ขบวนการทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมกำลังดำเนินไปอย่างน่ากลัว เพราะหากปราการด่านสุดท้ายนี้ถูกทำลายลง ประเทศไทยคงไม่มีหลักอะไรจะยึด ไม่มีใครเชื่ออะไรใคร ความปั่นป่วนที่มาจากการยึดหลักกู แทนที่จะยึดหลักกฎหมาย จะทำลายสังคมไทยที่กำลังแตกเป็น 2 ฝ่ายให้ย่อยยับลงไปในพริบตา
หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้าน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มีการปลุกปั่น โจมตีศาลหนักเสียยิ่งกว่าเมื่อครั้งมีคำพิพากษาจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 2 ปี จากคดีทุจริตการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกหลายเท่าตัวนัก
สื่อแดงแทบทุกสื่อในวันนี้ หมิ่นศาลกันแทบทุกชั่วโมง โดยเฉพาะทีวีและวิทยุเสื้อแดง มีการนำเสนอทั้งข่าวและความเห็นที่หมิ่นศาล บิดเบือนคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ หากคิดในแง่ที่ว่ามีคนเสื้อแดงจำนวนมหาศาลบริโภคข่าวสารจากสื่อแดง ก็จะเกิดความเข้าใจผิดอย่างกว้างขวาง และจะนำไปสู่การไม่ยอมรับทุกคำพิพากษาของศาลในที่สุด
การเคลื่อนไหวที่ไม่ใช้สติและปัญญา กลับมีแต่ความกระเหี้ยนกระหือรือด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองของแกนนำคนเสื้อแดง เป็นต้นว่าการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนองค์คณะในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่พิพากษาคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ถือเป็นภัยคุกคามที่อันตรายต่อประเทศ
จะมีคนเสื้อแดงสักกี่คนที่รู้แจ่มแจ้งว่า การยืนถอดถอนศาลนั้น จะต้องมีการกล่าวหาที่ชัดเจนว่า การทำหน้าที่ของผู้พิพากษาองค์คณะนั้นผิดอย่างไร มีหลักฐานอะไร มีพฤติการณ์ตามที่กล่าวหาหรือไม่ มีแต่จะเฮโลกันไป หัวขบวนว่าอย่างไรก็ว่าไปตามน้ำ ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง แต่ใช้อารมณ์ความรู้สึกที่ไม่พอใจเป็นที่ตั้ง โดยหารู้ไม่ว่า สุดท้ายหากศาลไม่ผิดอย่างที่กล่าวหา คนที่ลงชื่อจะต้องรับผิดชอบ หากมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกลับ
การเคลื่อนไหวที่ไร้ทิศทางแบบนี้จะมองว่าไม่น่าวิตกกังวลก็ได้ หรือจะมองว่าน่ากลัวก็ได้เช่นกัน การปลุกปั่นอย่างไร้เหตุผล ไม่ยึดหลักกฎหมาย แต่ยึดหลักตามใจชอบ ในทางหนึ่ง คนเสื้อแดงที่ต้องการแสวงหาความจริง จะเข้าใจว่าความจริงเป็นอย่างไร ก็จะสามารถพิจารณาได้ว่าตนเองจะคิดอ่านประการใดต่อไป แต่อีกทาง สำหรับคนเสื้อแดงที่คลั่งไคล้ ยอมตายแทน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ร่ำไห้กับการยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้าน ที่ศาลตัดสินแล้วว่ามาจากการโกงชาติ ใช้อารมณ์ ไม่ยึดอะไรที่เป็นเหตุเป็นผล นี่คือหายนะ
เมื่อมีคนที่เต็มไปด้วยโมหะ พร้อมใจกันที่จะล้างผิดให้คนที่โกงชาติ ออกมาบิดเบือน สร้างความสับสนในคำพิพากษาของศาลอย่างโจ่งครึ่ม หากไม่มีการดำเนินการอย่างเอาจริงเอาจัง อาจเป็นแบบอย่างให้มีการหมิ่นศาลกันต่อไปในวงกว้าง การก่นด่าศาลอาจกลายเป็นเรื่องปกติ ถึงเวลานั้นประเทศนี้จะมีหลักอะไรให้ยึดอีก.








