แหม...เมื่อวานอุตส่าห์ตื่นแต่เช้า เปิดกระสอบตั้งท่าสวน ใครเทหุ้นปุ๊บ ผมจะซื้อ "ความมั่นใจประเทศไทย" ช้อนไว้ทันที โดยเฉพาะหุ้น BBL หรือหุ้นแบงก์กรุงเทพ ขายเท่าไหร่-รับหมด แต่ปรากฏว่า "แห้วครับ" เปิดตลาดขึ้นมา แทนที่จะถล่มลง แต่กลับถูก "ถล่มขึ้น" ที่กะว่าจะช้อน BBL ซักล้านหุ้น เลยไม่ได้ช้อนซักหุ้น เพราะมีแต่คนซื้อ หาคนขายไม่ได้ พอปิดตลาดตอนเย็น นับไป-นับมาในใจ แหม...ขาดทุนกำไรในอากาศไปตั้ง ๓ ล้านบาทแน่ะ!
ตั้งสติกันให้ดีเถอะครับ จงเชื่อมั่นในความเป็น "สยามประเทศ" ของเรา เชื่อมั่นในรากของความเป็นชาติไทย คนไทย ถ้าเราไม่ยึด-ไม่เชื่อ-ไม่ภูมิใจในอดีตแห่งความเป็นมาของบ้านเมืองของเรา ก็อย่าหวังว่าเราจะมีอนาคตที่ดีได้
เพราะอดีตคือเหตุ อนาคตคือผล ส่วนปัจจุบัน คือคำตอบอันมาจากเหตุและผล และเหตุและผลในปัจจุบันนี่แหละ จะเป็น "หน่อพันธุ์" ต่อไปของอนาคต
-ทักษิณ จะปลุกปั่นให้เผาบ้าน-เผาเมืองอีก ก็เป็นเรื่องของทักษิณ
-เสื้อแดง ใครจะเชื่อแล้วทำตามคำปลุกปั่นทักษิณ ก็เป็นเรื่องของเสื้อแดง
ส่วนรัฐบาล ทหาร ตำรวจ ในความรวมคือ "เจ้าหน้าที่บ้านเมือง" ใครมีหน้าที่แบบไหน อย่างไร ก็จงทำหน้าที่นั้นไปให้เต็มที่ เพื่อทำนุบำรุง ดูแลรักษาบ้านเมือง ชาติ ประชาชน ให้อยู่สุขกันตามฐานานุรูป และตามเหตุปัจจัยของแต่ละตัวบุคคล
ส่วนประชาชน ใครมีหน้าที่การงาน มีธุรกิจ อาชีพอย่างไร ก็ทำไปด้วยความเชื่อมั่นในรัฐ เขามีหน้าที่ต้องดูแลรักษาบ้านเมืองก็ดูแลไปให้ดี ส่วนเรามีหน้าที่ต้องเสียภาษีด้วย ก็ยินดีจะเสียเพื่อเป็นส่วนช่วยกันสรรค์สร้างชาติบ้านเมืองเราให้มีความเจริญ และร่มเย็นเป็นสุขต่อๆ ไป
ถึงรุ่นเราตาย ลูกหลานอันเป็นหน่อพันธุ์ใหม่ก็จะได้อยู่อาศัย และรับหน้าที่ทำนุบำรุงดูแลชาติบ้านเมืองตาม "หน้าที่ใคร-หน้าที่มัน" สืบๆ กันไป
คนตายได้ และมี "หน่อพันธุ์" สืบต่อชาติตระกูลกันไปได้
แต่จะปล่อยให้ "ประเทศชาติ" ตายไม่ได้!
และถ้าตาย คุณ...คุณ...คุณ...คุณ...และคุณ จะยอมหรือที่จะให้ "ประเทศไทย" สูญพันธุ์ เหตุเพราะไอ้เศษมนุษย์คนนั้น.....
มัน...คนเดียว!?
ผมขอย้ำ อย่าไปสนใจ อย่าไปให้ราคากับมนุษย์ไร้ค่า-หมดราคาแล้วอย่างทักษิณ แต่เราอย่าไปโกรธพี่น้องประชาชนด้วยกันด้วยเหตุเป็นสีแดง หรือสีไหนๆ เราต้องให้ความเข้าใจซึ่งกันและกัน
"นกมีขน-คนมีพวก" เป็นเรื่องธรรมดา!
ทักษิณเขาก็เป็นคน ฉะนั้น เขาก็ต้องมีพวก เรื่องของคำว่า "พวก" บางทีมันก็ต้องแยกจากคำว่า ความดี-ความเลว, ความผิด-ความถูก เพราะคำว่าพวกเป็นเรื่องจิตใจ ในภาษานักเลงเขาเรียกว่า "คุณธรรมน้ำมิตร" ไม่ใช่ยามดีนับน้องนับพี่ ยามอัปรีย์ไม่มีใครเป็นพี่-เป็นน้อง ฉะนั้น ตามคุกตะรางขังโจร จึงยังมีป้ายเขียนติดไว้ว่า
"เวลาเยี่ยมญาติ!"
เป็นโจรใช่ว่าไร้ญาติขาดมิตร จริงไหม ทักษิณก็เหมือนกัน ถึงวันนี้คลุ้มคลั่ง เปลือยตัวตนแท้จริงขนาดสั่ง "ให้เสื้อแดงไปตายแทน" ออกมาจลาจลเมืองในวันที่ ๑๔ มีนา นั่นก็ใช่ว่าจะไม่มีคนคลั่งยอมทำตามสั่งเสียทีเดียว
ก็ฟังไว้ แต่ไม่ต้องไปวิตกหวั่นไหว เพราะทุกอย่างมันมีขอบเขตอยู่ในตัวของมัน แม้กระทั่งในคำว่า "เพื่อนพ้อง-น้องพี่" รักเพื่อน-รักพ้องที่ถูกต้อง คือรักด้วยปรารถนาดี ไปเยี่ยมเพื่อนก็ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ ซื้อข้าวของไปฝาก ไปให้กำลังใจกัน ไปเตือนสติ...เพื่อน ทำตัวดีๆ ไว้ จะได้พ้นโทษออกมาไวๆ
มีไม่กี่คนหรอกครับที่ "รักเพื่อนในทางผิด"!
ผิดยังไง...ก็อย่างเช่น เห็นเพื่อนติดคุก ก็แหกคุกช่วยเพื่อน หรือแอบเอาอาวุธ เอายาเสพติดซุกซ่อนส่งเข้าไปให้ข้างใน ลงท้าย คนที่รักเพื่อนแบบนี้ สร้างทุกข์ สร้างคุกนรกให้ทั้งตัวเองและเพื่อน ถูกเจ้าหน้าที่ฆ่าตาย หรือไม่ก็ถูกจับกุมเข้าคุกตามกันไป
แต่กรณีทักษิณ ที่พวกเสื้อแดงแสดงให้เห็นถึงความรักในพวกในพ้องตลอดระยะเวลา ๒-๓ ปีมานี้ ก็นับว่าน่าตื้นตัน อันน้อยคนที่จะ "ได้ใจ" เพื่อนฝูง ประชาชนมากมายอย่างนี้
คนเสื้อแดงเป็น "ปิยมิตร" ของทักษิณ คือมิตรที่ดี เปี่ยมด้วยรักและหวังดีต่อทักษิณ
แต่ตรงกันข้าม...
ทักษิณกลับเป็น "อัปปิยมิตร" ตอบสนองความรัก-ความหวังดีของคนเสื้อแดงด้วยการยุยงให้ทำสิ่งผิด สิ่งเลวร้ายเพื่อตัวเขา และถือว่าเป็นอัปปิยมิตรที่อัปรีย์สุดๆ
อย่างมหาโจร มากที่สุดก็ยุยงให้พวก "แหกคุก" ให้
แต่ทักษิณหนักถึงขั้น ยุยงให้คนเสื้อแดงที่รักเขา "แหกบ้าน-แหกเมือง" ด้วยเหตุผลเพราะเขาและครอบครัวเขา "เสียประโยชน์" จากส่วนที่โกงชาติ-ประชาชนไป!
นี่...ตรงนี้ นอกจากเกินกรอบขอบเขตของคำว่า "รักเพื่อน-รักพวก" แล้ว ทักษิณ-คนที่เพื่อนรักยังตอบสนองรัก ชักชวนให้เพื่อนทำเลวเพื่อเพื่อน ฉะนั้น ผมเชื่อบนศรัทธาในความเป็นพี่น้องประชาชนคนไทยว่า ถึงจะรักทักษิณขนาดไหน แต่รักนั้นไม่เหนือไปกว่า "ความรักชาติบ้านเมือง" แน่นอน
คนเสื้อแดงทุกคนก็ย่อมเข้าใจว่า เงินของชาติส่วนหนึ่งที่ทักษิณเบียดบังไปนั้น มันเท่ากับเบียดบัง หรือดูดเลือด-แทะเนื้อโกงเงินของคนเสื้อแดงด้วย เพื่อน หรือคนที่เรารัก เบื้องหลังยังไม่ซื่อต่อเรา และโกงเอาเงินของเราไปเช่นนี้
แล้วอย่างนี้ เรายังจะเชื่อคำปลุกปั่น-ยุยงแล้วไป "ทุบทำลาย" ประเทศชาติเพื่อมันอีกหรือ?
สมมุติเอานะ...ถ้าทักษิณกลับมามีอำนาจครองประเทศ แล้วชาวบ้านเสื้อแดงจากทุ่ง-จากท่าที่เคยยอมให้ทักษิณหลอกคนหนึ่ง งกๆ เงิ่นๆ เข้าไปหา แล้วบอกว่า "ฉันเคยช่วยเผาเมืองให้ท่านนะ วันนี้มาขอพบหน้าหน่อย"
นึกหรือว่าทักษิณจะรู้จัก จะจำหน้าได้ และจะยอมให้พบ พวกขี้ข้าจะกันกระเด็นไปทางไหน-ต่อทางไหน อย่างเก่งก็แค่โยนเศษเงินให้ทานเหมือนให้หมู-ให้หมา แล้วบอกว่า
"มึงเป็นใคร เหม็นสาบ-เหม็นสาง ไปไกลๆ เลย นายไม่ว่างมาพบมึงหรอก"!
นี่คือสัจธรรมอำนาจระหว่าง "อสัตยการเมือง" ที่จะมีกับ "รากหญ้าสาวกชน" ในวังวนของคำว่า "ม้ามีไว้ขี่-คนมีไว้หลอก" เพื่อนพ้องเสื้อแดงผู้สุจริตใจต่อสหายอสัตย์ทั้งหลาย....พึงสดับ
กลับมาสู่ท้องถนนบ้าง ผมมันเป็นมนุษย์ราตรี กลางวันเป็นค้างคาว-กลางคืนเป็นนกฮูก ดังนั้น นั่งแท็กซี่บ้าง อาศัยไหว้วาน หรือไม่ก็เกาะรถพรรคพวกเขากลับบ้านยามดึกดื่นคืนค่ำ ก็เจอด่านเป็นประจำ ผมชอบให้ตำรวจเอาไฟฉายส่องเฉี่ยวๆ หน้า แล้วให้ไขกระจกถามว่า "ไปไหนมา...และจะไปไหน"
สุจริตชนเจอตำรวจ "ตรวจแหลก" แล้วสบายใจครับ ดีกว่าไปทางไหน ไม่เจอตำรวจตรวจตราเลยซักแห่ง ปล่อยบ้านเมืองให้เป็นแหล่ง "โจรเริงเมือง"
แต่ระยะนี้ เห็นมีทหารออกมาร่วมตำรวจตั้งด่าน เห็นแล้วครึ้มอก-ครึ้มใจดีครับ ผมสนับสนุนให้ทหารออกมาทำหน้าที่เป็น "ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน" ไม่ต้องทำอะไรหรอก แค่มายืนอกตึงๆ ให้ประชาชนเห็นก็อุ่นใจในการ "ทำหน้าที่" รักษาบ้าน-พิทักษ์เมืองตามสถานการณ์อันควรแล้ว
มีแต่โจร และคนที่จ้องทำทุจริต-คิดร้ายต่อบ้านเมืองเท่านั้นที่ไม่ชอบให้ตำรวจ-ทหารร่วมตั้งด่านตามท้องถนน แต่ฝ่ายบ้านเมือง พูดให้แคบลงมา ผบ.ตร."พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ" และ ผบ.ทบ."พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา" น่าจะเข้าใจถึงสังคมโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปสักหน่อย
คือโลกวันนี้ มันโลกแห่งยุคเสรี อันมีถุงยางอนามัยที่เรียกว่า "ยุคสื่อสาร" สวมอยู่ การตั้งด่านโดยเห็นทหารออกมาเช่นนี้ บางคนจะมองในแง่ลบ และแปรเจตนาไปในทางร้าย อาจเป็นจุด-เป็นช่องให้บางฝ่ายหยิบยกไปบิดเบือนเสริมประเด็น "บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะไม่ปกติ" หรือหนักกว่านั้นมันจะพูดว่า
นั่นแน่...กลิ่นปฏิวัติ-รัฐประหารโชยมาแล้ว!
ก็ต้องเสียเวลามาพูดจากันอีก ในชั้นเชิงข่าว ใครที่พูดก่อนเป็นโจทก์ คนที่มาพูดทีหลังเป็นจำเลย คือถึงจะเอาความจริงมาพูด ก็เป็นการพูดที่ให้ภาพว่า "มาแก้ตัว-มาแก้ข้อกล่าวหา" ฉะนั้น ความเห็นผมคือว่า ทาง ผบ.ตร.และ ผบ.ทบ.น่าถือโอกาสนี้ "ชิงพื้นที่ข่าว" ก่อน
ชิงยังไง?
ก็ไหนๆ จะตั้งด่านร่วมแล้ว เขียนอะไรที่มันเพราะๆ ที่ชาวบ้านอ่านแล้วเข้าใจ คลายความสับสน อ่านแล้วมั่นอก-มั่นใจในบ้านเมือง มีความอบอุ่น เกิดทัศนคติที่ดีต่อตำรวจ-ทหาร เป็นทำนองสารจาก ๒ ผบ.ถึงประชาชนซักแผ่น
รถหยุดให้ตรวจปุ๊บ ก็ตะเบ๊ะปั๊บ ส่ง จ.ม.จดหมายรักจากดวงใจอันมีลายเซ็น ผบ.ตร.-ผบ.ทบ.ลงท้ายให้ไป ชาวบ้านได้อ่านแล้ว ต่อๆ ไปเห็นด่านมีทหาร-ตำรวจที่ไหน เขาก็จะมีความอุ่นใจ มีความเข้าใจ ไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้านด้วยทัศนคติลบตามสัญชาตญาณ อย่างกับที่เคยเจอด่านในทุกครั้งแต่ก่อนๆ
เอาละครับ...วันนี้ คุยกันเท่านี้พอ ขออนุญาตลากกระสอบเงินไปเก็บก่อน ขนาดมั่นใจประเทศไทยเต็มร้อย แต่ซื้ออะไรไม่ทันเขาซักหุ้น เพราะมีแต่คนแย่งกันซื้อ ยิ่งท้ายตลาด ฮือ...กันจนเข้าไม่ติด จงมั่นใจในความเป็นคนไทยด้วยกัน และในความเป็นประเทศไทยของเราทุกคน "ทำร้ายประเทศ" อาจจะได้บ้าง แต่จะปล่อยให้ใคร "ทำลายประเทศไทย" ไม่ได้แน่นอน.








