Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

แด่...การเมืองใหม่


         ทั้งเห็นใจ        และสงสาร       "การเมืองใหม่"
     อย่าถอดใจ            จงสู้            แบบผู้กล้า
     เป็นพรรคใหม่          ไม่นาน          กาลเวลา
     เรียกศรัทธา           ประชาชน        จากผลงาน
     รู้ปรับปรุง             แนวทาง         ที่สร้างสรรค์
     อย่าปิดกั้น             หลากแนวคิด      จิตประสาน
     แสนกว่าเสียง          ชาวบ้านช่วย      ไม่ป่วยการ
     รีบทำงาน             อย่าท้อ          ขออวยชัย
                                             ด้วยความนับถือ
                                                  จำปาดะ
               ประชาธิปไตยมะม่วงอ่อน
เรียน คุณสามวาที่เคารพ
     ยังมีนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ และหนังสือพิมพ์ที่ผมเชื่อใจและคบอยู่เป็นเพื่อน ก็คือไทยโพสต์นี่แหละ ไอ้ตี๋เล็กเพื่อนผมทะเลาะกันแล้วไปอยู่ผู้จัดการ
     คุณบิ๊กสามวาครับ ถ้าผมไม่ใช้เนื้อที่ของคุณแล้วจะให้ผมไปใช้ที่ไหน แต่ยืนยันว่าไม่ได้ หลอกด่า ใคร เพราะผม ตั้งใจ เขียนอย่างสุภาพที่สุดแล้ว หากเมตตาผมก็ขอเบอร์คุณอัญชะลีให้หน่อย (แต่อย่าเลยอยู่ห่างๆ น่ะดีแล้ว) เพราะเวลานั่งดูนานๆ ไปก็เกิดอารมณ์เหมือนกัน
     ผมว่าแรงเกินไป ด่าลูกก็ด่าไปทำไมต้องด่าพ่อ (ซึ่งตายไปแล้ว) หรือคนเอเอสทีวีทำอะไรก็ไม่ผิด? โหย! ถ้ารู้จักบ้านอยากเอา ไม้มงคลทั้ง 5 ไปปลูกให้เพิ่มออกซิเจน ไม้มงคลของผม โบราณท่านไม่ได้ว่าไว้ แต่ผมเห็นว่าสวยดีน่าจะใช่ นั่นคือ งิ้ว, ทองกวาว, ระกำ, โศก และ ลั่นทม
     บ้านใดปลูกไม้มงคลทั้ง 5 และเลี้ยงสัตว์มงคลทั้ง 5 ท่านว่าจะได้เป็นนักการเมือง พรรคการเมืองใหม่บอดแต้มทั้ง ส.ข. ส.ก. ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผมโดยพลัน
     คุณสามวาเคยอ่านจดหมายผมฉบับไหน ที่ใช้คำหยาบหรือด่าใครโดยไร้เหตุผลหรือไม่ อย่างกรณีคุณอภิสิทธิ์กับประชาธิปัตย์ผมก็แยกแยะชัดเจน เรื่องของบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ผมย้ำเสมอว่าเป็นคนดีต้องทำความดี จึงจะมีคุณประโยชน์ ผมเป็นคนไม่ดีซักเท่าไหร่ แต่ไม่ยอมทำชั่ว
     ผมยังเชื่อใจคุณอภิสิทธิ์จะไม่ยอมให้โครงการรถเมล์อเวจีผ่านไปแน่ๆ ถ้าผ่านผมจะเลิกนับถือทันที คุณอภิสิทธิ์คงอึดอัดกับก๊วนนรกเส้นใหญ่ก๊วนนี้ เวลานอนก็คงต้องบ่นกับคุณแตงโมแน่ๆ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อต้องอาศัยเขา 
     ดังนี้แล้วแทนที่จะด่าว่าคุณอภิสิทธิ์ เราช่วยกันสาปแช่งคนพวกนี้ไม่ดีกว่าหรือ ทั้งทุจริตข้อสอบนายอำเภอ เด้งผู้ว่าฯ บัตรอีซีพาส ข้าวนุ่งโสร่ง นุ่งผ้าซิ่น โพกผ้าขะม้า และอีกสารพัดล้วนอยู่กับก๊วนนรกนี้ทั้งนั้น คุณอภิสิทธิ์ก็รู้ดี แต่ทำอะไรไม่ได้ เหล่าสัตว์มงคลนี้ล้วนมีปลอกคอ
     ส่วนคุณหญิงจารุวรรณนั้นได้ข่าวว่าท่านเป็นคนดี แต่เหตุใดท่านจึงไม่ยอมไปแบบนิ่มๆ เมื่อถึงเวลาอันควร หรือกลัวว่าคนที่อยู่ไม่มีคนดี ขอโทษเถอะครับหากสิ้นคุณหญิง แล้วจะต้องยุบ สตง.ด้วยยังงั้นหรือ?
     นี่คือปัญหาของบ้านเมืองเรา การเป็นประชาธิปไตยต้องพึ่งระบบ ถ้า ระบบดี (มีกฎหมายเที่ยงธรรม) บ้านเมืองก็เดินต่อได้ ไม่ต้องอาศัยคนดี เพราะการเป็นคนดีบังคับให้เป็นไม่ได้ หรือด้วยการขอร้อง ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและกฎหมาย
     หากเราต้องการเป็นประชาธิปไตย โดยมีระบบเลวๆ แล้วอาศัยคนดี ผมว่าเละเทะเป็นไปไม่ได้ คนดีไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า
     อย่าบ่นกันได้ไหมว่ามีแต่นักการเมืองเลว คิดซะบ้างว่านักการเมืองเกิดมาจากใคร
     ชาวบ้านต้องโทษตัวเอง ที่ไม่ศึกษาสันดานนักการเมืองก่อนเลือก นักการเมืองบางคนก็งูๆ ปลาๆ ไม่รู้หน้าที่ตัวเอง เป็น ส.ส.ต้องทำหน้าที่นิติบัญญัติ ไม่ใช่ไปทำให้น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดีแล้วใช้เป็นข้ออ้างเพื่อย้ายพรรค
     แม้ผมจะเชื่อและศรัทธาระบอบประชาธิปไตย แต่ยิ่งนานวันไป จากที่คนไทยเคยเข้าใจว่าประชาธิปไตยคือลูกชายพระยาพหลฯ วันนี้กลายเป็นเข้าใจว่าคือนายทักษิณ คือเสื้อเแดง เสื้อเหลือง และเลือกตั้ง
     คนดีคือคนที่ขอแล้วให้ ยิ่งนับวันคนรุ่นใหม่ก็ยิ่งไม่สนใจบ้านเมือง ไม่ว่าเดอะสตาร์หรือเอเอฟ ล้วนได้เป็นเพราะซื้อเสียง (คะแนนโหวต) ผมว่าเมืองไทยจะหายนะในเวลาไม่นานนัก
     ผมเคยให้นิยามว่าการปกครองของไทยคือ ประชาธิปไตยมะม่วงอ่อน แต่เพราะผมเป็นคนบ้าไม่ได้ใส่เสื้อกั๊ก ศัพท์คำนี้จึงไม่มีคนใช้ แต่แอบๆ ไปใช้คำว่า "บ่มแก๊ส" แทน สมัยนี้เขาไม่บ่มแก๊สแล้วครับ เอาไปชุบเอทธีฟอน เปลือกเหลืองสวย แต่ไม่หวาน เพราะมันเป็นมะม่วงอ่อน แป้งยังไม่ถึงเวลาเปลี่ยนเป็นน้ำตาล
     ผมไม่มองว่าเป็นเพียงประเทศไทย แต่นิสัยคนเอเชียแทบทั้งหมดจะเหมือนกัน คือต้องเชื่อผู้นำชาติพ้นภัย ฉะนั้นการจะอวดชาวโลกว่า ไทยแลนด์ เป็น ประชาธิปไตย ไม่เกิดประโยชน์แน่ๆ 
     ถ้าจะเป็นจริงๆ ต้องฆ่ากันอีกเยอะ จะอาศัยความคิดของคนไม่กี่คนมาเปลี่ยนความคิดคนทั้งชาติไม่ได้ เมืองไทยอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านเขาไม่ค่อยจะเดือดร้อน รักสบาย ใจกว้าง ใจดี
     อีกทั้งระบอบกษัตริย์ ก็มิได้กดขี่ประชาชนเกินไปจนรับไม่ได้ ไม่เคยมีเหตุการณ์บลัดดี้ ซันเดย์ อย่างรัสเซีย มีแต่ขุนศึกขุนนางไม่กี่คนที่เดือดร้อน แล้วยึดพระราชอำนาจจากพระมหากษัตริย์ โดยอ้างประชาชน
     นับแต่ยึดพระราชอำนาจมาจวบปัจจุบัน อำนาจปกครองไม่เคยเป็นของประชาชน แต่เป็นสมบัติผลัดกันครองของนายทุน ขุนศึกและขุนนาง มีทั้งที่ลงมาเล่นเองตรงๆ และผ่านทางนักการเมืองที่เรียกว่า ส.ส. ส.ว.ไล่ลงไปถึงระดับท้องถิ่นถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.
     คนไทยยังเคยชินกับการเป็นผู้ขอ ส.ส.เป็นผู้ให้ มิได้มีความคิดเลยว่าคนพวกนี้คือผู้รับใช้
     คนครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่น่าจะตื่นตัวทางการเมืองมาก แต่ไร้ความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง อ้างว่าเบื่อนักการเมือง แล้วไปโทษคนต่างจังหวัดว่าโง่เลือก ส.ส.เลวๆ แล้วคนกรุงเทพฯ เลือกเฉลิม เลือกการุณ เอามาทำเบื๊อกอะไร
     ไหงถือว่าฉลาดเล่า? แล้วจะไปโทษคนบุรีรัมย์ที่เลือกก๊วนเนวินได้อย่างไร สงสัยไม่ใช้เกลือไอโอดีนปรุงอาหาร
     ถ้าเมืองไทยยังมีนายทุน (พ่อนักการเมือง) ขุนนาง (ข้าราชการ) ขุนศึก (ทหารใหญ่) เลวๆ ร่วมมือกับนักวิชาการเลวๆ ช่วยกันเขียนกฎหมายเลวๆ เพื่อใช้กับประชาชนผู้ไม่เข้มแข็ง (มะม่วงอ่อน) ผมว่าหากไม่ต้องการให้ชาติล่มจม อย่าเพิ่งเป็นประชาธิปไตยเลย
     ถวายพระราชอำนาจคืนเป็นราชาธิปไตยดีกว่า อย่ารอ
                                                   ด้วยความเคารพอย่างสูง
                                                      ศรีธัญญา ณ สวนปรุง
ตอบ คุณศรีธัญญา
     ถ้าคุณอยากติดต่อกับคุณอัญชะลี ไพรีรัก ก็ต้องเขียนจดหมายไปที่เอเอสทีวี ผู้จัดการ คุณอัญชะลีไม่ได้เขียนที่ไทยโพสต์นานแล้ว ก่อนที่คุณสมัคร สุนทรเวช จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีเสียอีก         ขอบคุณที่ไม่ใช้คำหยาบพาดพิงถึงคนอื่น เพราะคดีหมิ่นประมาทกำลังเป็นภาระให้ศาล ซึ่งควรจะเอาเวลาไปทำคดีอย่างอื่นมากกว่า
                หนังสือพิมพ์หลากสี
เรียน คุณสามวา สองศอก ที่นับถือ
     จะหา นสพ.ฉบับไหนที่จะมีหนังสือแทบลอยด์ นำเรื่องที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง, แดง, หลากสี, ข้าราชการการเมือง, ข้าราชการประจำ ที่มีความเห็นแตกต่างกัน มาพิมพ์ให้ข้อมูลแก่ประชาชน เห็นก็มีแต่ ไทยโพสต์ นี่แหละ
     ที่มีเรื่องกันทุกวันนี้มิใช่ถือข้อกฎหมายเป็นใหญ่ หากถือเอาความคิดของกูเป็นใหญ่ เป็นที่ตั้งทั้งนั้น ยกเอาข้อกฎหมายเฉพาะส่วนที่ตัวเองได้เปรียบมาพูดเป็นคุ้งเป็นแคว เมื่อใช้ความคิดของตัวเป็นใหญ่แล้ว ใครจะพูดอย่างไรไม่รับฟังทั้งสิ้น เพราะเรามีอคตินำเสียแล้ว
     เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนเอาวัตถุเงินตราเป็นตัวนำ สังคมเสื่อมทรามลงตามลำดับ สมัยเมื่อตัวผมเองอายุยังน้อยมีผู้ใหญ่เตือนว่า การตัดถนนหนทาง การมีไฟฟ้า การมีประปา เครื่องอำนวยความสะดวกไปสู่ที่ไหน ความเสื่อมไปที่นั่น ผมไม่เชื่อ โต้แย้ง
     ท่านผู้รู้บอกเล่าแก่ผมว่า สิ่งที่มีความเจริญทางวัตถุ ศีลธรรมย่อมเสื่อมง่าย เพราะคนเราจะไม่รู้เท่าทันไปกับมัน สิ่งเหล่านั้นจึงเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ ซึ่งเราก็เห็นประจักษ์ในปัจจุบันอยู่แล้ว
     วันนี้เราไม่สามารถเรียกร้องวันคืนในอดีตให้เวียนกลับมาอีกครั้งได้ เราจึงต้องเรียนรู้จากปัจจุบัน ความวุ่นวายของบ้านเมืองเวลานี้ เราสามารถหาคุณประโยชน์กับมันได้ด้วยการศึกษา อย่าง ยายไฮใช้เวลา 20-30 ปี เชอรี่ แอน ใช้เวลา 10 กว่าปี เช่นกัน
     ฉะนั้นอยากให้ผู้มีอำนาจวาสนา เป็นใหญ่ในแผ่นดินตระหนักให้ดี ชื่อเสียงเกียรติยศที่สะสมกันไว้คนละหลายสิบปีจะพากันมาย่อยยับ มิใช่จากการกระทำของคนอื่น หากแต่จากตัวเราเองทั้งสิ้น เราจึงพึงสังวรเอาไว้ว่าจะทำสิ่งใด ให้เอายุติธรรมเป็นที่ตั้ง เอาเฉพาะตัวบทกฎหมายตีความให้เที่ยงธรรม
     ดูอย่างผู้พิพากษาเมื่อจะลงโทษใคร จะมีข้อชี้แจงแต่ละข้อหาตามคำฟ้อง แม้จะรู้ตัวว่าอาจจะไม่ได้ทำผิดตามฟ้องก็ตาม เพราะกฎหมายไม่เปิดโอกาสให้ทำเช่นนั้น
     เมื่อผมยังเรียนหนังสือ ครูอาจารย์จะสั่งสอนเอาไว้เสมอว่า เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จะประกอบอาชีพใดๆ ก็ขอให้มีจรรยาบรรณในอาชีพนั้นๆ แล้าเราจะไม่มีเภทภัยมาหาเราได้ในภายหลัง 
     ผมเคยได้พบ คุณอ้วน อรชร ซึ่ง คุณอ้วน ได้กล่าวไว้ว่า "หากไม่รับเงินที่มิชอบแล้ว เราจะผดุงได้ซึ่งความยุติธรรม" อย่างน้อยที่สุดก็มีความสุขใจกับการกระทำของเรา ไม่อายฟ้าดิน หรือใครว่าไม่จริงจ๊ะ!
                                                                 นับถือ
                                                               ช.วานิช
ตอบ คุณ ช.วานิช
     เมื่อไหร่จะนัดเจอกับคุณอ้วน อรชร อีก ผมจะได้ขอติดตามไปด้วย
                                                         สามวา สองศอก



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์