"มาร์ค" โยนคลัง-ธปท.สู้บาทแข็ง "ธาริษา" ย้ำจับตาใกล้ชิด ไม่พบเก็งกำไร "พาณิชย์" ผนึก สอท.ตั้งทีมรับมือ เผยผู้ส่งออกแห่ทิ้งออเดอร์กว่าหมื่นล้านบาท หวั่นขาดทุน
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ชุดเล็กเพื่อติดตามปัญหาเงินบาทแข็งค่า ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ รมว.คลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เร่งแก้ไขปัญหา รวมทั้งดูแลผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย ซึ่งเชื่อว่าการแข็งค่าของเงินบาทจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวม โดยเชื่อว่าสิ้นปีนี้เศรษฐกิจจะโตไม่ต่ำกว่า 7% แน่นอน
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า ธปท.ติดตามภาวะเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อสกัดการเก็งกำไรค่าเงิน และพิจารณาว่ามีความจำเป็นต้องใช้มาตรการใดหรือไม่ แม้ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณการเก็งกำไร และที่ประชุมกับนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นกรณีพิเศษ เพียงแต่ขอให้ ธปท.ติดตามดูแลค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ธปท.อยู่แล้ว
"เงินที่เข้ามาไม่ได้เข้ามาเก็งกำไรชัดเจน เขาคงไม่ได้บอกเราขนาดนั้น แต่แบงก์ชาติก็จับตาดูอยู่ ขณะนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนระมัดระวังอยู่แล้ว แต่ยังไม่เห็นอะไรเป็นพิเศษ" นางธาริษาระบุ
วันเดียวกัน นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ประชุมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) โดยนางพรทิวากล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์และ สอท.ได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมในการติดตามปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการส่งออกและคณะยุทธศาสตร์การพาณิชย์ ประสานการทำงานร่วมกับ นายธนิต โสรัตน์ รองประธาน สอท. เพื่อที่จะร่วมกันแก้ปัญหาค่าเงินบาทอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการส่งออกซึ่งมีสัดส่วน 50% ของจีดีพี
นายธนิตกล่าวว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมสินค้าเกษตรแปรรูปที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ได้งดรับออเดอร์แล้วไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพราะหากรับออเดอร์เข้ามา เสี่ยงต่อการขาดทุนจากบาทแข็งเพราะแลกเป็นเงินบาทได้น้อยลง.








