สมใจ "ปิยสวัสดิ์" ผนึกสิงคโปร์ตั้งไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ชิงตลาดโลว์คอสต์ กลับคืน "อภิสิทธิ์" หนุนเต็มที่ ยันไม่แทรกแซง แต่หากเหลว ฝ่ายบริหารต้องรับผิดชอบ "โสภณ" เสี่ยงอ่อน แต่ยังทำเสียงแข็ง ต้องแจงข้อสงสัยต่อสังคม บิ๊กทีจีกางตัวเลข พลิกกำไรกว่า 1.2 หมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้ตรวจเยี่ยมและรับฟังรายงานผลการดำเนินกิจการของ บมจ.การบินไทย โดยมี นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย และนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย ให้การต้อนรับ
นายอภิสิทธิ์เปิดเผยถึงกรณีการบินไทยลงนามความร่วมมือกับสายการบินไทเกอร์แอร์เวย์ส จัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ ไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ว่า กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นการตัดสินใจของฝ่ายบริหารการบินไทย ซึ่งรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนในการที่ผู้บริหารจะดำเนินการในสิ่งที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
"ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง เพราะฝ่ายรัฐบาลเขากำกับดูแล ไม่ได้ไปแทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหาร ซึ่งถ้าหากฝ่ายบริหารเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการ ฝ่ายรัฐบาลก็พร้อมให้การสนับสนุน" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการจัดตั้งสายการบินใหม่แล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้บรรลุวัตถุจุดประสงค์ จะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ฝ่ายบริหารก็ต้องรับผิดชอบ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ สิ่งแรกที่มีการถามอย่างต่อเนื่องคือ เรื่องการแก้ปัญหาของการบินไทยที่มีปัญหาการขาดทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท
นายโสภณกล่าวว่า ฝ่ายกำกับนโยบายจะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหารการบินไทย แต่ในฐานะของผู้กำกับแล้ว รัฐมนตรีก็ต้องมีการชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ให้กับรัฐบาลและประชาชนได้รับทราบ ซึ่งเรื่องดังกล่าวการบินไทยจะต้องชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นจะถือว่ารัฐมนตรีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเรื่องของการจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำใหม่นี้ การบินไทยจะต้องไปดูเรื่องเงื่อนไขในการจัดตั้งด้วยว่าขัดข้อกำหนดอะไรหรือไม่ และเร็วๆ นี้กระทรวงคมนาคมจะมีการเชิญนายปิยสวัสดิ์เข้าชี้แจงรายละเอียดข้อสงสัยอีกครั้ง
นายปิยสวัสดิ์กล่าวว่า การบินไทยได้สูญเสียตลาดการบินในภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 7 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีสายการบินต้นทุนต่ำเข้ามาให้บริการ พบว่าเดิมส่วนแบ่งทางการตลาดของการบินไทยในภูมิภาคอยู่ที่ 43% ปัจจุบันปรับลดลงมาอยู่ที่ 35% ส่วนในประเทศจากเดิมมีอยู่ 82% ปัจจุบันมีอยู่ 50% โดยขณะนี้สายการบินต้นทุนต่ำได้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2% มาอยู่ที่ 7% แล้ว โดยการจัดตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส มีเป้าหมายในการแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดกลับมา
สำหรับผลดำเนินงานของการบินไทยในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2553 มีกำไรกว่า 12,276 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้จะมีปัญหาการเมืองช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา โดยไตรมาสแรกอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารอยู่ที่ 82% ถือว่าสูงสุดในประวัติการณ์ แต่ไตรมาส 2 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 56% แต่เดือน ก.ค.ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 76% แล้ว.








