่งผู้คนสัญจรบางตา เพื่อให้การหลบหนีเป็นไปได้ด้วยความสะดวก แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่ช่อง 11 กลุ่มคนร้ายถึงกับเหิมเกริมสร้างความปั่นป่วนตั้งแต่ยามบ่ายที่แดดยังไม่ล่มเลยทีเดียว
จะเพราะด้วยความถือดีของกลุ่มคนร้ายก็ตามที หรือเพราะความอ่อนด้อยหละหลวมของเจ้าหน้าที่ก็ตาม แต่สิ่งสะท้อนชัดเจนอย่างยิ่งก็คือ ความไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายกบิลเมืองแต่อย่างใดทั้งสิ้น หรือเพราะว่าไม่มีอะไรใต้ฟ้าที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ไม่สามารถใช้ได้ในยุคนี้
การยิงเอ็ม 79 ใส่ลานจอดรถช่อง 11 ครั้งนี้ นอกจากตบหน้าเจ้าหน้าที่อย่างจังแล้ว ยังเป็นการหยามอำนาจรัฐภายใต้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีอย่างไม่เกรงฟ้ากลัวดินแต่อย่างใด เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังบังคับใช้อยู่ และเป็นกฎหมายที่หลากหลายฝ่ายต่างบอกว่าเป็นอำนาจอันล้นพ้นไม่ด้อยกว่ากฎอัยการศึกเลย แต่สภาพความเป็นจริงกลับดูเหมือนว่าบ้านเมืองไร้ขื่อไร้แปเสียนี่กระไร เพราะคนร้ายสามารถก่อเหตุได้ทุกสถานที่ ทุกเวลาเลยก็ว่าได้
รัฐบาลพึงตระหนักอย่างยิ่งว่า เหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้แม้ไม่ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียด้านชีวิตก็ตามที แต่มันเป็นการตอกย้ำความล้มเหลวด้านอำนาจรัฐอย่างสิ้นเชิง รวมถึงความหละหลวมของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารภายใต้กฎหมายที่ให้อำนาจไว้
ที่สำคัญกรุงเทพมหานครถือเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย การระเบิดซ้ำซากโดยจับมือใครดมไม่ได้ก็ยิ่งเป็นการสร้างภาพลบให้ประเทศมากยิ่งขึ้นอย่างหลีกไม่พ้น สำคัญมากกว่านั้นคือความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตของประชาชนที่ตกต่ำลงทุกวี่วัน เพราะไม่รู้ว่าวันดีคืนดีตอนไหนที่จะมีโชคชะตาพาซวยไปโดนลูกหลงระเบิดที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
หรือต่อไปคนไทยต้องมีชีวิตอยู่ในเพียงเคหสถานเพียงอย่างเดียว ไม่จำเป็นไม่ต้องออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน เพราะรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถพึ่งพิงได้แล้ว เราจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นหรือ นายอภิสิทธิ์ซึ่งเป็นผู้นำบริหารประเทศต้องเป็นผู้ให้คำตอบอย่างปฏิเสธไม่ได้โดยเร็ว.








