ตัวเลขคนตายจากกรณีแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลี เขยิบขึ้นไปถึง 700 กว่าๆ ส่วนจำนวนผู้ประสบความเสียหายจากภัยพิบัติคราวนี้ มีปริมาณครอบคลุมไม่น้อยไปกว่า 2 ล้านคน...ต้องถือว่าหนักหนาสาหัสไม่เบา แม้นว่าจะไม่ฉกาจฉกรรจ์เท่ากับเฮติ ที่จนกระทั่งทุกวันนี้นอกจากยังไม่สามารถลืมตา อ้าปาก ได้ถนัดๆ ยังต้องโรคซ้ำกรรมซัด เจอกับภาวะน้ำท่วม พายุถล่มตามมาติดๆ...
-------------------------------------------------
ภาวะความเป็นไปของดิน-ฟ้า-อากาศ ที่นับวันจะมีลักษณะออกไปทาง สุดขั้ว มากขึ้นๆ ทำให้แทบทุกซีกโลกต้องปวดหัว ชุลมุนวุ่นวายกันไปไม่น้อย แผ่นดินไหวระดับ 8.8 ริกเตอร์ที่ชิลีนั้น ว่ากันว่า...ส่งผลให้แรงสั่นสะเทือนของคลื่นในทะเล ซัดเข้าไปถึงชายฝั่งญี่ปุ่น และแถบชายฝั่งด้านตะวันออกของรัสเซีย จนทางการต้องออกประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิเอาเลยทีเดียว ส่วนฝั่งตะวันตกของยุโรปในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกับฤดูหนาวอันสุดแสนยะเยือกมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว วันสองวันที่ผ่านมานี้ ยังต้องเผชิญกับพายุฤดูหนาวลูกใหญ่ ที่มีชื่อว่า ซินเธีย พัดถล่มเล่นงานแต่ละประเทศพังกันไปเป็นแถบๆ ไล่ตั้งแต่โปรตุเกสไปยันฝรั่งเศส...
----------------------------------------------
สำหรับแถบเอเชียตั้งแต่จีนลงมา...ภัยแล้งกำลังกระหน่ำเล่นงานในแทบทุกๆ พื้นที่ นอกจากมณฑลทางตอนใต้ของจีนอย่างยูนนาน จะเจอกับภาวะแล้งสุดๆ ในรอบ 60 ปี เขื่อนจีนที่ตั้งดักอยู่ปากทางแม่น้ำโขงก็เลยต้องสูบน้ำเอาไว้ปั่นไฟฟ้าซะเกลี้ยง เล่นเอาประเทศด้านใต้ที่กำลังเจอกับภัยแล้งในลักษณะเดียวกัน ต่างต้องออกมาโวยวายกันอุตลุด โอกาสที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือความวิปริตผิดเพี้ยนของดิน-ฟ้า-อากาศ จะนำมาซึ่งความขัดแย้ง แปลกแยก ต่อระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตามที่ใครต่อใครเคยคาดๆ กันเอาไว้ นับวันจะยิ่งมีความเป็นไปได้สูงขึ้นทุกที...
--------------------------------------------------
ส่วนบ้านเรานั้น...ภัยแล้งในปีนี้ โดยแนวโน้มแล้ว...ก็น่าจะหนักหนาสาหัสไม่เบาทีเดียว เพราะนอกจากความแล้งของดิน-ฟ้า-อากาศ ใจ ของคนก็ดูจะแล้งไม่น้อยไปกว่าภาวะอากาศกันซักเท่าไหร่นัก ความกระหายใคร่อยากในวัตถุ สิ่งของ เงินๆ ทองๆ ทำเอาสิ่งที่เรียกๆ กันว่า น้ำใจคนไทย เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ชนิดแทบไม่เหลือติดก้นตุ่ม ก้นไห เอาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นคนในชนบท คนในเมือง ต่างก็มีสภาพไม่ต่างไปจากกันมากมายนัก คนจนที่ขี้โกง กับคนรวยที่ขี้ฉ้อ ทำให้ช่องว่างแห่งความไร้หัวจิตหัวใจ ขยับใกล้เข้ามาหากันชนิดแทบไม่เหลือช่องว่างใดๆ อีกต่อไป คือไม่ว่ารวยหรือจน รากหญ้าหรือมหาเศรษฐี ต่างก็ออกอาการ เห็นแก่ตัว ไปด้วยกันทั้งนั้น...
-------------------------------------------------
คนจนๆ ในยุคอดีต ที่เคยนั่งร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่า ทุกๆ ครั้งที่นั่งพนมมือฟังพระเทศน์ แหล่นิทานชาดกเรื่องพระเวสสันดร ตอน กัณหา - ชาลี และพระนาง มัทรีร้องไห้ ที่เคยสุดฮิตติดตลาดยิ่งกว่าละครนำเน่าหลังข่าวเป็นไหนๆ มาบัดนี้...หลายต่อหลายรายหันไปบูชา ชูชก กันแทนที่ ด้วยเหตุเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ความโลภ ของชูชก ได้กลายเป็นแบบอย่างที่สามารถสนองตอบอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงถือเป็นเรื่องไม่แปลก...ที่มหาเศรษฐี ซึ่งมีพฤติกรรม อุปนิสัย ไม่ต่างอะไรไปจาก ชูชก จึงได้รับการยกย่องสดุดีจากคนจนจำนวนไม่น้อย ทั้งๆ ที่รู้ๆ อยู่ชัดๆ ว่า สวาปามประเทศทั้งประเทศเข้าไปชนิดแทบท้องแตกตาย...
-----------------------------------------------------
การโกงกินชาติบ้านเมือง โกงภาษีราษฎร นำเอาเงินทองที่ควรจะนำไปใช้จ่ายเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของผู้คนในประเทศ มาเข้ากระเป๋าตัวเองซะดื้อๆ แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่ได้ทำให้ผู้คนที่ เห็นแก่ตัว มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เกิดสติยั้งคิดใดๆ แม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ ข้อเท็จจริง และ ความจริง มันได้ถูกเปิดเผยและพิสูจน์ให้เห็นแล้วอย่างชัดเจน ความพยายามที่จะหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเอง อย่างหน้ามืด ตามัว พยายามที่จะทำ กงจักร ให้กลายเป็น ดอกบัว ซะให้ได้ ส่งผลให้เกิดการเบี่ยงเบน เอาสีข้างเข้าถู หันไปด่า อำมาตย์ หันไปเถียงกันเรื่องประชาธิปไตย เผด็จการ โดยไม่คิดจะสนใจในเรื่อง ความดี หรือ ความชั่ว กันเลยแม้แต่น้อย....
-----------------------------------------------------
ในเมื่อสภาพจิตใจของคนมันเกิดอาการวิปริต ผิดเพี้ยน แล้งซะยิ่งกว่าภัยแล้ง โกรธเกรี้ยวเฉียวฉุนยิ่งกว่าพายุใหญ่ อาฆาตพยาบาทยิ่งกว่าแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ด้วยลักษณะอาการเช่นนี้ ไม่ว่าดิน-ฟ้า-อากาศจะเป็นเช่นไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็คงจะไม่สงบสุข เกิดสันติภาพ สันติธรรมได้ง่ายๆ ยิ่งถ้าหากมีภัยพิบัติทางธรรมชาติเข้ามาซ้ำเติมด้วยแล้ว นรกน้อยๆ หรือนรกใหญ่ๆ ก็คงเป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย เผด็จการ หรืออำมาตย์ก็แล้วแต่ แต่ถ้าหาก คนมันชั่ว ซะอย่าง!!!ยังไงๆ ก็คงเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องปวดหัวกันไปอีกนาน...
--------------------------------------------------
ด้วยเหตุนี้...สำหรับผู้ซึ่งมีสติ มีปัญญา พอที่จะนำเอาแต่ละสิ่งแต่ละอย่างมารวบรวมให้เป็นข้อสรุป เป็นแนวทาง ไม่ว่าสำหรับตัวเอง หรือบ้านเมืองก็แล้วแต่ ก็อย่าถึงกับต้องไปแตกตื่น ตกใจ อะไรกันมากมาย เพราะด้วยเหตุปัจจัยมันเป็นเช่นนี้ สิ่งนี้-สิ่งนี้...ก็ย่อมต้องเป็นไปตามเหตุปัจจัยนั่นเอง เหตุการณ์ความเป็นไปในบ้านเมืองเท่าที่ผ่านมา จนตราบเท่าทุกวันนี้ มันไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อน ลับ-ลวง-พราง กันจนต้องวิเคราะห์แบบ 3 ชั้น 4 ชั้นอะไรเลย เอาเข้าจริงๆ แล้ว...มันเป็นแค่การต่อสู้กันระหว่าง ความดีกับความชั่ว ระหว่าง ธรรมะกับอธรรม เท่านั้นเอง และไม่ใช่เป็นแค่การต่อสู้ระหว่างฝ่ายต่อฝ่าย แต่เป็นการต่อสู้ที่ลึกลงไปถึงจิตใจของแต่ละปัจเจกบุคคลอีกด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็แล้วแต่ ถ้าหาก ไม่เห็นแก่ตัว ซะอย่าง ก็น่าจะพอรับรู้ได้แล้วว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรดี อะไรชั่ว ส่วนประเภทที่ยังแยกไม่ออก ก็โน่นแหละ...คงต้องปล่อยให้เป็นอาหารของกุ้ง หอย เต่า ปู ปลาไปตามสภาพ...
---------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก ท่านพุทธทาสภิกขุ..."การเปลี่ยนแปลงสังคมเป็นสิ่งจำเป็น และจะต้องเปลี่ยนแปลงให้ลึกลงไปถึงอุดมคติของสังคม ลงไปถึงสามัญชน มิฉะนั้นเขาจะไม่ทำในสิ่งที่เขาทำได้ และไม่สนใจที่จะรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่เขาทำได้และควรทำ มีแต่การเป็นทาสอายตนะต่อไปโดยตลอด...".
------------------------------------------------------








