Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ศอฉ.รับมือบึ้ม454จุด สั่งกทม.เช็ควงจรปิด 2,928 แห่งใช้ตร.หมื่นนาย


ศอ ฉ.วางมาตรการเข้มรับมือระเบิดป่วนเมือง 454 จุด เฝ้าระวังพิเศษ 130 จุด สั่งกทม.เช็ควงจรปิด 2928 แห่ง  - ตร.อีก 1 หมื่นนายรับมือ    แบ่งโซนตรึงกำลังพื้นที่จุดเสี่ยงรอบกทม.“ดาว์พงษ์” นั่งแป้นบัญชาการระดมกำลังทหาร ตำรวจคุมเข้มพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ พร้อมสั่งปรับปรุงกล้องวรจรปิดทั่วกทม.
    ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)เป็นประธานในการประชุม ศอฉ. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด  พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิธทพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม
    จากนั้น พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า นายธาริต เพ็งดิษ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รายงานความคืบหน้าในการตั้งคณะกรรมการ 12 ชุด ในการตรวจสอบการเสียชีวิตของเหตุการณ์การชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ นอกจากนี้ทางผู้แทนของ สตช.ได้ชี้แจงความคืบหน้าในการติดตามรวบรวมพยานหลักฐานกรณีเหตุระเบิดที่ สถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที โดยได้มีการตรวจสอบทั้งกล้องวงจรปิดทั้งของส่วนราชการ ทางด่วนและพื้นที่ของเอกชนโดยรอบ และได้ข้อมูลที่น่าสนใจโดยต้องนำไปประกอบกับข้อมูลทางฝ่ายอื่นๆ รวมถึงการวิเคราะห์เหตุแวดล้อมอื่นๆที่จะเป็นฉนวนที่ทำให้เกิดเหตุ
            พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวว่า หลังจากที่มีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงกระทบต่อความมั่นคงโดยเฉพาะพื้นที่ของ กทม. ทางกองทัพภาคที่1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กทม. ได้มีการร่วมกันวางมาตรการหลัก ออกเป็นแผนปฎิบัติการในภาพรวมของ ศอฉ.ในการดูแลพื้นที่ กทม.  3 มาตรการ คือ1.การป้องกันแก้ไขเหตุการณ์ และปิดช่องโอกาสในการก่อเหตุ 2.การกดดัน เข้าไปตรวจสอบกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะก่อเหตุ โดยกระบวนการสืบสวนสอบสวน 3. มาตรการเชิงรุกหรือการปฎิบัติการจิตวิทยา ในการขอความร่วมมือจากมวลชนฝ่ายต่างๆ ซึ่งมาตรการสำคัญอยู่ที่มาตรการแรกที่ดำเนินอยู่แล้ว
    โดยมีการวิเคราะห์กำหนดพื้นที่ต่างๆในกทม. ที่มีจุดเสี่ยงแบ่งเป็น 3 ระดับ 1.พื้นที่เฝ้าพิเศษคือ พื้นที่ที่มีแนวโน้มการก่อเหตุสูงหรือพื้นที่ที่เคยมีเหตุเกิดขึ้น และมีแนวโน้มการก่อภัยคุกคาม และพื้นที่ที่ต้องมีความปลอดภัยอย่างสูงสุด เช่น เขตพระราชฐาน สถานที่ราชการสำคัญ บ้านบุคคลสำคัญ ที่เป็นเป้าหมาย แหล่งพลังงานอื่นๆ สถานีรถไฟฟ้า สถานีขนส่งต่างๆ รวมทั้งหมด 130 จุด สำหรับวิธีการในการดำเนินการจะ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปปฎิบัติร่วมเจ้าหน้าที่ทหาร รวมถึง สารวัตรทหารบก สารวัตรทหารเรือ สารวัตรทหารอากาศ และเทศกิจของ กทม. จะลงไปตรวจสอบและวางกำลังตลอด24ชั่วโมง ส่วนพื้นที่นอกเหนือจากนี้จะมีการจัดกำลังออกตรวจตรารอบพื้นที่เป็น ระยะ400เมตรในพื้นที่บริเวณโดยรอบ โดยจัดชุดตรวจเดินเท้า วางกำลังซุ่มโป่ง ทั้งในและนอกเครื่องแบบและจำมีการจัดระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เฝ้าพิเศษ ใหม่ โดยให้จับจุดในพื้นที่สาธารณะมากที่สุด เน้นการบันทึกให้เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน ทั้งนี้จะให้มีการตรวจสอบการปฎิบัติอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
    รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า 2. พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ ซึ่งมีภัยคุกคามน้อยกว่าระดับที่1 คือสถานที่ราชการอื่นๆ หรือบ้านพักบุคคลสำคัญอื่นๆ เป้าหมายที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ รวมทั้งจุดต่างๆที่เคยมีเหตุประปราย รวม 198 จุด จะมีการจัดจุดตรวจ และมีเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าไปเสริม โดยให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่เข้าไปดูแลด้วย 3. พื้นที่เฝ้าระวังคือห้างสรรพสินค้า ธนาคาร รวม 136 จุด ซึ่งรวมพื้นทีที่ทางกองทัพภาคที่ 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาลและ กทม.ต้องดูแลทั้งหมด 454 จุด จะเน้นการอบรมและให้ความรู้พนักงานรักษาความปลอดภัย กำหนดช่องทางการติดต่อสื่อสาร ส่วนการประสานงาน ทั้ง 3 พื้นที่เราได้กำหนดชุดปฎิบัติการพิเศษจำนวน 10 ชุด ในการเข้าคลี่คลายสถานการณ์ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามในเวลา 13.00 น. ทาง ศอฉ.จะเรียกระดับผู้ปฎิบัติ คือผู้บังคับการตำรวจนครบาล1-9 เจ้าของพื้นที่ทั้งหมด เจ้าหน้าที่กองทัพภาคที่ 1 เทศกิจและสันติบาลและหน่วยที่รับผิดชอบพื้นทื่อื่นๆ เช่น องค์การรถไฟฟ้า แอร์พอตลิ้งค์ เข้ามารับทราบและกำหนดภารกิจร่วมกัน โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก เป็นประธานในการประชุม
    พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ทาง ศอฉ.ได้ให้ทาง กทม. ได้มีการสำรวจกล้องวงจรปิดทั่ว กทม. 2,928 แห่ง ว่าจุดไหนที่มีปัญหา ชำรุด เสียหาย ให้ปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน รวมถึงกล้องวงจรปิดของภาคชน ประมาณเกือบ 10,000 กล้อง ที่จะเข้าร่วมภารกิจนี้ เช่น สถานบริการน้ำมัน 792 แห่ง ห้างสะดวกซื้อ ห้างมินิมาร์ท 2,533 ธนาคาร 1,908 ร้านทอง 1,324 และร้านอินเตอร์เน็ต ประมาณ 2,000 กว่าแห่ง ร่วมทั้งหมดเกือบ 9,000 แห่ง ที่จะเข้าร่วมโดยกล้องทั้งหมดจะเปิดเข้าสู่พื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ได้มีการกำชับไปยังกระทรวงมหาดไทยและ กทม.ให้ใช้มาตรการเชิงรุกผ่านมวลชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติ ตั้งแต่ชุมชนไปจนถึงระดับจังหวัดให้เข้าใจสถานการณ์เพื่อช่วยเหลือดูแลทำงาน ร่วมกัน และให้ฝ่ายกฎหมายของ ศอฉ. ตรวจสอบการละเมิดข้อกฎหมายในระดับต่างๆและให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเร่ง ดำเนินคดีในกรณีที่มีการฝ่าฝืนกฎหมายในทุกรูปแบบ เช่น การให้ข้อมูลเป็นเท็จ หรือทำให้เกิดความแตกตื่นต่อประชาชน การสร้างความแตกแยก
    ถามว่า การปฎิบัติการมีความเข้มข้นเป็นเพราะมีข้อมูลการข่าวในการก่อความไม่สงบใช่ หรือไม่ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติตอบว่า ไม่มี แต่ ศอฉ. ไม่อยากให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนจึงเพิ่มความเข้มข้นในการปฎิบัติงานของเจ้า หน้าที่ สำหรับการแบ่งพื้นที่ รวมถึงการระงับเหตุเบื้องต้น จะให้ทุกกองบังคับการจัดทำแผนเผชิญเหตุในการเข้าระงับเหตุเบื้องต้น
    ซักว่า การจัดชุดตรวจเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลกกรพทบต่อนักท่องเที่ยวที่มองว่าอาจะเกิด ความไม่ปลอดภัย พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวว่า ที่ประชุมมีการพูดถึงเรื่องนี้ แต่จะมีการทำความเข้าใจว่าเป็นการรักษาความปลอดภัย โดยยกตัวอย่างเมืองหลวงหลายแห่งที่มีมาตรากรเหล่านี้ เช่น นิวยอร์ค ลอนดอน อื่นๆก็มีการตรวจตราพื้นที่ แต่ไม่ได้หมายความต้องมีการสะพายปืนออกตรวจไปทั่วพื้นที่ ยกเว้นพื้นที่สำคัญจริงๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบ10,000 อย่าง ไรก็ตามในวันที่4-5กันยายน นี้ ทางตำรวจนครบาลจะเรียกผู้กำกับสถานนีตำรวจและผู้ปฎิบัติมารับมอบถาระกิจที่ เพิ่มเติมที่นอกเหนือการการดูแลความปลอดภัย



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์