โปรดเกล้าฯ โผทหาร "ประยุทธ์" ผงาด ผบ.ทบ. จัดแถว ตท.12 สยายปีกคุมอำนาจ "ดาว์พงษ์" นั่งเสธ.ทบ. ขณะที่ "คณิต-ทนงศักดิ์" วืดเก้าอี้ ผช.ผบ.ทบ. ได้พลเอกตบยุง โดย "ยุทธศิลป์" ม้ามืดเสียบ ผช.ผบ.ทบ. "ป๊อก" ย้ายใหญ่แม่ทัพ 4 ภาค "บิ๊กโด่ง" นั่ง มทภ.1 "บิ๊กเยิ้ม" คุมทัพภาค 2 ส่วน "บิ๊กป้อม" สมหวังดันเด็กในคาถา "กิตติพงษ์" นั่งปลัดกลาโหม นายพลหญิงพรึ่บเป็นประวัติการณ์ 22 คน ผบ.ทบ.ดันน้องสาว ส่วน "บิ๊กหนุ่ย" อุ้มเมียเป็นนายพลสมใจ เมื่อวันที่ 2 กันยายน มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องให้นายทหารรับราชการ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวน 550 นาย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2553 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 2 ก.ย. 2553 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมทหารรุ่น 12 (ตท.12) รองผู้บัญชาการทหารบก ได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 37 ตามความคาดหมาย (เกษียณราชการปี 57) ในขณะที่ พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ. (เกษียณปี 56) เพื่อน ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ขยับขึ้นมาเป็นเสธ.ทบ. หลังผลงานการวางแผนยุทธการกระชับพื้นที่เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 53 ที่ถูกมองว่าอาจจะขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.ได้ในอนาคต หาก พล.อ.ประยุทธ์ขยับขึ้นไปเป็น ผบ.สส.ก่อนเกษียณ 1-2 ปี
มีรายงานว่าการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารปีนี้ ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่ากลุ่มนายทหารจาก ตท.12 ได้รับการโปรโมตขึ้นดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย ขยับขึ้นเป็นเสนาธิการทหาร เพื่อถูกวางตัวให้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดหลังจาก พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ จะเกษียณอายุราชการในปีหน้า
นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.ท.ดาว์พงษ์แล้ว ยังมี พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพน้อยที่ 2 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2, พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพน้อยที่ 3 ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 3, พล.ต.อำพน ชูประทุม ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน เป็นผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายกำลังพล, พล.ต.วิลาส อรุณศรี รองแม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็นผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายข่าว, พล.ต.ยอดยุทธ บุญญาธิการ รองผู้บัญชากาหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ, พล.ต.จักรรัตน์ ธาราทิพย์ รองเจ้ากรมสรรพาวุธ เป็นเจ้ากรมสรรพาวุธ, พล.ต.วิเชียร มัญญะหงษ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1
สำหรับบัญชีรายชื่อที่น่าสนใจในส่วนของกระทรวงกลาโหมมี พล.ต.นภนต์ สร้างสมวงษ์ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหม เป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ส่วนสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มี พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ตท.8) ข้ามห้วยมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม (เกษียณปี 54)
โดยมี พล.อ.อ.อภิสิทธิ์ จุลโมกข์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้นวยการสำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม และ พล.ร.อ.รพล คำคล้าย เสนาธิการทหารเรือ เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.ท.สกนธ์ สัจจานิตย์ เป็นเจ้ากรมเสมียนตรา, พล.ท.ชัยรัตน์ ชีระพันธุ์ เป็นเจ้ากรมพระธรรมนูญ
กองบัญชาการกองทัพไทย ได้มีการขยับให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย (ตท.12) เป็นเสนาธิการทหาร เพื่อรอจ่อคิวเป็น ผบ.ทหารสูงสุดคนต่อไป หลังจาก พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด เกษียณอายุราชการในปี 2554 นอกจากนี้ยังมีการโยก พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก (ตท.10) มาเป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด
และมี พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ มาเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) (ตท.11) เป็นประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย และขยับให้ พล.ท.ดุลกฤต รักษ์เผ่า รอง ผบ.นทพ. (ตท.10) เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, พล.ท.เชาวฤทธิ์ ประภาจิตร จเรทหาร เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล
ขณะเดียวกัน ได้มีการปรับเปลี่ยนเจ้ากรมกิจการทหาร โดยโยก พล.ท.นิพัทธ ทองเล็ก (ตท.14) มาเป็นที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และให้ พล.ท.วิศณุ ศรียะพันธ์ เป็นเจ้ากรมกิจการชายแดนทหารแทน
กองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ขยับให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหาร (ตท.12) เป็นผู้บัญชาการทหารบก โดยมี พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ตท.10) เป็นรองผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ตท.11) เป็นประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก, พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.11), พล.ท.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) (ตท.11) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และขยับเพื่อนร่วมรุ่น (ตท.12) พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก เป็นเสนาธิการทหารบก
ส่วน พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.13) และ พล.ท.ทนงค์ศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.11) ได้ขยับกินอัตราพลเอกในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มีการคาดหมายว่าจะขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก โดยเฉพาะ พล.ท.คณิต ที่เป็นสายบูรพาพยัคฆ์ และมีผลงานที่ยอดเยี่ยมกับเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองถึง 2 ครั้ง คือเหตุการณ์ เม.ย.เดือดในช่วงปี 2552 และ 2553 แต่สุดท้ายก็ได้เพียงกินอัตราพลเอกในตำแหน่งประจำ
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีสัญญาใจกับ พล.ท.คณิต ว่าจะให้มาดำรงตำแหน่งอยู่ในไลน์ 5 เสือ ทบ.ในปี 2554
พล.อ.อนุพงษ์ยังได้มีการปรับเปลี่ยนแม่ทัพภาคทั้งสี่ โดยมีการขยับให้ พล.ต.อุดมเดช สีตบุตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.14) เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งถือว่า พล.ต.อุดมเดชเป็นรุ่นน้องสายบูรพาพยัคฆ์อีกคนที่ถูกคาดหมายว่าจะได้ดำรงตำแหน่งหลักในกองทัพในการโยกย้ายต่อไป
ส่วน พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 (ตท.12) เป็นแม่ทัพภาคที่ 2, พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพน้อยที่ 3 (ตท.12) เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 และ พล.ต.อุดมชัย ธรรมาสาโรรัชต์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.13) เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 เบียดแคนดิเดตที่ พล.อ.ประยุทธ์หวังจะให้เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ หัวหน้าคณะประสานงานความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย (ตท.12) ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 แต่สุดท้ายก็ได้แค่ที่ปรึกษากองทัพบก และมี พล.ต.ยอดยุทธ บุญญาธิการ รอง ผบ.นปอ.(ตท.12) เป็น ผบ.นปอ. ส่วน พล.ต.อำพน ชูประทุม ผู้บัญชาการกองพลปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (ปตอ.) (ตท.12) เป็นผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกำลังพล โดยโยก พ.อ.สำเริง สามดาว เป็น ผบ.ปตอ.แทน
ขณะเดียวกันยังได้มีการปรับเปลี่ยนผู้บัญชาการกองพลหลักสำคัญในเหตุการณ์ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา คือ พล.ต.อุทิศ สุนทร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (ตท.14) ขึ้นมาเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 และให้ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี (ตท.15) ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ผบ.พล.ร.9 แทน พล.ต.อุกฤษฏ์ ณรงค์วิทย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ตท.13) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก และขยับ พ.อ.ภาณุวัชร นาควงษ์ รอง ผบ.พล.ร.2 รอ. (ตท.17) เป็น ผบ.มทบ.11
พล.ต.ประสงค์ ฟักสังข์ (ตท.14) เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12, พล.ต.ประสงค์ บุตรขวัญ (ตท.15) เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13, พล.ต.วีระพงศ์ คงเกษม เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23, พล.ต.ณรงค์ดิศ สีทาแก เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24, พล.ต.ชานุกร ตัณฑโกศล เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32
พล.ต.ประตินันท์ สายหัสดี เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33, พล.ต.ชาญประดิษฐ์ แสงนิล เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41, พล.ต.ธนา วิทยวิโรจน์ เป็นผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ, พล.ต.ธวัช สุกปลั่ง เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3, พล.ต.ธฤทธิ์ สุนทร เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ขณะที่ พล.ต.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขยับจากเสนาธิการกองทัพน้อยที่ 3 เป็นรองแม่ทัพน้อยที่ 3
ส่วนกองทัพเรือ มีตำแหน่งที่สำคัญประกอบด้วย พล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก ผบ.กองเรือยุทธการ เป็นประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ, พล.ร.อ.เถกิงศักดิ์ วังแก้ว เป็นเสนาธิการทหารเรือ, พล.ร.อ.ณรงค์ เทศวิศาล เป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ, พล.ร.ท.สุวิทย์ ธาระรูป เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.ร.ท.วิฑูรย์ คัมภีระพันธุ์ เป็นผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2, พล.ร.ต.พงษ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
กองทัพอากาศ พล.อ.อ.พิธพร กลิ่นเฟื่อง เป็นประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ, พล.อ.อ.ดิลก ทรงกัลยาณวัตร เป็นรองผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.อ.อ.ศรีเชาวน์ จันทร์เรือง เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.อ.ท.วินัย เปล่งวิทยา เป็นผู้บัญชาการควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ, น.อ.นุวัฒน์ เกียรติพันธ์ เป็นผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง
การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ยังมีนายพลหญิงใหม่รวม 22 คน ประกอบด้วย สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม 5 คน คือ พ.อ.หญิงจุฑารัตน์ จิตเมตตา, พ.อ.หญิงแก้วปั้น โชติกะพุกกณะ, พ.อ.หญิงเพ็ญแข แก้วประเสริฐ, พ.อ.หญิงนิ่มนวล ศักดิ์ศิริศิลป์, น.อ.หญิงภณินท์ทิพย์ สาตราภัย เป็นผู้ทรงคุณวุฒิสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย 2 คน คือ น.อ.หญิงดวงฤดี คีรีวัฒน์ เป็นเจ้ากรมการเงินทหาร, พ.อ.หญิงกฤตยา ชมไพศาล เป็นผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย
กองทัพบก มี 9 คน คือ พ.อ.หญิงสมใจ ทรัพย์พ่วง เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก, พ.อ.หญิงวีนัส โอประเสริฐสวัสดิ์ เป็นผู้ชำนาญกองทัพบก, พ.อ.หญิงกรรณิกา ตาตะนันทน์ เป็นผู้ชำนาญกองทัพบก, พ.อ.หญิงอรภา อินทรสูต เป็นผู้ชำนาญกองทัพบกผู้ชำนาญกองทัพบก, พ.อ.หญิงอนุพร พรหมาศ เป็นผู้ชำนาญกองทัพบก
พ.อ.หญิงอรุณวรรณ เผ่าจินดา เป็นผู้ชำนาญกองทัพบก ทั้งนี้ พ.อ.หญิงอรุณวรรณ เผ่าจินดา เป็นน้องสาวของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ., พ.อ.หญิงสุกัญญา ศุภวัชระ เป็นผู้ชำนาญกองทัพบก, พ.อ.หญิงนินนา บุญยะประภัศร์ เป็นผู้ชำนาญกองทัพบก, พ.อ.หญิงสุพัตรา รัตนสุวรรณ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก โดย พ.อ.หญิงสุพัตรา ภริยาของ พล.ท.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ ขึ้นมาในตำแหน่งเสธ.ทบ.เช่นกัน
กองทัพเรือ 4 คน คือ น.อ.หญิงวัฒนี ไชยชนะ, น.อ.หญิงชุติมา เนียมโภคะ, น.อ.หญิงผ่องผิว วิมุกตานนท์ และ น.อ.หญิงศรีสุกัญญา ธีรศาสตร์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ ส่วนกองทัพอากาศ 2 คน คือ น.อ.หญิงปิยนาถ กมลโชติ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ และ น.อ.นีรัช หน่ายมี เป็นผู้ชำนาญการกองทัพอากาศ.








