ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยนิสัย "ตำรวจ" ก็ไม่เคยเปลี่ยน เพราะคิดว่า "ข้านี่คือตำรวจ" พฤติกรรมกร่างๆ เบ่งๆ เลยแสดงออกมา จนชาวบ้านส่วนใหญ่ "ยี้" และมองภาพตำรวจลบตลอดในสายตา
เช่นเดียวกับเรื่องนี้..
ที่ จ.อ่างทอง ในการแถลงข่าวจับผู้ต้องหาค้ายาบ้า 2 คน พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผู้บังคับการอ่างทอง นำผู้ต้องหามานั่งแถลงข่าวเหมือนหลายๆ คดีที่เราเห็นกันบ่อยๆ แต่ครั้งนี้นอกจาก พล.ต.ต.วิสุทธิ์จะนั่งแถลงข่าวธรรมดาทั่วไป กลับให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนคาบถุงยาบ้าระหว่างการแถลงข่าวไปด้วย
จน คุณสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ต้องออกมากระตุกชายเสื้อสีกากี
"ตามหลักการแล้วไม่ควรนำผู้ต้องหามาแถลงข่าว เพราะเป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้ต้องหา แม้ผู้ต้องหาจะถูกจับกุมพร้อมของกลาง แต่กฎหมายก็ยังถือว่าผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีการพิสูจน์คดีและศาลพิพากษาจนถึงที่สุด"
ขอยกมือเห็นด้วยกับท่านอธิบดีสุวณาครับ เพราะกระบวนการยุติธรรมไทยเป็นระบบกล่าวหา ต้องพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง คดียาเสพติดหลายคดีพอตำรวจจับผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลถึงที่สุดแล้ว บางครั้งพยานหลักฐานในสำนวนก็อ่อนหรือไม่มีมูลพอ ศาลก็ยกคำฟ้อง ดังนั้นตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินว่า "ผิด" ก็ต้องนึกอยู่เสมอว่าคนคนนั้น "บริสุทธิ์"
แต่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ไม่คิดเหมือนผมหรือท่านอธิบดีสุวณา เพราะอ่านคำสัมภาษณ์ของท่านผู้การบอกว่า
"ผมถือว่าคนพวกนี้เป็นพวกอมนุษย์ ไม่เป็นมนุษย์ เพราะค้ายาเสพติดจำนวนมากทำลายชาติ ทำลายแผ่นดิน สังคมให้เสื่อมเสีย เดือดร้อนจากปัญหายาเสพติด แต่มนุษย์ในสายตาผมต้องทำดี ไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน"
ฟังทรรศนะนายตำรวจใหญ่ท่านนี้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง..
ส่วนผมไม่แปลกใจอะไรเท่าไหร่ เพราะตำรวจก็คือตำรวจ แนวคิดต่างๆ ฝังรากอยู่ใต้ตมจนมองไม่เห็นทางที่จะขึ้นมาพ้นน้ำ
สงสารก็แต่เราๆ ท่านๆ ต้องรับกรรม "ข้านี้คือตำรวจ" จากคนพวกนี้.
คมเฉือนคม







