พักเรื่องชวนเครียดซักวัน มาคุยกันเรื่องที่น่าจะสบายอก-สบายใจกันบ้าง คือเรื่องที่ "คุณนพดล ปัทมะ" เอาภาพทักษิณมาแจกเพื่อยืนยันว่า "ยังสุขสบายดี ไม่ป่วย-ไม่ตาย อย่างที่เป็นข่าวร่ำลือกัน" ผมเห็นแล้วก็พลอยสบายใจ-หายห่วงไปด้วย เพราะภาพที่จับมือกับรัฐบุรุษโลก "เนลสัน แมนเดลา" นั้น หน้าตาทักษิณของผมดูสุขสำราญเหมือนดอกไม้บานยามเช้าเสียจริงๆ
ท่านรัฐบุรุษโลก "เนลสัน แมนเดลา" ปีนี้ก็ ๙๑-๙๒ แล้ว แต่ดูท่านสมบูรณ์ เปล่งปลั่งตามวัย ทั้งที่ชีวิตอดีต ท่านรับทัณฑ์ทรมานอยู่ในคุกตะรางมากกว่าอยู่กับโลกโสภาข้างนอก คงมีเหตุผลมากมายที่ทำให้ท่านอยู่เป็น "ชีวิตศตวรรษ" แต่เหตุผลหนึ่งที่ผมมั่นใจว่าเป็นปัจจัยหลักให้ท่านอยู่ได้ คือ
ใจที่ ไม่โลภในลาภ ในอำนาจ และไม่อาฆาตแค้นพยาบาทใคร!
ทันทีที่ท่านออกจากคุกเมื่อปี ๒๕๓๓ หลังถูกจองจำมายาวนานถึง ๒๗ ปี ท่านคิดดูแล้วกัน คนติดคุก ๒๗ ปี จะมีทรัพย์สมบัติแก้วแหวน เงินทองอะไร แต่ปรากฏว่า พอท่านออกจากคุกมาเท่านั้น ท่านกลับมีทรัพย์สมบัติล้ำค่ามหาศาลชนิดหนึ่งที่ชาวแอฟริกา และชาวโลกคาดไม่ถึง และท่านนำทรัพย์สมบัตินั้นออกแจกจ่ายได้รับถ้วนหน้ากันทุกคน
สมบัตินั้นคือ "อภัย"!
ดูซี...นักต่อสู้เพื่อความเสมอภาคให้ชาวแอฟริกา ถูกรัฐบาลคนผิวขาวที่เข้าไปยึดครองจับยัดคุก-ยัดตะราง ทั้งขังลืม ทั้งทรมานตั้งแต่อายุ ๔๔ ออกจากคุกอายุ ๗๑ ก้าวแรกที่พ้นประตูคุก คำแรกที่กล่าว
"แล้วก็แล้วกันไป อภัยให้กับทุกคน"!
เนลสัน แมนเดลา แปลงความโกรธ ความเคียดแค้นอาฆาตกับคนที่ทำกับเขาเป็นรักบริสุทธิ์ตอบสนอง เป็นความปรารถนาดีต่อพี่น้องร่วมชาติ และเรียกร้องให้คนผิวดำและคนผิวขาว "ลืมความหลัง" เลิกเกลียดชัง เลิกแบ่งแยกสีผิวซึ่งกันและกัน แล้วหันหน้ามาปรองดอง รัก-สามัคคี สร้างสมานฉันท์ สร้างวันใหม่ให้กับแอฟริกาให้จงได้
ขบวนการ "ปรองดองแห่งชาติ" เกิดขึ้นทันที!
ดำ-ขาว ในแอฟริกาใต้หันหน้าเข้าหากัน เพียงไม่กี่ปี แอฟริกาใต้ที่อยู่นอกสารบบประชาคมโลก และเป็นดินแดนที่ถูกยกขึ้นมาเยาะว่าเป็นดินแดนแห่งความล้าหลัง แตกแยก ป่าเถื่อนนั้น พลันที่ "คนพ้นคุก" ใช้พลังแห่งอภัยแทนเคียดแค้นอาฆาต ยุยง ปลุกปั่น แบ่งฝ่าย-แบ่งสี ให้ฆ่ากัน มาเป็นปรองดองสมานฉันท์-ร่วมสร้างชาติ
ไม่ถึง ๒๐ ปี....
เมื่อวานนี้ แอฟริกาใต้-แดนคนป่า เพิ่งเป็นเจ้าภาพจัด "โอลิมปิก" ไปหมาดๆ!?
ฝากไว้คิดกันเล่นๆ นะครับ และถ้าว่างๆ คนไทย-ควรชวนนักการเมือง-ข้าราชการ-ทหาร-ตำรวจ ไปยืนกลางแดดกันวันละซัก ๕ นาที ยืนนิ่งๆ ยืนเฉยๆ ยืนกันทั้งประเทศ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น
แค่ "ดูเงา" พวกเราก็พอ!
คุยเรื่องรัฐบุรุษโลก "เนลสัน แมนเดลา" แล้ว บางท่านอาจอยากรู้จักท่านให้มากกว่านั้น ผมจะคัดจากที่มีผู้รวบรวมแบบสั้น กระชับ แต่จับใจความได้ครบถ้วน คือจากเว็บ S!serrch มาให้ท่านอ่าน ดังนี้
18 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 วันเกิดเนลสัน แมนเดลา (Nelson Rolihlahla Mandela ) นักต่อสู้เพื่อสิทธิและความเสมอภาคของชนผิวสี และประธานาธิบดีคนแรกของประเทศแอฟริกาใต้ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2536 เกิดที่เมืองอัมทาทา (Mthatha) เป็นลูกชายของหัวหน้าเผ่าเท็มปู (Thempu) ซึ่งเสียชีวิตตอนเขาอายุเพียง 9 ขวบ
แมนเดลามีโอกาสได้รับการศึกษาดีกว่าเด็กผิวดำคนอื่นๆ เข้าเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยวิทวอเตอร์สแรนด์ (University of the Witwatersrand) ระหว่างนั้นเขาได้ร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคเอเอ็นซี (African National Congress : ANC) พรรคของคนผิวสี ส่วนพรรครัฐบาลคือพรรคเอ็นพี (Nationalist Party : NP) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดของคนผิวขาว แม้ประเทศแอฟริกาใต้จะได้รับเอกราชจากอังกฤษตั้งแต่ปี 2453
แต่ในสมัยนั้น คนผิวขาวก็ยังมีอิทธิพลอย่างสูงในประเทศนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นคนผิวสีถูกปกครองด้วยคนผิวขาวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย มีการแบ่งแยกสีผิวอย่างรุนแรง อีกทั้งยังได้ออกกฎหมายกดขี่ชนผิวสีอีกจำนวนมาก หลังจากเรียนจบ แมนเดลาจึงร่วมกับเพื่อนเปิดสำนักงานทนายความเพื่อคนผิวสีแห่งแรก ที่เมืองโยฮันเนสเบิร์ก และได้ติดต่อช่วยเหลือพรรคเอเอ็นซีอยู่เสมอจนกระทั่งได้เป็นรองประธานพรรค
พรรคเอเอ็นซีได้เป็นหัวขบวนในการเรียกร้องเอกราช สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคให้แก่ชาวแอฟริกาใต้ ในระยะแรกได้ใช้วิธีการสันติวิธีอย่างมหาตมะ คานธี เมื่อไม่เห็นผลจึงหันมาใช้วิธีการรุนแรงมากขึ้น มีการจัดตั้งกองกำลัง ประชาชนออกมาเดินขบวนทำลายทรัพย์สินของราชการ ต่อมารัฐบาลได้ประกาศให้พรรคเอเอ็นซีเป็นพรรคการเมืองที่ผิดกฎหมาย
แมนเดลาถูกจับในวันที่ 5 สิงหาคม 2505 ขณะอายุ 44 ปี ติดคุกยาวนานถึง 27 ปี ถูกปล่อยตัวในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2533 หลังจากนั้นเขาก้าวขึ้นเป็นผู้นำพรรคเอเอ็นซี เรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้มีการเลือกตั้งอย่างเสรี แมนเดลาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2536 ก่อนจะได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศในวันที่ 9 พฤษภาคม 2537
ลาออกในปี 2542 ออกมาทำงานเบื้องหลัง โดยเป็นทูตพิเศษในการเจรจาสันติภาพ และเรียกร้องประชาธิปไตยให้ประเทศในแอฟริกาอีกหลายประเทศ อีกทั้งทำงานรณรงค์แก้ปัญหาโรคเอดส์และภารกิจด้านสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ในแอฟริกา ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่ต้องการจะให้สหภาพแอฟริกาใต้ก้าวไปสู่สังคมประชาธิปไตยที่ปราศจากการกีดกันทางสีผิว
ครับ...ก็จะเห็นชัดว่า เนลสัน แมนเดลา นอกจากใช้ "ใจ-อภัย" สลายการแบ่งแยกขาว-ดำได้สำเร็จแล้ว เขายังใช้ "ใจ-พอ" พิชิตใจคนทั้งโลกด้วยการ "สละอำนาจ-บารมี" ในตำแหน่งประธานาธิบดี ทั้งที่เขา "ลงทุนด้วยชีวิต" กว่าจะได้สิ่งนี้มา แต่เขาสัมผัสอำนาจเพียงแค่แตะลิ้นเท่านั้น แล้วบอก...
พอ!
อย่างนี้แล้วมีหรือที่เขาจะไม่ได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลกให้อยู่ในฐานะ "รัฐบุรุษโลก-ผู้เป็นอันที่รักของคนทั้งโลก"!
เอาล่ะ...ก็มาเพ่งพิศกันบ้าง ทักษิณตะเกียกตะกาย จะใช้บารมีเงิน หรือบารมีอะไรก็ไม่รู้แหละ ทำให้เขาได้มีโอกาสไปสัมผัสมือรัฐบุรุษโลกเพื่อถ่ายรูปเอามาอวด โดยเฉพาะคนไทย และคนไทยในส่วนที่ยอมพลีประเทศชาติเพื่อเขา ทักษิณทำด้วยความคิดอะไร?
ตอบไม่ยาก...ก็ทักษิณเคย "ยกตนตีเสมอ" เนลสัน แมนเดลา มาหลายครั้งแล้ว เขาพยายามใช้ภาพการต่อสู้ของ "รัฐบุรุษ-แมนเดลา" มาคลุมร่าง "ทุรบุรุษ-ขี้เรื้อน" อย่างเขา ให้คนง่อยเปลี้ยทางสติปัญญาเข้าใจว่า....
สิ่งที่เขาสร้างความแตกแยกในชาติ-ในประชาชน "ยุยง ปลุกปั่นให้สมุนเผาบ้าน-เผาเมือง วิดีโอลิงค์คำราม "กูอยู่ไม่ได้ ใครก็อย่าได้อยู่เป็นสุขกันเลย" พยายามทุกทางเพื่อตัวเองจะได้ขึ้นไปอยู่ในฐานะ "ผู้อยู่เหนือกฎหมาย" และเหนือทุกคน-ทุกสถาบันในประเทศไทย นั้น
เป็นแนวทางที่ "เนลสัน แมนเดลา" เคยทำมา แล้วเขาทำตาม!?
ซึ่งตรงกันข้ามชนิดหน้ามือกับหลังเท้า รัฐบุรุษเนลสัน แมนเดลา สละตน-สละชีวิต ต่อสู้เพื่อให้การแตกแยกในชาติให้กลับคืนดี-รวมสีกัน ต่อสู้เพื่อหลอมคนในชาติให้กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ยอมติดคุก สลัดทิ้งทรัพย์สมบัติ ต่อสู้เคียงบ่า-เคียงไหล่กับประชาชน ไม่หนีเอาตัวรอด ไม่นัดลูก-นัดเมียไปเสวยสุขอยู่ต่างแดน
อยู่ในคุกเป็น "กาว" ให้ขาว-ดำเกิดภราดร!
ส่วนทักษิณล่ะ...ชาติ-ประชาชนเป็นภราดรหนึ่งเดียวกันอยู่แล้ว แต่เพื่อตัวเอง เอาความโลภ ความไม่รู้จักพอ ความกระหายอำนาจ ความเคียดแค้นพยาบาท "ผ่านเงิน" มามอมหน้า ปลุกปั่นประชาชนให้มันแตกแยกแหกประเทศกันซะ
ถูกตัดสินจำคุกก็หนี เอาทรัพย์สมบัติที่ซุกไว้ตามต่างบ้าน-ต่างแดนไปสร้างสวรรค์วิมานไว้เสพสุขทั้งลูกทั้งเมียเฉพาะพวกตัวเอง ปล่อยให้ชาวบ้านและนักการเมืองพันธุ์สวะอาสาทำหน้าที่บ่อนทำลายชาติบ้านเมืองให้มันพังฉิบหายไม่เว้นวายแต่ละวัน
ถ้าผมเป็นทักษิณ เห็นท่าทีเนลสัน แมนเดลา ต้อนรับแล้ว ต้องไม่กล้านำรูปมาประจานหน้าตัวเองแน่นอน ก็ดูซี..ตัวเองต้องเดินค้อมหลังหน้าเกือบจรดหว่างขาเข้าไปขอสัมผัสมือ เหมือนนักต้มทั่วไปชอบถ่ายรูปกับผู้ใหญ่เอาไปลวงโลก แล้วรัฐบุรุษอยู่ในท่าไหน ท่าน "นั่ง" ส่วนทุรบุรุษต้อง "ยืน"
เห็นอย่างนี้ พอเข้าใจกันใช่ไหมครับว่า "เนลสัน แมนเดลา" วางตำแหน่งทักษิณอยู่ระดับไหน ถ้าไม่ใช่ แก...มันก็แค่ "ไอ้ฆาตกรต่อเนื่อง"!








