โอ้..สุเทพ-ราหูสัญลักษณ์ป่วยกะทันหัน การประชุม ก.ตร. เพื่อ "แต่งตั้ง-โยกย้าย" นายตำรวจระดับหัวขบวนต้องเลื่อนไปไม่มีกำหนดเมื่อวานนี้ (๒ พ.ย.๕๒) ปรากฏว่าตกเป็นที่วิพากษ์-วิจารณ์กันอึงมี่ว่า ตำรวจยุคอภิสิทธิ์ปลุกเสกนี้ "เฮี้ยน" กว่าทุกยุค ผบ.ตร.จะตั้ง ก็มีอันเป็นไป ระดับรองฯ ระดับผู้บัญชาการ จะตั้ง..ก็มีอันเป็นไป ครั้งนี้ทำท่าจะตั้งได้ แต่แล้วจู่ๆ "นายสุเทพ เทือกสุบรรณ" ประธาน ก.ตร.ก็...มีอันเป็นไป อีก!
ท่านรองฯ สุเทพนั้น ก็เห็นกันแล้วว่าท่านร่างกายกำยำสูงใหญ่ ผิวดำ ตาโปน หัวหยิก ถ้าเล่นโขนก็ต้องเป็นตัวยักษ์ เท่าที่ผมจำความได้ นับแต่ท่านเป็นนักการเมืองมา ก็เพิ่งได้ยินข่าวครั้งนี้เป็นครั้งแรกว่า "ยักษ์ป่วย"
ป่วยในช่วงที่ "นายราเกซ สักเสนา" ไอ้ขี้โกงซึ่งมีสัญลักษณ์ราหูเหมือนกัน แต่เป็นยักษ์ขาว ถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย และก็ป่วยในช่วงที่มีข่าวสารแพร่ถึงวีรกรรมนายสุเทพ สมัยเป็นฝ่ายค้าน แฉเรื่องนายราเกซโกงแบงก์บีบีซี และแฉถึงนักการเมืองกลุ่ม ๑๖ บางคนเข้าไปพัวพันกลางสภา ในสมัยรัฐบาลนายบรรหาร เมื่อ ๙ พ.ค.๓๙
แล้ว "วงเวียนกรรม" ก็เล่นตลก เพราะอดีตนักการเมืองที่นายสุเทพอภิปรายสาวไส้ถึงความไม่สุจริตไว้ครั้งนั้น ในการตั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ปรากฏว่า คนที่นายสุเทพเอาปูนกาหน้าว่า..นี่...นี่..ไอ้คนนี้ๆๆๆๆๆ ไอ้ขี้โกง ร่วมกับนายราเกซยักย้ายถ่ายเทเงินจากบีบีซีไปเป็นพัน เป็นหมื่นล้าน
ห่างมาอีกแค่ ๑๓ ปี ไอ้คนนี้ๆๆๆๆๆ นี่...นี่...คุณพี่สุเทพกลับประทับตราเป็นคนดีของชาติให้ใหม่ โดยตีทับลงไปในตรา "ไอ้ขี้โกง" เดิม แล้วก็ชักชวนมาร่วมเป็นรัฐบาลบริหารประเทศชาติกับคณะตัวเอง!?
ชาวบ้านจำไม่ได้บ้าง ลืมไปแล้วบ้าง แต่ฟ้ามีตา-ดินมีใจ ก็เลยหมุนกงล้อประวัติศาสตร์กรรมให้กลับมาฉายซ้ำใหม่ภายใต้สัจธรรมว่า...อย่างนี้ต้องประจาน......
"ความลับไม่มีในโลก และใครทำกรรมอย่างใดไว้ ต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้น"
นี่ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่านรองสุเทพฯ ต้องล้มหมอนนอนตักตอนเช้า ตกค่ำปร๋อไปงานแต่งงาน!?
หรือจากภาพ-ข่าวเมื่อวันอาทิตย์ คือภาพนายกฯ อภิสิทธิ์กับ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ นัดกันมานั่งดวลน้ำเปล่า "แก้วต่อแก้ว" ที่ร้านหน้าบ้านนายกฯ พร้อมกับข่าวว่า...นายกฯ ทาบทาม พล.ต.อ.ธานีมาร่วมทีมงานรัฐบาล ในเครือข่ายด้านความมั่นคง
เอามาทำงานกะนายกฯ ก็พอกล้ำกลืน แต่เอามาแล้วดันให้มาทำงานด้านความมั่นคงที่ตัวเองเป็นบิ๊กเฮดคุมอยู่ คิดไป-คิดมา ตู...ล้มป่วยดีกว่าวะ!?
นี่เขาก็คาดเดากันเปะปะไปว่า อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ยักษ์ล้มป่วย!?
แต่เท่าที่ฟังนายกฯ ท่านบอกกับนักข่าวว่า ไม่น่าจะใช่เรื่องป่วยการเมือง ยิ่งเรื่องไม่พอใจที่ตนนำเอา พล.ต.อ.ธานีมาร่วมงานก็ยิ่งไม่ใช่ เพราะเรื่องนี้พูดกันแล้วตั้งแต่ก่อนที่ พล.ต.อ.ธานีจะเกษียณด้วยซ้ำ และเท่าที่ส่งหน่วยสอดแนมไปดูอาการ ก็ได้รับรายงานว่าท่านรองฯ สุเทพป่วย
ขี้มูกก็ไม่ไหล ไข่ก็ไม่สั่น!?
จะว่าไปแล้วก็น่าเห็นใจท่าน และเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ เป็นมือเดียวค้ำฟ้าให้รัฐบาล ให้นายกฯ อภิสิทธิ์มาร่วมปี เรียกว่า หลังชนฝาสู้ ๑ ต่อ ๑๐๐ มาได้ขนาดนี้ จะ (แกล้ง) ป่วยซักครั้ง ไม่น่าแปลกใจเท่ากับว่า ไม่เคยป่วยเป็นอะไร ทนทานอยู่ได้อย่างไร ผิดมนุษย์มนา?
แต่ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ เรื่องการประชุม ก.ตร.แต่งตั้งระดับบิ๊ก ที่เลื่อนบ้าง ล้มบ้างเรื่อยมา งานชิ้นนี้ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาที่จะผลักดันการแต่งตั้ง-โยกย้าย ตั้งแต่ระดับรอง ผบ.ตร.ลงมาให้สำเร็จลุล่วง เพราะนี่คือ "บ่วงบาศ" ที่ใครก็อยากมีอำนาจในการควงอยู่บนหลังม้าขาว
ถึงป่วย-ถ้าไม่ตาย คลานมาไหว ก็ต้องคลานมา!
แต่นายสุเทพป่วยยังไม่ถึงตาย แต่ไม่ยอมคลานมาชิงธงที่ไหวๆ อยู่แค่ปลายนิ้วมือสัมผัส มันน่าจะมีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้แน่ๆ!?
สุเทพนั้น ในใจ "บางครั้ง" อยากหนีบคออภิสิทธิ์ให้ตายคารักแร้วันละร้อยครั้ง ในทางเดียวกัน ในใจอภิสิทธิ์นั้น "บางครั้ง" ก็อยากจะหักด้ามพร้าสุเทพด้วยเข่าวันละร้อยครั้ง แต่ความที่ต่างคน-ต่างฝ่ายยังต้องพึ่งจุดแข็งที่ต่างคน-ต่างมี ก็เลยต้องกล้ำกลืนฝืนทนในจุดไม่พอใจกันไว้ เพื่อไป-ในเส้นทางที่ยังต้องไปด้วยกัน
แต่ผมพิเคราะห์แล้ว การป่วยของนายสุเทพในยามราหูใกล้ยกย้ายราศี เป็นได้ทั้ง ๒ ทาง คือป่วยการตำรวจ และชวนป๋วยปี่แป่กอต้องเข้าใจกันว่า การประชุม ก.ตร.นัดที่เลื่อนเมื่อวาน มีความสำคัญสุดยอดรองลงมาจากประชุม ก.ต.ช. ซึ่งเป็นการพิจารณาแต่งตั้ง ผบ.ตร.เท่านั้น เมื่อนายสุเทพเป็นฝ่ายอ้างเหตุป่วย "เลื่อนไม่มีกำหนด" เอง
แสดงว่า "ต้องมีข้อมูลใหม่" ยิ่งใหญ่-สุดยอด ค่อนข้างแน่!
และข้อมูลใหม่นั้น จะต้องมีส่วนเชื่อมโยงไปถึงข้อมูลของคนที่จะมาเป็น ผบ.ตร.ตัวจริงในอนาคตอันใกล้ด้วย?
ใช่ หรือไม่ใช่ ผมไม่รู้ แต่อยากให้สังเกตดูว่า ต่อจากนี้ไปจะมีข่าวคราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนโผ เปลี่ยนตัว ระดับบิ๊กๆ ที่จัดไว้ลงตัวแล้ว เพื่อการประชุม ก.ตร.วานนี้ แต่มีอันให้เลื่อนไป เลื่อนเพื่อรื้อ-เปลี่ยนใหม่บางตำแหน่ง-บางนายหรือไม่
ถ้ามีข่าวปรับเปลี่ยนเวียนตัว ผิดจากโผ ณ วันที่ ๒ พ.ย.ไปอีก แสดงว่า...ชัวร์!
ชัวร์อะไร...?
ชัวร์ว่า ต้นปีหน้า "ตำรวจแห่งชาติ" จะได้ ผบ.ตร.ตัวจริงที่ไม่ได้ชื่อ "พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ" น่ะซี!?
และท่านรองฯ สุเทพ จะหายป่วยชนิด "หายวัน-หายคืน" จะกลับมาแข็งแรง สดชื่น ทำหน้าที่เป็นทั้งปราการด่านหน้า และด่านสุดท้ายให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ชนิด "สุดใจขาดดิ้น"
ก็คงจะได้ "ขาดดิ้น" จริงๆ อยู่เหมือนกัน ถ้าตอบข้อสงสัยสังคมไม่เคลียร์ในประเด็นว่า ตอนเป็นฝ่ายค้าน หวังแก้แค้นรัฐมนตรีในรัฐบาลบรรหารที่ "ล้มประชาธิปัตย์" ด้วยเรื่อง สปก.๔-๐๑ ประชาธิปัตย์-โดยนายสุเทพก็เอาคืน อ้างหลักฐานชัด เป็นข้อมูลชัด เป็นเอกสารหลักฐานชัด
นำมาอภิปรายในสภาถึงรัฐมนตรีจากกลุ่ม ๑๖ ในยุคนั้นว่า ร่วมกับนายราเกซบ้าง นายเกริกเกียรติบ้าง ตั้งบริษัทผีกู้เงินบีบีซี โดยเอาที่ดินในป่า ในดง ไร่ละหมื่น มาตีราคาค้ำประกันไร่ละแสน ร่วมกันยักย้ายถ่ายเทเงินจากบีบีซีไปได้หลายหมื่นล้านบาท!
หลังจากนายสุเทพแฉกลางสภา ปรากฏว่านายกฯ บรรหารต้องปรับ ครม.เอารัฐมนตรีกลุ่ม ๑๖ ออกไป ๒-๓ คน และใน ๒-๓ คนนั้น ตอนนี้กลายเป็นคนดีของประชาธิปัตย์ ของนายสุเทพ จูบปากกันวันละ ๓ เวลาก่อนอาหาร ร่วมรัฐบาลกันอยู่ขณะนี้
ประเด็นคือว่า นายสุเทพ-โดยประชาธิปัตย์ขณะนี้ มีสภาพเหมือนคนดำน้ำถ่ายอุจจาระ แล้วพยายามว่ายหนี เพื่อไม่ให้คนอื่นจับได้ว่าก้อนอุจจาระนั้นเป็นของตน แต่น่าหัวเราะ ปนน่าสมเพช เพราะการว่ายหนีอุจจาระตัวเองในน้ำนั้น ยิ่งดำหนีเร็วเท่าไหร่ ก้อนอุจจาระก็ยิ่ง
วนตามอยู่บนน้ำเหนือหัวด้วยความเร็วเท่านั้น
โผล่ขึ้นเหนือน้ำเมื่อไหร่ ก้อนอุจจาระจะขึ้นไปอยู่บนหัวตัวเองเมื่อนั้น-ทันที!
กรณีราเกซ อันเกี่ยวพันถึงนักการเมืองกลุ่ม ๑๖ เช่นกัน จริงอยู่ ตราบที่นายราเกซไม่เปิดปากซัดทอด ก็คงยังไม่มีใครตกเป็นผู้ต้องหา แต่ประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นการเมือง-ประเด็นกฎหมาย แต่มันเป็นประเด็นจริยธรรม-มาตรฐานการเมืองของคนเป็นนักการเมือง ที่ชี้หน้าเขาแฉหลักฐานกลางสภาว่า นี่..นี่..คนนั้น..คนนี้ ร่วมกันโกงอย่างนี้...อย่างนี้ ด้วยเอกสารอย่างนี้...อย่างนี้
นักการเมือง ๑-๒-๓ คนโกง!
แต่พอมาถึงวันนี้ ห่างมาอีก ๑๓ ปี วันที่ความจริงถึงคราต้องพิสูจน์และเปิดเผย ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายมีอำนาจบริหารรัฐสูงสุด แทนที่จะขมีขมันนำเอกสาร-หลักฐานที่ตนมีไปต่อยอดด้วยอำนาจบริหารสั่งการสืบสวน-สอบสวนให้เป็นไปตามที่เคยแสดงปรารถนาไว้ในสภา หรือนำไปมอบให้ฝ่ายตำรวจ-อัยการประกอบสำนวน
นายกฯ อภิสิทธิ์กลับพูดว่า...มันยาก..มันนานมาแล้ว!?
ยิ่งนายสุเทพ ไม่ต้องพูดถึง เพราะนักการเมือง ๑-๒-๓ ที่ชี้หน้ากลางสภาว่าขี้โกง ตอนนี้ขี้ไม่โกงอยู่บนหัวนายสุเทพสง่างามดังที่เห็น และดังที่เป็น ณ ปัจจุบัน!!!
ผมถึงว่า ดาวเสาร์มา ดาวราหูยกเที่ยวนี้ เหมือนนาฬิกา "ตีบอกเวลา" ชี้กรรม ใครประกอบกรรมทำดี ก็จะดีวัน-ดีคืน ส่วนใครประกอบกรรมทำชั่ว ก็จะวิบัติวัน-วิบัติคืน
เสาร์รอบนี้ เสาร์พิสูจน์คน-พิสูจน์การกระทำ เห็นผลกันจะจะในชาตินี้ ไม่จำเป็นต้องไปลุ้นกันถึงชาติหน้า เพราะเล็งกับมฤตยู ผมบอกได้เท่านี้ ใครจะเชื่อ หรือไม่เชื่อ ไม่ต้องเสียเงิน-เสียทองอะไร ฉะนั้น ผมไม่จำเป็นต้องพิรี้พิไรกับท่าน
แต่นับจากวันนี้ไป พี่น้องประชาชนทั้งหลายจะต้องมีความปลอดโปร่ง-สบายใจตลอดไป จากที่เห็น "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" เสด็จฯ ลงมายังท่าน้ำศิริราช เพื่อทรงลอยพระประทีปร่วมกับพสกนิกรไทยทั่วทั้งประเทศ
วันนี้ วันที่ ๓ พ.ย. ผมอยากให้เรา-พี่น้องประชาชนคนไทย ช่วยกันสวดมนต์บท "อภัยปริตร" ปริตรแห่งการให้อภัยและอโหสิกรรม ซึ่งเป็นพระพุทธมนต์สำหรับผู้เกิดวันจันทร์ สวดทุกวันได้ยิ่งดี ถ้าไม่ได้ทุกวัน เฉพาะช่วงวันนี้ คือวันที่ ๓-๔-๕ พ.ย.นี้ ผมอยากให้ช่วยกันสวดอภัยปริตรให้มากๆ และต่อเนื่อง
สวดเป็นพระพรชัยถวาย "พระบาทสมเด็จพระเจ้ายู่หัว" นะครับ ด้วยพุทธานุภาพ ด้วยธรรมานุภาพ และด้วยสังฆานุภาพนี้ ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวร ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง สมบูรณ์ และทรงมีพระชนมพรรษายั่งยืนนานตลอดไป ระหว่างวันที่ ๓-๔-๕ นี้ อย่าลืมนะครับ
ช่วยกันสวดพระอภัยปริตรถวายในหลวงให้ต่อเนื่อง
คงไม่ต้องให้ผมบอกอีกนะครับว่า บทสวด "อภัยปริตร" ว่าอย่างไรบ้าง เพราะหนังสือสวดมนต์ผมแจกไปนับพันเล่มแล้ว ซ้ำเพิ่งนำตีพิมพ์ตรงนี้ไปเมื่อเดือนก่อนโน้นเอง และอีกอย่าง ก็มีตามหนังสือสวดมนต์ทั่วไป เพื่อความเป็นมงคลชัยถวาย "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" เพื่อสุขศานติร่วมกันของพี่น้องประชาชนร่วมชาติ และเพื่อรับความปลอดโปร่ง-สบายใจตลอดไป หมั่นสวดมนต์โดยเฉพาะ "อภัยปริตร" กันให้มากไว้นะครับ.









