Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เรียน คุณสามวา สองศอก


1.คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 กับคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยพิพากษาไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2544 ว่าทักษิณไม่ผิดฐานซุกหุ้นเพราะขาดเจตนาทุจริต แต่มูลคดีเดียวกันนี้ศาลฎีกาพิพากษาว่า ทักษิณมีความผิดฐานซุกหุ้นชัดเจน

น่าสังเกตว่าทักษิณชนะคดีครั้งแรกนั้น มีปัจจัยด้านการวิ่งเต้นศาลมาเกี่ยวข้องด้วย เพราะผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่นักกฎหมายทั้งหมด ไม่เหมือนศาลฎีกา การวิ่งเต้นจึงทำได้ง่ายกว่า ผมเชื่อว่าคราวนี้ทักษิณพยายามวิ่งเต้นอยู่เหมือนกัน แต่หาช่องทางเข้าหาผู้พิพากษา 9 ท่านที่เป็นองค์คณะไม่สำเร็จ ไม่มีท่านใดเปิดช่องให้เหมือนองค์คณะของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนั้น

2.คำพิพากษาของศาลฎีกาเมื่อ 26 ก.พ.53 ที่อ่านกันอย่างมาราธอนเกือบ 8 ชั่วโมง น่าจะเป็นคำพิพากษาที่ยาวที่สุดในโลก ขนาดอัยการและทนายความของคู่กรณียังต้องขอออกมายืดเส้นยืดสายนอกห้องประชุม แสดงให้เห็นว่าศาลท่านทำงานหนักมาก พิจารณาละเอียดลออเจาะทุกประเด็น สมกับคำยกย่องว่าเป็น 9 อรหันต์จริงๆ ผมในฐานะคนหากินกับศาลมาจนเฒ่าแก่ป่านนี้ ก็ไม่เคยเห็นคำพิพากษาที่หมดจดงดงามขนาดนี้ ต้องยอมรับในฝีมือที่ล้ำลึกจริงๆ

3.คำพิพากษานี้เต็มไปด้วยหลักนิติธรรม และหลักเมตตาธรรมอย่างเต็มเปี่ยม ศาลท่านยึดหลักนิติธรรมเป๊ะๆ ไม่มีผิดพลาดหรือก้าวข้ามแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ใครจะยกประเด็นใดไปเถียงท่านก็ลำบาก ข้อเท็จจริงใดเข้าข้อกฎหมายใด ท่านอธิบายละเอียดยิ่งกว่าการเขียนตำรากฎหมาย

ข้อสำคัญคือท่านแสวงหาข้อเท็จจริงได้ครบถ้วน บางเรื่องที่เราไม่เคยรู้มาเลยท่านก็ซักถามพยานผู้รู้ได้หมด เช่นใครเคยรู้บ้างว่าทุนจดทะเบียนของบริษัทแอมเพิลริชมีถึง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่เรียกหุ้นให้ชำระเพียงดอลลาร์เดียว เราเคยรู้แต่ว่ามีทุนจดทะเบียนแค่ 1 ดอลลาร์ซึ่งไม่ถูกต้อง เป็นต้น

4.ที่ผมบอกว่าเป็นไปตามหลักเมตตาธรรมนั้น ก็เพราะว่าความผิดของคุณทักษิณนั้นเหลือหลายยิ่งนัก ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศก็มีมากเป็นอเนกอนันต์ ถ้าศาลจะยึดทรัพย์ทั้งหมด 7.6 หมื่นล้านก็ยังไม่พอเสียด้วยซ้ำ แต่ศาลท่านใช้หลักเมตตาธรรมคืนให้คุณทักษิณไปส่วนหนึ่ง ก็ไม่น้อยนะสามหมื่นกว่าล้าน เพราะท่านใช้วิธีคำนวณความเสียหายด้านรูปธรรมเท่านั้น ส่วนความเสียหายด้านนามธรรมนั้น ท่านปล่อยให้สังคมลงโทษกันเอาเอง

ดังนั้นความชั่วร้ายของคุณทักษิณ ที่บริหารประเทศโดยเอื้อประโยชน์แก่ตนเองและครอบครัว ศาลก็จาระไนออกมาให้ฟังหมดแล้ว ว่าคุณทักษิณชั่วร้ายในประเด็นใดบ้าง แต่ศาลไม่เอาไปคิดคำนวณเป็นตัวเงินที่จะริบทรัพย์ เพราะถ้าไปคิดลงโทษเสียตรงนี้ ความชั่วร้ายของคุณทักษิณก็จะจบลงด้วยคำพิพากษา แต่ศาลท่านคงไม่อยากให้จบก็เลยไม่ลงโทษประเด็นนี้ ปล่อยให้สังคมลงโทษด้วยการประณามต่อๆ กันไปชั่วลูกชั่วหลาน ไม่ให้ทักษิณได้ผุดได้เกิด อย่างนี้ผมว่าดีกว่านะ

5.พูดกันมากว่าหลังวันพิพากษาเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ผมว่าคุณทักษิณพอใจคำพิพากษาที่ได้เงินคืน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินคาดหมาย แต่จะให้คุณทักษิณออกปากขอบคุณศาลนั้น คนอย่างเขาไม่ทำหรอก แต่จะไม่ประนามศาลว่าไร้ความยุติธรรม

เหตุผลแรกเพราะเขาพอใจที่ได้รับเงินคืน เหตุผลที่สองเพราะเขาต้องปิดเกมเป็นอริกับศาล ไปเปิดเกมเป็นอริกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ และกลุ่มอำมาตย์โดยตรงจะได้เบาแรงลงไป ไม่ทำศึกหลายด้าน นี่คือกลยุทธ์ของคุณทักษิณ

อย่าลืมว่าคุณทักษิณเขาเลี้ยงทาสไว้เยอะ วันที่ 12-14 มี.ค.นี้ก็จะยกกองทัพทาสเข้ากรุงเทพฯ มาทำการปฏิวัติล้มล้างรัฐบาล และเรียกร้องให้ทักษิณกลับเข้ามาปกครองแทนรัฐบาลอำมาตย์นิยม เขาทอดเวลาไปหลังวันพิพากษา 2 สัปดาห์ เพื่อตั้งหลักและเสี้ยมหัวใจทาสให้โกรธแค้นแทนนาย ให้ทาส (ความคิด) มาตายแทนนายใหญ่

ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งของคนเสื้อแดง เขามาโดยไม่หวังอามิสสินจ้างจริงๆ ก็มีอยู่ พวกนี้จัดอยู่ในจำพวกทาสผู้ซื่อสัตย์ต่อนายทาสอย่างแท้จริง ความเชื่อว่านายเขาถูกกลั่นแกล้งมันเข้าสู่สายเลือดไปแล้ว ใครจะพูดอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ เขาจะประกาศปกป้อง "นายข้ามึงอย่าแตะ" สถานเดียว เห็นไหมในภาพทางทีวี พอศาลพิพากษายึดทรัพย์ทักษิณแค่ส่วนเดียว ลูกทาสก็พากันร้องไห้โฮ (ทั้งๆ ที่นายดีใจตายหะ) นี่คือหัวใจทาสแท้ๆ

6.ทาสทักษิณมิได้มีเฉพาะคนสวมเสื้อแดงเท่านั้น คนสวมเครื่องแบบไม่ว่าจะเป็นสีเขียวหรือสีกากี มีจำนวนมากมายมหาศาลที่มีจิตใจผูกพันในลักษณะยอมเป็นทาส ผมถามเพื่อนรุ่นน้องที่เป็นนายตำรวจสันติบาลยศสูงคนหนึ่ง เขาบอกผมอย่างตรงไปตรงมาว่า พ่อเขาเป็นลูกน้อง พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ถูกจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปลดออกจากตำแหน่ง และพ่อเขาก็รู้ว่า "อำมาตย์" อยู่เบื้องหลังการขึ้นมามีอำนาจของจอมพลสฤษดิ์ ลูกก็ต้องเป็นศัตรูกับ "อำมาตย์" ต่อไป ความขัดแย้งกับ "อำมาตย์" นั้นมันลึกไปกว่าที่เราคิดมาก ประสาอะไรกับกลุ่มคนเดือนตุลาที่โกรธแค้น "อำมาตย์" ที่วางแผนไล่ฆ่าเอาชีวิตเขา เขาก็ต้องออกมาเล่นงาน "อำมาตย์" อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไรอยู่ในขณะนี้ เพราะเขาแยกกันชั่วคราว พอได้จังหวะเขาก็จะรวมกันโค่น "อำมาตย์" ซึ่งเป็นความต้องการสูงสุดของเขา ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปิดบังอำพรางนะ กลุ่มคนเดือนตุลาที่เป็นรัฐมนตรียุคทักษิณเขาประกาศอย่างเปิดเผยว่า "ทุนก้าวหน้า ดีกว่าศักดินาล้าหลัง" นี่มันก็ชัดเจนยิ่งกว่าอะไรแล้ว

7.ถึงกองทัพทาสของทักษิณจะแกล้วกล้าขนาดไหน ก็ไม่สามารถทำลาย "อำมาตย์" ลงได้ เพราะวัดกำลังกันแล้ว "อำมาตย์" ก็ไม่ใช่เล่น เขาสู้ทุกประตูเหมือนกัน ผมจึงทำนายว่า "อำมาตย์" ไม่มีวันแพ้ แต่คนที่จะแพ้คือรัฐบาลอภิสิทธิ์เพราะเขาแพ้ภัยตัวเอง คือไม่สามารถแก้ปัญหาทุจริตของรัฐบาลตัวเองได้

มันเป็นจุดอ่อนที่สุดของรัฐบาลอภิสิทธิ์ และเปิดช่องให้กองทัพทาสตี แค่มาโห่ร้องอยู่หน้าทำเนียบโดยใช้การทุจริตของรัฐบาลเป็นอาวุธ ก็สามารถทิ่มแทงได้ดีกว่าเอ็ม 79 ของ เสธ.แดงเสียอีก เขารู้จุดตายของรัฐบาลอภิสิทธิ์อย่างชัดเจนแล้ว แล้วเขาก็จะยิงให้เข้าจุด อภิสิทธิ์ถึงไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตเชียวล่ะคราวนี้

ขอแสดงความนับถือ

พินิจนันทน์

ตอบ คุณพินิจนันทน์

ตุลาการเสียงข้างมาก (8-7) ในคดีซุกหุ้นภาคแรกของทักษิณ ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินไปเมื่อปี 2544 คงจะรู้แล้วนะครับว่ายุคนี้กรรมมันติดจรวด

****************

เรียน คุณสามวา สองศอก ที่เคารพ

ขณะนี้จังหวัดชายทะเลกำลังมีปัญหาเรื่องมลพิษ อันเกิดจากความเห็นแก่ได้ของนักลงทุน ที่จะต้องไปสร้างโรงงานอุตสาหกรรมใกล้ท่าเรือเพื่อประหยัดค่าขนส่ง หารู้ไม่ว่าน้ำเสียจากโรงงานได้ทำลายทะเลอย่างมาก

โรงงานมาก คนงานมาก ค้าขายมาก ส่วนประกอบของความเจริญด้านวัตถุมันทำลายธรรมชาติ กระทบต่อทะเลอันเป็นที่รักของ ดร.ธรณ์ และของคนไทยทุกคน

เมื่อพูดถึงการทำร้ายทะเล ลองบันทึกกันดูซีครับ ตั้งแต่การจับสัตว์น้ำในทะเลอย่างไม่ปรานีปราศรัย การขุดเจาะพลังงานจากทะเล การทดลองขีปนาวุธในทะเล ตลอดจนการลักลอบเจาะสารพิษทิ้งทะเล สารพัดที่จะรุมกันทำร้าย คิดแล้วอยากจะมีฤทธิ์โอบกอดทะเลไว้ เหมือนทะเลโอบกอดเราทุกครั้งที่เราไปทะเล

ดร.ธรณ์เขียนหนังสือ "สมุทร" วรรคท้ายของหน้าแรกว่า "ผมมิอาจจะบอกได้ว่าคุณรักทะเลแค่ไหน อย่างไร มีเพียงคุณเล่าเรื่องนั้น มีเพียงคุณอธิบายความทรงจำของคุณกับน้ำสีฟ้า สมุทรจึงเกิดจากเลข 3 คือ หนึ่งคุณ หนึ่งคือผม และอีกหนึ่งคือทะเล ทะเลบอกบทแล้ว ผม (ดร.ธรณ์) เขียนแล้ว เหลือเพียงคุณจรดปลายปากกา"

จึงอยากฟังคำเล่าจากท่านผู้อ่าน ถึงวันที่ไปทะเลไม่ว่าทะเลจังหวัดไหน ท่านมีความสุขสดชื่นกับทะเลวันนั้นอย่างไร แล้วส่งเรื่องของคุณให้คุณสามวา สองศอก เพื่อรวบรวมจดหมายจากทุกท่านในเวลา 1-3 เดือน บันทึกที่ดีที่สุดจะได้รับหนังสือเรื่อง "สมุทร" หรือเรื่อง "รักปลา ทะเลไทย" เล่มใดเล่มหนึ่ง

ขอขอบคุณล่วงหน้าและ ขอร้อยกรองเรื่องทะเลดังนี้ครับ

0 อายุยืน ชื่นสุข ทุกๆ ปี

จะต้องมี วันเที่ยว เพิ่มเกลียวหวาน

เที่ยวทะเล จะประเสริฐ เลิศสำราญ

ทั้งโอโซน และอาหาร ยืดชีวิต

0 วัยกลางคน ขวนขวาย ให้มีภูมิฯ

ไว้ต้านทาน เรื่องตามตูม ที่ผิด-ผิด

โลกวันนี้ ยียวน ล้วนมีพิษ

ต้องเพิ่มฤทธิ์ ด้วยอาหาร จากทะเล

0 ไม่จำเป็น ต้องชื่นชู หูฉลาม

ปลาทูต้ม สักหนึ่งชาม ก็งามเก๋

สายบัวใส่ มะดันใส่ กะทิเท

ข้าวน้ำพริก ก็อิ่มเท่ พอๆ กัน

0 หรือจะสั่ง ปลากะพง แม่รำพึง

ทอดหรือนึ่ง ก็เอนจอย พลอยสุขสันต์

สั่งปูม้า ต้นกระเทียม ผัดน้ำมัน

จะจานเธอ หรือจานฉัน ก็มั่นใจ

0 คุณเคยไป บางปู บ้างไหมครับ

เดี๋ยวนี้กลับ เป็นแหล่งเที่ยว อันยิ่งใหญ่

ซื้ออาหาร ให้นกน้ำ งามวิไล

บุญเอาไป นกอิ่ม ริมทะเล

ขอแสดงความนับถือ

นายอนันต์ คู่มณี

ตอบ คุณอนันต์

ทำไมไม่ชวน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ มาเขียนชักชวนแฟนไทยโพสต์โดยตรงเลยล่ะ

สามวา สองศอก



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์