เสนอ ครม.เห็นชอบผู้บริจาคหนังสือให้โรงเรียน ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีไม่เกิน 1 หมื่นบาท ส่วนนิติบุคคลถ้าซื้อหนังสือเข้าหน่วยงานหรือบริจาคให้สถานศึกษา สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของราคาหนังสือ หรือไม่เกิน 30% ของกำไรสุทธิ ขณะที่ผู้ผลิตหนังสือขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มทุกขั้นตอนการผลิตได้ เชื่อทำให้ราคาหนังสือถูกลง กระตุ้นคนไทยอ่านเพิ่ม
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ ศธ.เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้มาตรการลดหย่อนทางภาษีเพื่อส่งเสริมการอ่าน เริ่มจากมาตรการแรก จะขอให้บุคคลทั่วไปสามารถนำค่าหนังสือที่ซื้อมาอ่านเองมาเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินรายละ 10,000 บาท โดยคาดหวังว่า มาตรการนี้จะกระตุ้นให้คนไทยซื้อหนังสือมาอ่านมากขึ้น ส่วนนิติบุคคลที่ซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดของหน่วยงานก็ให้สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของค่าหนังสือที่ซื้อจริง
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า มาตรการถัดมาจะเสนอขอให้ผู้ผลิตหนังสือสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของวัตถุดิบต่างๆ ที่ซื้อมาใช้ผลิตหนังสือได้ เช่น ค่ากระดาษ ค่าหมึกพิมพ์ ฯลฯ ปัจจุบันธุรกิจหนังสือไม่ได้เข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ผลิตหนังสือจึงต้องแบกรับภาษีมูลค่าเพิ่มของวัตถุดิบต่างๆ ที่ซื้อมาพิมพ์หนังสือเอง แต่ถ้าผู้ผลิตหนังสือสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แบกรับไว้ได้ก็จะเป็นการลดต้นทุนการผลิต ทำให้ราคาหนังสือถูกลง และจูงใจให้มีการผลิตหนังสือสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น
ส่วนมาตรการสุดท้าย จะเสนอให้นิติบุคคลที่ซื้อหนังสือบริจาคให้สถานศึกษา สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น จากเดิมสามารถนำค่าหนังสือที่ซื้อบริจาคไปเป็นค่าใช้จ่ายในการหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของกำไรของนิติบุคคลก่อนหักค่าหนังสือที่ซื้อบริจาคให้ปรับเป็น สามารถนำค่าหนังสือที่ซื้อบริจาคไปเป็นค่าใช้จ่ายในการหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30% ของกำไรของนิติบุคคลก่อนหักค่าหนังสือที่ซื้อบริจาค ทั้งนี้เมื่อแปลงเป็นตัวเลขแล้ว การลดหย่อนภาษีที่เพิ่มขึ้นจะมีผลให้นิติบุคคลสามารถซื้อหนังสือบริจาคได้ 13% ของกำไรจากเดิมอยู่ที่ 6.33% นอกจากนั้นจะเพิ่มรายชื่อหน่วยงานที่สามารถบริจาคหนังสือให้ โดยสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ด้วย ปัจจุบัน หากนิติบุคคลใดซื้อหนังสือบริจาคให้กับสถานศึกษาสังกัด สำนักคณะกรรมการการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ( กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( สพฐ.) ในจำนวนเงิน 50,000 บาท ก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า คือ 100,000 บาท แต่ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่สมควรได้รับการบริจาคหนังสืออีก เช่น มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กห้องสมุดวัด ห้องสมุดในสลัมคลองเตย
นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้ให้คณะทำงานที่มี รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ไปรวบรวมพร้อมคำนวณงบประมาณโครงการต่างๆ ที่จะดำเนินการในช่วงทศวรรษส่งเสริมการอ่าน 2552-2561 เพื่อให้บุคคลเป้าหมาย 5 ข้อ คือ ประชากรวัยแรงงานรู้หนังสือในระดับใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน เพิ่มจากร้อยละ 97.21 เป็น ร้อยละ 99 ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป อ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 92.64 เป็น ร้อยละ 95 ค่าเฉลี่ยการอ่านหนังสือของคนไทยเพิ่มจากปีละ 5 เล่ม เป็น 10 เล่ม เพิ่มและพัฒนาการอ่านให้ครอบคลุมทุกตำบล/ชุมชน และสร้างภาคีเครือข่ายการอ่านเพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้.
********








