Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ไลเซนส์ 2 จี เป็นจริงได้แค่ไหน นฤวรรณ รัตนวิจิตร


  ภายหลังจากที่มติ ครม.ได้เห็นชอบกับแนวทางยุติสัมปทาน และได้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที และกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางปฏิบัติและขับเคลื่อนการดำเนินการยุติสัมปทานมือถือให้แล้วเสร็จภายในปี 2553 ประมาณวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวก็ได้เดินเครื่องอย่างเต็มที่
     ทั้งนี้ จะเห็นได้จากการเข้าพบคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.ประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา การหารือกับเอกชนทั้ง 3 ค่าย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นนัดแรกของการหารือร่วมกัน
     นอกจากนี้ ยังมีแผนพบกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในฐานะเจ้าของสัมปทาน
     ถึงแม้ในขณะนี้อาจจะยังไม่มีความชัดเจนออกมาให้เห็นมากนักถึงแนวทางดำเนินการ เพราะเรื่องนี้ประกอบด้วยตัวแปรหลายฝ่าย  คือ ภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐที่เป็นคู่สัมปทานกัน  กทช.เองที่จะต้องเป็นผู้ออกไลเซนส์ 2 จี ให้กับเอกชน กระทรวงการคลังและกระทรวงไอซีที ซึ่ง รมว.ไอซีที ก็ถึงขั้นออกปากยอมรับว่าเป็นโจทย์หินเลยทีเดียว แต่ถึงยังไงก็ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จให้ทันตามกรอบที่วางไว้ คือ 30 วัน ซึ่งเท่ากับว่าคณะกรรมการชุดนี้จะเหลือเวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ในการส่งข้อมูลให้ ครม.พิจารณา
     จากโจทย์ที่ได้รับ ซึ่งต้องศึกษาทั้งในแง่กฎหมาย เช่น การวางตุ๊กตาอายุไลเซนส์ 15 ปีนั้น ทาง กทช.ได้ระบุว่า ยังติดในประเด็นอำนาจ กทช.ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม มาตรา 80 (4) โดย กทช.สามารถให้ไลเซนส์ได้เท่าอายุสัมปทานที่เหลือเท่านั้น โดยในขณะนี้เอไอเอสมีอายุสัมปทานเหลือ 5 ปี หมดปี 2558 ดีแทคมีอายุสัมปทานเหลือ 8 ปี หมดปี 2561 ส่วนทรูมูฟเหลืออายุสัมปทานเพียง 3 ปี คือหมดปี 2556
     แนวทางดังกล่าวก็ยังไม่ถือว่าจะเป็นทางตันเลยเสียทีเดียว เพราะเพื่อให้หมดปัญหาการให้ไลเซนส์ได้ตามอายุสัมปทานที่เหลือ ก็จำเป็นต้องนำคลื่นทั้งหมดมาจัดสรรให้กับผู้ประกอบการใหม่อีกครั้ง ซึ่งจำเป็นจะต้องเข้าสู่การประมูลเหมือนเช่นการประมูล 3 จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์
     อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเอไอเอสถือครองคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 17.5 เมกะเฮิรตซ์ ดีแทคถืออยู่ในย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 25 เมกะเฮิรตซ์ ส่วนที่บริษัท ทรูมูฟ ถือครองคลื่น 18 00 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 12.5 เมกะเฮิรตซ์
     นอกจากประเด็นทางด้านกฎหมายแล้ว ก็ยังมีด้านการเงิน เช่น ค่าธรรมเนียมรายปีไลเซนส์อยู่ที่  12.5% เป็นต้น โดยเรื่องนี้เอกชนมีความเห็นว่าเห็นด้วย แต่ต้องดูว่ามีค่าอื่นอีกหรือไม่  เช่น ค่าธรรมเนียมค่าแรกเข้าไลเซนส์ ซึ่งอาจจะเป็นการคำนวณตามอายุสัมปทาน นั้นก็คงรับไม่ไหว
     ประการสุดท้าย ด้านเทคนิค ก็ต้องดูว่าจะสามารถพัฒนาจาก 2 จี เพื่อให้บริการ 3 จี ได้หรือไม่ และภายหลังจากที่ได้ข้อสรุปแผนแล้ว ภาคปฏิบัติเองก็ต้องใช้เวลามากกว่า 18 เดือนเพื่อเปลี่ยนจากสัมปทานเป็นไลเซนส์ และต้องกลับมาที่ด้านสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทีโอที ยังมีความคิดเห็นว่ายังไม่เห็นด้วยกับแนวทางการยุติสัมปทานของรัฐ  ขณะที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ  กสทฯ เอง ที่เห็นด้วยภายใต้เงื่อนไขที่ว่าเอกชนต้องเช่าใช้โครงข่าย และจ่ายค่าเช่าใช้โครงข่ายจำนวน 12.5% ให้กับ กสทฯ
     ในขณะที่ทุกฝ่ายยังคงรอความชัดเจน โดยต้องรอข้อสรุปของคณะกรรมการที่ต้องดำเนินภายใต้กรอบที่ทุกฝ่ายไม่เสียผลประโยชน์ หรือ วิน วิน ทุกฝ่าย ก็ว่ายากอยู่แล้ว และยิ่งด้วยกรอบระยะเวลาที่ทำงานที่สั้น เรื่องดังกล่าวจะสามารถดำเนินการและเห็นผลได้ขนาดไหน ก็ต้องรอลุ้นภายใน 2 สัปดาห์ว่าจะออกหัวหรือก้อย ทุกฝ่ายรับได้หรือไม่
     เพราะจากที่ผ่านมา แนวคิดการแปรสัมปทานมีออกมาเรื่อยๆ แต่ไม่สำเร็จสักที.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์