ข่าวหน้า 1

Friday, 5 April, 2013 - 00:00

‘ปู’ปล่อยกู้จริง รอพ้นตำแหน่ง ปปช.สอบเพิ่ม

  จบคดี "เมีย-ผัว" แจงบัญชีทรัพย์สินไม่ตรงกัน ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์รับทราบผลการตรวจสอบดังกล่าวของพนักงานเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่มีพฤติการณ์ที่จะฟังได้ว่า "ยิ่งลักษณ์" จงใจยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ แต่เก็บข้อมูลไว้ประกอบการพิจารณาหลังพ้นตำแหน่งต่อไป ส่วน "ปู" ชิลชิล สบายใจแล้ว
    เมื่อวันที่ 4 เมษายน มีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมัยเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.และนายกรัฐมนตรี ต่อ ป.ป.ช. กรณีเงินให้กู้ 30 ล้านบาทกับบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ที่มีนายอนุสรณ์ อมรฉัตร คู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน ที่ส่อว่าอาจเป็นการแจงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ
    นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. แถลงหลังการประชุมว่า กรณีที่มีสื่อมวลชนได้เสนอข่าวมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่ถูกต้องเรื่องการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมัยเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.และนายกรัฐมนตรี ต่อ ป.ป.ช. กรณีเงินให้กู้ 30 ล้านบาทกับบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ที่มีนายอนุสรณ์ อมรฉัตร คู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน โดยมีการออกตั๋วสัญญาการใช้เงิน 3 ครั้ง ได้แก่ ฉบับที่ 1 วันที่ 6 ต.ค.2549 จำนวน 20 ล้านบาท, ฉบับที่ 2 วันที่ 9 มี.ค.2550 จำนวน 5 ล้านบาท และฉบับที่ 3 วันที่ 13 มี.ค.2550 จำนวน 5 ล้านบาท
    นายกล้านรงค์กล่าวว่า ทั้งนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้ตั้งประเด็นตรวจสอบกรณีดังกล่าวไว้ 5 ประเด็น ประกอบด้วย 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่าให้เงินกู้แก่บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ในปี 2549 เป็นเงิน 20 ล้านบาท เหตุใดถึงไม่ปรากฏในงบดุลบัญชีบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ปี 2549 แต่ไปปรากฏในปี 2550 2.บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด แจ้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากบุคคลอื่นในปี 2550 ไว้ที่ระหว่าง 2.5-3.75%
    แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับแจ้งต่อ ป.ป.ช.ว่าคิดอัตราดอกเบี้ยตามบัญชีเงินฝาก 1 ปีของธนาคารกรุงไทยคือ 1% 3.ตั๋วสัญญาการใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ แม้จะลงวันที่ต่างกัน แต่รูปแบบข้อความถ้อยคำ เหตุใดเหมือนกันแทบจะทุกประการ 4.ตั๋วสัญญาการใช้เงินทั้ง 3 ฉบับแท้จริงทำขึ้นวันเดียวกันหรือไม่ เพราะบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด มีที่ตั้งบริษัทอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ แต่เหตุใดสถานีที่สัญญากลับระบุที่เขตห้วยขวาง กทม. และ 5.การให้เงินกู้ยืมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนิติกรรมอำพราง เข้าข่ายยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือไม่
    นายกล้านรงค์กล่าวว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อปี 2540 มีวัตถุประสงค์ให้เช่าอพาร์ตเมนต์ชื่อ “ยู คอมเพล็กซ์” มีกรรมการบริษัท 3 คน หนึ่งในนั้นได้แก่นายอนุสรณ์ คู่สมรสไม่ได้จะทะเบียนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากการตรวจสอบพยานหลักฐานพบว่า บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ได้รับเงินกู้จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งวันที่ 6 ต.ค.2549 เป็นเงิน 20 ล้านบาท, วันที่ 9 มี.ค.2550 เป็นเงิน 5 ล้านบาท และวันที่ 13 มี.ค.2550 เป็นเงิน 5 ล้านบาท เป็นเช็คของบัญชีธนาคาร พร้อมทั้งลงมีการลงบันทึกในหลักฐานใบสำคัญรับของบริษัท โดยเมื่อบริษัทได้รับเช็คจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงได้นำฝากเข้าบัญชีธนาคารเดียวกัน และสาขาเดียวกัน และในวันเดียวกับที่ได้รับเช็คจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์
    “พนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.พบว่า หลังจากบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ได้รับเงินกู้จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีการนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของการกู้เงิน ครั้งที่ 1 เพื่อชำระหนี้ธนาคารทหารไทย 20 ล้านบาท ครั้งที่ 2 ใช้เป็นทุนหมุนเวียนของบริษัท ครั้งที่ 3 เพื่อชำระหนี้เงินเบิกเกินบัญชี (O/D) ให้กับธนาคารทหารไทย 5 ล้าน โดยการกู้เงินครั้งที่ 1 และ 3 มีหลักฐานการชำระเงินให้กับธนาคารไทยเป็นใบสำคัญจ่าย ใบเสร็จรับเงิน/ใบฝากเงิน”
    กรณีที่มีการระบุในตั๋วสัญญาการใช้เงินว่า จัดทำขึ้นที่เขตพระโขนง กทม. แทนที่จะเป็น จ.สมุทรปราการ เนื่องจากบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด มีสาขา 2 แห่ง อยู่ที่เขตพระโขนง กทม. กับ จ.สมุทรปราการ ส่วนที่รูปแบบตั๋วสัญญาการใช้เงินเหมือนกัน เนื่องจากตั๋วสัญญาการใช้เงินจะมีรูปแบบและเนื้อความที่ทำขึ้นตามที่กฎหมายกำหนด ต่างกันเพียงเลขที่ตั๋ว วันที่ออกตั๋ว และจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินเท่านั้น
    ส่วนข้อสงสัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่าไว้ในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ว่า ให้บริษัทกู้เงินในปี 2549 และปี 2550 แต่บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด กลับระบุว่ากู้เงินจากบุคคลอื่นไว้ในงบดุลบัญชี ปี 2550 เนื่องจากบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด มีรอบบัญชี 1 พ.ค.ถึงวันที่ 30 เม.ย.ของปี ดังนั้นการกู้เงิน 20 ล้านบาท ในวันที่ 6 ต.ค.2549 จึงต้องไปลงในงบดุบบัญชีปี 2550
    กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวอีกว่า ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กับบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ระบุถึงอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.พบว่า เหตุที่ดอกเบี้ยไม่ตรงกัน เนื่องจากการตกลงในการกู้เงินครั้งที่ 1 มีการตกลงกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าจะคิดอัตราดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีของธนาคารกรุงไทย คือ 1% แต่หลังจากกู้เงินไปถึง 3 ครั้ง มีการตกลงกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยใหม่ โดยขอตกลงว่าเงินกู้ 20 ล้านบาท จะใช้อัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก 2.5% ส่วนปีถัดไปให้คิดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีของธนาคารกรุงไทย 1% ส่วนเงินกู้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 5 ล้านบาท ได้มีการตกลงที่จะคิดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีของธนาคารกรุงไทย ซึ่งในปี 2550 อยู่ที่ 3.75% ดังนั้นบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด จึงมีการระบุอัตราดอกเบี้ยหลายอัตรา จึงระบุไว้ในงบดุลบัญชีว่ากู้เงินในอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 2.5-3.75%
    นายกล้านรงค์ระบุว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.ยังได้ตรวจสอบไปถึงการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งพบว่ามีการชำระดอกเบี้ยตั้งแต่ปี 2553-2555 รวม 5 ครั้ง มีหลักฐานเป็นเช็คบัญชีธนาคารที่โอนให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และมีหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยสาเหตุที่บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด เริ่มชำระดอกเบี้ยในปี 2553 เนื่องจากนายอนุสรณ์ได้ตกลงกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าจะเริ่มชำระดอกเบี้ย เมื่อบริษัทเริ่มมีสภาพคล่องทางเงิน ซึ่งบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ฯ เริ่มมีสภาพคล่องทางการเงินในปี 2553
    “หลังจากพนักงานเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.ตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบกับคำให้การของผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงวินิจฉัยว่ากรณีเงินให้กู้ยืมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แก่บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด เป็นเงิน 30 ล้านบาทนั้นมีอยู่จริง ประเด็นที่ปรากฏเป็นข่าว ยังฟังไม่ได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จงใจยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 263 วรรคหนึ่ง และตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 34”
    นอกจากนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบได้ถึงเงินสด เงินฝาก สิทธิและสัมปทาน และทรัพย์สินรายการอื่นๆ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช.ทุกรายการ แล้วเห็นว่าไม่มีพฤติการณ์ที่จะฟังได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จงใจยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ที่ประชุม ป.ป.ช.จึงมีมติด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ รับทราบผลการตรวจสอบดังกล่าวของพนักงานเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. และเก็บข้อมูลไว้ประกอบการพิจารณาหลังพ้นตำแหน่งต่อไป”
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าว นายกล้านรงค์กล่าวว่า ยืนยันว่าการทำงานของ ป.ป.ช.ไม่ถูกแรงกดดันใดๆ ทางการเมือง ถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด
    ขณะที่นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. เผยว่า ถือเป็นการเสร็จสิ้นการตรวจสอบแล้ว
    ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกสบายใจขึ้น และในส่วนของตนเองก็ขอเรียนยืนยันว่าข้อมูลต่างๆ ที่ได้ส่งไปให้ ป.ป.ช.นั้นเป็นไปตามข้อเท็จจริง และไม่มีเจตนาปกปิดแต่อย่างใด  พร้อมเดินหน้าทำงานในหน้าที่ของเราต่อไป ทั้งนี้ ส่วนที่ ป.ป.ช.ยังคงเก็บข้อมูลไว้นั้น ก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่อง ว่าแต่ละเรื่องมีข้อสงสัยอะไรบ้าง แต่ในเรื่องดังกล่าว ป.ป.ช.ก็มีคำตอบที่ชัดเจนแล้ว
    “วันนี้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ ทาง ป.ป.ช.ก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและวินิจฉัยผลอย่างเป็นทางการแล้ว”
    เมื่อถามว่า พ้นจากวันนี้แล้วเสถียรภาพความมั่นคงของรัฐบาลจะอยู่ยาวเลยหรือไม่ นายกฯ หัวเราะพร้อมตอบว่า “พอแล้ว” ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที.