ช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ กระทรวงคมนาคม ซึ่งนำคณะโดย นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรงคมนาคม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม เตรียมเดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศจีน
โดยจะนำโครงการการลงทุนในระบบรางทั้งหมด เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) รวมทั้งโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่จะหาผู้เข้าร่วมลงทุนในส่วนของระบบรถไฟฟ้า ไปโรดโชว์เพื่อเชิญชวนนักลงทุนจากประเทศจีนเข้ามาร่วมลงทุนกับโครงการทั้งหมด
การไปโรดโชว์ครั้งนี้ ข้อมูลของกระทรวงคมนาคมพร้อมหรือยัง คนที่จะให้คำตอบได้ดีคงไม่พ้น สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ควบเก้าอี้ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
0 สายสีม่วงลงเข็มก่อสร้าง
นายสุพจน์กล่าวว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ขณะนี้ได้มีการประมูลและก่อสร้างไปแล้ว ซึ่งการดำเนินงานนั้นเป็นไปตามแผนงานทุกอย่าง แม้ว่าจะติดขัดปัญหาทางด้านการเวนคืน 117 หลังคาเรือน แต่ไม่กระทบต่อการเดินหน้าตามแผน ซึ่งจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2557
ทั้งนี้ การก่อสร้างได้แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงจากบางซื่อ-บางใหญ่ และช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ รวมระยะทางทั้งสิ้น 43 กิโลเมตร โดยปัจจุบันได้เริ่มก่อสร้างช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กิโลเมตร ซึ่งก่อสร้างไปแล้ว 3.113% ทั้งนี้ การก่อสร้างได้แบ่งออกเป็น 3 สัญญา ประกอบด้วย
งานสัญญาที่ 1 โครงสร้างยกระดับ ช่วงบางซื่อ-สะพานพระนั่งเกล้า ดำเนินการโดยกลุ่มบริษัท CKTC ขณะนี้ได้ดำเนินงานเจาะสำรวจดิน ทดสอบเสาเข็ม รื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค พร้อมทั้งจัดทำเสาเข็มเจาะบางส่วนและก่อสร้างฐานรากแล้ว โดยมีความก้าวหน้าร้อยละ 4.68
งานสัญญาที่ 2 โครงสร้างยกระดับ ช่วงสะพานพระนั่งเกล้า-บางใหญ่ ดำเนินการโดย บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ขณะนี้ได้ดำเนินงานเจาะสำรวจดิน ทดสอบเสาเข็ม รื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค ก่อสร้างฐานราก รวมทั้งการเตรียมก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีความก้าวหน้าร้อยละ 2.65
และงานสัญญาที่ 3 ศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดรถแล้ว ดำเนินการโดยกลุ่มบริษัท PAR ขณะนี้ได้ดำเนินการสำรวจขอบเขตและพื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุง งานปรับพื้นที่งานสำรวจพื้นที่เพื่อเตรียมออกแบบสะพานกลับรถบริเวณหน้าศูนย์ซ่อมบำรุง และงานเจาะสำรวจดินแล้วเสร็จ โดยมีความก้าวหน้าร้อยละ 0.147
สำหรับงานสัญญาที่ 6 งานระบบราง ขณะนี้องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศไทยแห่งประเทศญี่ปุ่น (JICA) กำลังพิจารณาเอกสารประกวดราคางานโยธาสัญญาที่ 6 ซึ่งมีการสอบถามเกี่ยวกับประเด็นทางด้านเทคนิคและรายละเอียดบางส่วน
"งานด้านระบบและการเดินรถ จะใช้รูปแบบเอกชนเข้าร่วมลงทุนกับรัฐ หรือ Public Private Partnership (PPP-Gross Cost) หรือไม่ ขณะนี้คณะกรรมการตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติเข้าร่วมงานหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ที่มีนายเยี่ยมชาย ฉัตรแก้ว รองผู้ว่าการ รฟม. เป็นประธาน อยู่ระหว่างการจัดทำร่างเงื่อนไขการประมูล เพื่อหาเอกชนมาร่วมเดินรถ ซึ่งมั่นใจว่าภายในเดือน ก.ย.นี้ การจัดทำร่าง TOR จะเสร็จสิ้น พร้อมประกาศเชิญชวนหาผู้ร่วมลงทุนได้ ซึ่งจะมีการพิจารณาอีก 4 เรื่องหลักๆ คือ รถ ระบบ การเดินรถ และการซ่อมบำรุง ว่าจะมีประโยชน์ต่อรัฐและผู้ใช้บริการมากน้อยแค่ไหน" นายสุพจน์กล่าว
0 สายสีน้ำเงินเร่งต่อรองราคา
สำหรับสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ เพิ่งจะเปิดซองประกวดราคางานโยธา 3 สัญญา ไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2553 โดยขณะนี้ที่ปรึกษายังอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดการเสนอราคาสัญญาที่ 1-2 ว่า บมจ.ช.การช่าง (CK) เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดจริงหรือไม่ ส่วนสัญญาที่ 3 กลุ่ม SH-UN Joint Venture เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด และสัญญาที่ 4 บมจ.ซิโน-ไทยฯ เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อปรับค่าก่อสร้าง แต่ละรายการให้เป็นไปตามที่ที่ปรึกษา รฟม.คำนวณ รวมถึงสัญญาที่ 5 ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น
ด้านปัญหาการเวนคืนที่ดินย่านวัดมังกรกัมลาวาสเพื่อการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าวัดมังกรกัมลาวาส ขณะนี้ได้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว โดย รฟม.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ เพื่อแก้ปัญหา และให้ รฟม.สามารถเดินหน้างานก่อสร้างได้ตามแผน
โดยจะใช้วิธีรอนสิทธิ ด้วยการเจรจากับผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบในส่วนของสำนักงานทรัพย์สินฯ ให้ย้ายออกและส่งมอบพื้นที่ให้ รฟม. จนกว่าการก่อสร้างจะเสร็จสิ้น จึงกลับมาอยู่ในพื้นที่เดิมบริเวณพื้นดินเหนือสถานี ยกเว้นจุดขึ้น-ลงสถานี และปล่องระบายอากาศ และระหว่างการก่อสร้างสำนักงานทรัพย์สินฯ และมูลนิธิฯ จะหาพื้นที่อื่นให้ผู้เช่ารายเดิมใช้อยู่อาศัยหรือค้าขายไปก่อนชั่วคราว
0 สายสีเขียวช้ากว่าแผน
ส่วนสีเขียวทั้ง 2 สาย คือ สายเหนือ หมอชิต-สะพานใหม่ และสายใต้ แบริ่ง-สมุทรปราการ ขณะนี้ได้ล่าช้าไปกว่าแผนประมาณ 5 เดือน ทำให้กำหนดแล้วเสร็จจากเดือน ธ.ค.2558 เลื่อนไปเป็น พ.ค.2559
"แต่ผมได้บอกว่า ถ้าดูตามแผน สามารถที่จะปรับให้มาเป็นเดือน ธ.ค.2558 ซึ่งก็ยืนยันว่าทั้งหมดยังอยู่ในแผนเดิม" นายสุพจน์กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงหมอชิต-สะพานใหม่นั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหาข้อยุติเรื่องหน่วยงานเจ้าของโครงการ การเชื่อมต่อเส้นทางกับโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ และพิจารณารูปแบบการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนที่เหมาะสม เพื่อเปิดให้บริการโดยเร็ว และนำเสนอต่อ ครม.พิจารณาต่อไป คาดว่าภายในเดือน ก.พ.2554 จะประกวดราคาได้ ส่วนช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ คาดประกวดราคาได้ประมาณปลายปี 2553
ส่วนสายสีชมพู ช่วงปากเกร็ด-มีนบุรี อยู่ระหว่างการจ้างที่ปรึกษาออกแบบประกวดราคา คาดว่าประกวดราคาได้ประมาณเดือน ม.ค.-ก.พ.2554
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดการประชุมบอร์ด รฟม.เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติกรอบวงเงินว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาออกแบบโครงการวงเงิน 210 ล้านบาท และแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1.มีนบุรี-บางกะปิ เป็นโครงสร้างแบบยกระดับทั้งหมด ซึ่งที่ปรึกษาจะต้องศึกษาออกแบบโครงการใหม่ รวมทั้งจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ด้วย
ระยะที่ 2.บางกะปิ-ศูนย์วัฒนธรรม-ดินแดง จะใช้การก่อสร้างลักษณะออกแบบพร้อมก่อสร้าง (Design-Build) เนื่องจากเป็นโครงสร้างใต้ดินทั้งหมด คาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาออกแบบได้รวดเร็วกว่าระยะแรก ส่วนระยะที่ 3.ดินแดง-ตลิ่งชัน จะต้องศึกษาออกแบบใหม่ รวมทั้งจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่
"คาดว่าการศึกษาออกแบบทั้ง 3 ช่วง ที่ปรึกษาจะดำเนินการได้เสร็จสิ้นภายในปี 2554" นายสุพจน์กล่าว
0 สายสีแดงขายซอง 2-17 ส.ค.
นอกจากโครงการรถไฟฟ้าของ รฟม.แล้ว ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ครม.ยังได้เร่งรัดให้ดำเนินการเช่นกัน โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูว่าจะลงทุนอย่างไร รูปแบบไหน จะทำสายไหนบ้าง รวมถึงแผนการก่อสร้างทางคู่ที่อยู่ในแผน 176,000 ล้านบาท ขณะนี้กำลังดำเนินการ และที่มีอยู่ 767 กิโลเมตรก็เริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2554 ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี
นอกจากนี้ ร.ฟ.ท.ยังมีรถไฟฟ้าอีกหลายสายที่จะต้องเร่งดำเนินการ เช่น รถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชั่น โดยการก่อสร้างงานโยธาได้คืบหน้าไปมากแล้ว แต่ติดขัดในเรื่องการบุกรุกของชุมชนย่านพระราม 6 ซึ่งทำให้การดำเนินงานล่าช้ากว่าแผนอย่างมาก
ส่วนรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ขณะนี้มีความล่าช้าไปมาก เนื่องจากโครงการนี้รับเงินกู้จาก JICA ทำให้ขั้นตอนการตรวจสอบใช้เวลานาน ซึ่งคาดว่าภายในวันที่ 2-17 ส.ค.นี้ จะเปิดขายซองประมูลสัญญาที่ 1 และ 2 จากนั้นจะให้เวลาเอกชนคิดราคาก่อสร้างภายใน 90 วัน โดยเปิดให้ยื่นเอกสาร 3 ซอง ได้แก่ ซองคุณสมบัติ ซองเทคนิค และซองราคา
ตามขั้นตอน จะทยอยเปิดซองคุณสมบัติก่อนว่ามีผู้ผ่านกี่ราย และรายงานให้ JICA ทราบและอนุมัติ จากนั้นจึงจะพิจารณาซองเทคนิคและราคา คาดว่าภายในปี 2554 จึงจะได้ตัวผู้รับเหมา
"โครงการนี้รับเงินกู้จาก JICA ทำให้ขั้นตอนการตรวจสอบใช้เวลานาน เช่นเดียวกับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ที่ใช้เวลาประมาณ 8-10 เดือนกว่าจะได้ลงนามสัญญากับผู้รับเหมา โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี หลังจากเปิดขายซองสำหรับสัญญาแรก และสัญญาที่ 2-3 ก็ยังใช้เวลา 10 เดือน เขาจะดูทีละขั้นตอน ทุกกระบวนการ ผมก็คิดว่าน่าจะใช้เวลาสัก 8 เดือน ปีหน้าถึงจะได้เซ็นสัญญากับผู้รับเหมา" นายสุพจน์กล่าว
ส่วนสัญญา 3 ซึ่งเป็นงานวางระบบ ต้องรอให้ JICA ให้ความเห็นชอบทีโออาร์ก่อน ซึ่งยังไม่สามารถระบุเวลาได้
แม้ว่าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ ยังคืบหน้าไม่มาก แต่นายสุพจน์ยืนยันว่า หลังจากนี้ไป 4-5 ปี การเดินทางของประเทศไทยนั้น ระบบรางจะเป็นตัวหลัก
คงต้องติดตามกันว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะเป็นจริงหรือไม่.








