สบน.แจงผลงาน ปรับโครงสร้างหนี้ ภาครัฐ1.35แสนล.

Saturday, 4 May, 2013 - 00:00

สบน.แจงผลงาน ปรับโครงสร้างหนี้ ภาครัฐ1.35แสนล.

  สบน.แจงผลการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐเดือน  มี.ค.2556 ระบุคลังลุยปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศแล้ว 1.35 แสนล้านบาท
    น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงผลการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐประจำเดือน มี.ค.2556 โดยในส่วนการปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาล กระทรวงการคลังได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้จำนวน 1.35 แสนล้านบาท
    แบ่งเป็น 1.การปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ที่ออกภายใต้  พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะฯ พ.ศ.2548 จำนวน 1.15 แสนล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้แบ่งเป็นการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาล 9.9 หมื่นล้านบาท โดยการใช้เงินกู้ล่วงหน้าเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ 2 หมื่นล้านบาท การออกพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ 4 หมื่นล้านบาท การออกพันธบัตรรัฐบาล 2.8 หมื่นล้านบาท  และการกู้เงินระยะสั้น 1.1 หมื่นล้านบาท และ 2.การปรับโครงสร้างตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.68 หมื่นล้านบาท โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งจำนวน
    การปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ที่ออกภายใต้ พ.ร.ก.ช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ระยะที่สอง (FIDF 3) ที่ครบกำหนดจำนวน 1.96 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 1.การปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ระยะสั้น 1.24 หมื่นล้านบาท โดยการออกพันธบัตรรัฐบาลทั้งจำนวน และ 2.การปรับโครงสร้างหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน 7.22 พันล้านบาท โดยการออกพันธบัตรรัฐบาลทั้งจำนวน นอกจากนี้ ยังมีการออกพันธบัตรรัฐบาลอีก 1.18 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้คืน Premium FIDF 1 และ FIDF 3 ซึ่งยืมไปปรับโครงสร้างหนี้ในเดือน ก.พ.2556
    ขณะที่การชำระหนี้ของรัฐบาลจากงบประมาณชำระหนี้ กระทรวงการคลังได้ใช้เงินงบประมาณชำระหนี้รวม 1.01 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นชำระหนี้ในประเทศ 1.01 หมื่นล้านบาท  โดยเป็นการชำระดอกเบี้ย 1.01 หมื่นล้านบาท และค่าธรรมเนียม 0.27 ล้านบาท, การชำระหนี้ต่างประเทศ 3.02 ล้านบาท โดยเป็นการชำระดอกเบี้ย 2.11 ล้านบาท และค่าธรรมเนียม 0.91 ล้านบาท
    ส่วนการชำระหนี้ของรัฐบาลจากแหล่งอื่น ได้แก่ การชำระหนี้ที่กู้ภายใต้ พ.ร.ก.ช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ (FIDF) โดยใช้เงินจากบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ 2 จำนวน 3 พันล้านบาท  เพื่อชำระดอกเบี้ย โดยใช้เงินที่ได้รับจากเงินนำส่งของสถาบันการเงินให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นอัตรา 0.46% ของยอดเงินฝากถัวเฉลี่ยของบัญชีที่ได้รับการคุ้มครองและยอดเงินที่ได้รับจากประชาชน.