เพื่อแม้วระส่ำ! ส.ส.สมุทรปราการแท็กทีมจ่อย้ายพรรค "ประชา" ฉุนคนเพื่อไทยรุมสับ "กรุง-จิรพันธ์" เหมือนหมูหมา แถมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแบบไม่เห็นหัว พร้อมเดินสายเจรจา ภท-ชทพ. เผยบอกลา "นายใหญ่" แล้ว โฆษกมาร์คจับพิรุธรูปทักษิณจับมือแมนเดลาตัดต่อภาพกลบกระแส ส.ส.หนี ควันหลงเลือกตั้ง ส.ก., ส.ข. "เหลือง-แดง" ผนึกกำลังแฉโกงเลือกตั้ง เตรียมร้อง กกต.เลือกตั้งใหม่
ส.ส.พรรคเพื่อไทยยังคงทยอยย้ายออกจากพรรคอย่างต่อเนื่อง โดยแหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า หลังจากนายนที สุทินเผือก หรือกรุง ศรีวิไล, นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ย้ายไปร่วมงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย โดยมีเสียงด่าอย่างรุนแรงจากคนในพรรคเพื่อไทย ล่าสุด ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย นำโดยนายประชา ประสพดี, นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย หารือกับ ส.ส.สมุทรปราการ เพื่อทบทวนบทบาทในพรรคเพื่อไทย โดยใน 2-3 วันนี้นายประชาจะเดินทางไปพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย ในประเด็นสถานการณ์การเมืองต่างๆ ขณะเดียวกันจะเดินทางไปพูดคุยกับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาด้วย
ทั้งนี้ที่ผ่านมากลุ่ม ส.ส.สมุทรปราการมีการปรับทุกข์กับนายนทีและนายจิรพันธ์ถึงท่าทีที่พรรคเพื่อไทยแสดงออก ซึ่งทั้งหมดต่างไม่เห็นด้วย พร้อมทั้งสอบถามนายนทีและนายจิรพันธ์เมื่อตัดสินใจไปแล้วทางพรรคภูมิใจไทยดูแลต้อนรับหรือทำตามที่ตกลงกันไว้ดีหรือไม่ และกำลังชั่งใจถึงอนาคตทางการเมืองกันอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. นายประชาได้ยืนพูดคุยกับนายจิรพันธ์อย่างเคร่งเครียดที่บริเวณบ่อปลาคาร์พ รัฐสภา เมื่อเห็นผู้สื่อข่าวที่เดินผ่านมาและไปทักทาย นายประชาเอ่ยปากขึ้นมาทันทีด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ไปหมดแล้วอยู่ได้อย่างไร ด่ากันอย่างนี้ผมไม่เอาด้วยหรอก" เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตกลงจะไปกันทั้งจังหวัดเลยหรือ นายประชากล่าวว่า "ไม่รู้ คุยกันอยู่ แต่ปกติเราก็แท็กทีมกันอยู่แล้ว"
จากนั้นนายประชาให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกเห็นใจนายนทีกับนายจิรพันธ์จริงๆ เขาจะย้ายไปก็เป็นเรื่องของเขา แต่ไปด่าเขารุนแรงเหมือนหมูเหมือนหมา เป็นตะกวดบ้าง เป็นตัวเหี้ยบ้าง ตนไม่เห็นด้วย วันหน้าเราเป็น ส.ส.ก็ต้องเจอกันอยู่ ทำไมเราไม่ลองทบทวนตัวเองดูบ้าง เรามีข้อด้อยอะไร พรรคอื่นมีข้อดีอะไร ใช้เหตุและผลมาคุยกัน แต่มาด่ากันอย่างนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อคนรุ่นใหม่
"ไอ้พวกที่ออกมาพูดกันมากนัก อยากถามว่าในจิตใจแกว่งกันบ้างไหม และที่มาเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการกันทันทีทันควัน การคัดเลือกผู้สมัครต้องผ่านบอร์ดของพรรคพิจารณา โดยที่ไม่มีคนในตระกูลชินวัตรเข้ามาเกี่ยวข้อง ถามว่าได้ปรึกษา ส.ส.สมุทรปราการกันบ้างหรือไม่ ถ้าเห็นเป็นแค่หัวหลักหัวตอไม่บอกให้รับรู้กันผมไม่อยู่ วันนี้มีคนต่อแถวอย่างลงสมัคร 8-9 คน ส.ส.ในพื้นที่ต้องมีส่วนคิดด้วย ถ้าคัดเลือกกันแบบนี้จะไปบอกชาวบ้านอย่างไร ถ้ายังเกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความแตกแยกแบบนี้อีกไม่เอาด้วยแน่" นายประชากล่าว
เมื่อถามว่าช่วงหลังๆ ได้ติดต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บ้างหรือไม่ นายประชาซึ่งเป็นผู้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ พ.ต.ท.อยู่เป็นประจำกล่าวว่า "เร็วๆ นี้ก็เพิ่งคุยกัน ผมได้โทร.ไปหาท่านและก็ลาท่านแล้ว และได้นัดนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาในเร็ววันนี้แล้วด้วย"
ส่วนนางนฤมล ธารดำรงค์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การย้ายพรรคของนายนทีคงเป็นเหตุผลที่นายนทีได้ให้ข่าวไป คือในเรื่องอยากได้งบมาพัฒนาพื้นที่ ซึ่งตนเองยังไม่ได้มีโอกาสกับนายนทีหลังจากที่ได้มีข่าวย้ายพรรคออกมา ส่วน ส.ส.สมุทปราการที่เหลือนั้นเราเองก็ยังเป็นปึกแผ่นไม่ได้ทะเลาะกัน การจะย้ายพรรคเหมือนสองคนก่อนหน้านี้หรือไม่ก็เป็นเรื่องของหัวขบวนคือนายประชา ประสพดี จะตัดสินใจ หากว่าอย่างไรเราก็ว่าตามกัน
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายนทีและนายจิรพันธ์ไปเปิดตัวร่วมงานทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยว่า ถือว่าเข้าข่ายทำผิดต่อข้อบังคับพรรค ผิดวินัยและจริยธรรมของพรรคอย่างร้ายแรง ขั้นตอนต่อไปจะรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นเรื่องให้คณะกรรมการบริหารพรรคส่งให้คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมพิจารณาทั้ง 2 ส.ส.โดยเร็ว หากมีมติให้ขับก็จะส่งเรื่องให้ที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรคกับ ส.ส.เพื่อลงมติใช้เสียง 3 ใน 4 ขับพ้นการเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งอาจจะมีการลงมติขับพ้นสมาชิกพรรคในชุดต่อไป ภายหลังจากที่พรรคจะลงมติวันที่ 7 ก.ย.นี้ เพื่อขับ ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี กับนายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พ้นสมาชิกพรรค เพราะทั้งสองกรณีดังกล่าวเหมือนมีการแต่งงานอยู่กันหม้อข้าวยังไม่ทันดำแล้วไปเป็นชู้ไปอยู่กับคนอื่น ถือเป็นเรื่องที่ผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรม ยิ่งถ้าเป็น ส.ส.เป็นการทรยศต่อพรรคและประชาชน
โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงการโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยว่า เห็นได้ชัดเป็นการวางตัวเพื่อเตรียมการเลือกตั้งในอนาคต เมื่อจัดสรรงบประมาณลงไปแล้วก็จัดโยกย้ายวางคนลงไปดูแลงบประมาณที่จะลงไปในพื้นที่ สอดคล้องกับการใช้พลังดูดดึง ส.ส.หวังให้ได้ ส.ส.เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงทำทุกอย่างทั้งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการข้ามหัว เอื้อผลประโยชน์ทางการเมือง ทุ่มงบลงในพื้นที่หาเสียงพร้อมได้เงินทอนเอาไปใช้ในการเลือกตั้ง เป็นวงจรอุบาทว์ โดยพรรคได้จัดตั้งคณะทำงานติดตามตรวจสอบเรื่องนี้
สำหรับกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นำรูปภาพ พ.ต.ท.ทักษิณจับมือกับนายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ และภาพถ่ายคู่กับนางวินนี แมนเดลา อดีตภริยานายเนลสัน มาแสดงต่อสื่อมวลชนเพื่อยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังมีชีวิตอยู่และสุขภาพแข็งแรงดี นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า การยืนยันโดยใช้ภาพนิ่งนั้นไม่สามารถให้คำตอบที่แท้จริงได้ เพราะจากการดูด้วยตาเปล่านั้นจะพบว่ามือของ พ.ต.ท.ทักษิณที่จับมือกับนายเนลสันนั้นขาวผิดปกติ ในขณะภาพที่ถ่ายคู่กับนางวินนีนั้นสีผิวมือกลับเป็นสีเดียวกันจนถึงปลายนิ้ว นอกจากนี้ธรรมชาติของคนแล้วหากก้มหน้าคอจะต้องติดกับปกเสื้อและเนคไทจะต้องอยู่ใต้คาง แต่ในรูปดังกล่าวนั้นเห็นได้ชัดเจนว่าผิดธรรมชาติ เหมือนนำรูปหน้ามาแปะ
นายเทพไทตั้งข้อสังเกตว่า 1.หาก พ.ต.ท.ทักษิณมีสุขภาพที่แข็งแรงดีจริง ทำไมไม่ใช้วิธีการวิดีโอลิงค์เพื่อยืนยันเหมือนกับที่ผ่านมา 2.หาก พ.ต.ท.ทักษิณไม่สะดวกทำไมจึงไม่เลือกใช้วิธีโฟนอินเพื่อให้ได้ยินน้ำเสียงเพื่อเป็นการยืนยัน และ 3.แกนนำพรรคเพื่อไทยและ ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่มีการเดินทางไปพบเหมือนกับช่วงก่อนหน้านี้
"หาก พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางไปพบนายเนลสันจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะจะได้ศึกษาแนวทางการต่อสู้แบบสันติวิธีที่แท้จริง รวมทั้งการรับผิดชอบต่อคดีที่มีต่อตัวเองด้วยว่าเป็นอย่างไร เชื่อว่าการออกมาเผยแพร่รูปดังกล่าวน่าจะเป็นการสร้างภาพเพื่อกลบกระแสไม่ให้ ส.ส.ย้ายพรรคหนี" นายเทพไทกล่าว
ยังมีควันหลงการเลือกตั้ง ส.ก.-ส.ข.ที่รัฐสภา นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานภาคกรุงเทพมหานคร และนายวัฒนา เซ่งไพเราะ ที่ปรึกษากฎหมายในการเลือกตั้ง ส.ก.-ส.ข. พร้อมด้วย พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ กรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการตรวจสอบทุจริตการเลือกตั้ง ส.ก.เขตบางบอน โดยได้นำคลิปวิดีโอที่ทีมงานของพรรคการเมืองใหม่ได้ถ่ายไว้ระหว่างการนับคะแนนมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน
โดย พล.อ.กิตติศักดิ์ระบุว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่เจ้าหน้าที่เขตถือถุงที่ใส่บัตรเลือกตั้ง 6-7 ถุง ถุงละ 500 ใบ เดินไปมาอยู่ในที่ทำการเขต โดยไม่ทราบว่ามีการจัดเตรียมมาจากไหน แต่เชื่อว่ามีความตั้งใจจะนำไปใส่ในหีบเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อทีมงานเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ถือถุงต่างเดินหนีไปคนละทิศคนละทาง แต่ทางทีมงานจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่อายัดไว้ได้ 2 ถุง แต่ไม่ได้ตรวจสอบภายในเนื่องจากคะแนนเสียงทิ้งห่างไปแล้ว คือพรรคการเมืองใหม่ได้คะแนน 6,900 คะแนน พรรคเพื่อไทยได้ 7,000 คะแนน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนน 14,000 คะแนน
"เชื่อว่าในอีกหลายเขตเลือกตั้งมีความผิดปกติเช่นกัน จึงเตรียมร้องต่อ กกต.ให้การเลือกตั้ง ส.ก.เป็นโมฆะ ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ทั่ว กทม.หรือไม่ เพราะกระบวนการนับคะแนนแบบนี้ทำให้ผลคะแนนมีความคลาดเคลื่อนไปหลายเขต ดังนั้นผมจะขอกล้องวงจรปิดในทุกเขตการเลือกตั้งมาตรวจสอบ และเชื่อว่าจะต้องมีการนับคะแนนใหม่อีกหลายเขต" พล.อ.กิตติศักดิ์กล่าว
ด้านนายวัฒนากล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมายชัดเจน ตามกระบวนการเมื่อหย่อนบัตรเลือกตั้งเสร็จแล้วจะต้องผนึกหีบเลือกตั้งให้มิดชิด และนำมานับรวมกันที่เขต จากนั้นจะต้องนำบัตรเลือกตั้งไปที่แยกให้เป็นถุงละ 500 ใบ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะต้องทำต่อหน้าสาธารณชนและตัวแทนพรรคการเมือง ไม่ได้ทำโดยลำพังเช่นนี้ ดังนั้นเราจะเดินหน้าร้องเรียนต่อ กกต.เช่นกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นายวิชาญกล่าวว่า นอกจากเขตบางบอนแล้วยังพบความผิดปกติในอีกหลายเขต อาทิ เขตจอมทอง ที่พรรคพรรคเพื่อไทย ได้คะแนน ส.ก.และ ส.ข. 18,000 คะแนน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนเลือกตั้ง ส.ข. 20,000 คะแนน ส.ก.ได้ 25,000 คะแนน ทั้งที่ความจริงคะแนนควรใกล้เคียงกัน จึงอยากตั้งคำถามว่าคะแนนอีก 5,000 คะแนนนั้นมาจากไหน รวมทั้งในเขตสายไหม เขตคลองสามวา เพราะมีคะแนนเสียงต่างกันเพียงร้อยกว่าคะแนน เชื่อว่าจะมีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น.








