ท่านขุนน้อย

Monday, 6 January, 2014 - 00:00

สู้เข้าไป...อย่าได้ถอย!!!

    อีกแค่ประมาณสัปดาห์...ก็จะถึงวัน ดีเดย์ หรือจะเรียกว่าวัน จัดเมนต์เดย์ ก็ย่อมได้ ของบรรดามวลมหาประชาชนภายใต้การนำของคุณพี่ เทพเทือก และพวก ที่กะจะยกพลขึ้นบก บุกเข้ายึดถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปสู่การปิดฉาก ปิดกล่อง ระบอบทักษิณ ให้เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด ไปซะที...
                                                   -----------------------------------------------------
    ด้วยการวางแผน การกำหนดยุทธศาสตร์การต่อสู้ในแบบเปิดเผย ตรงไป-ตรงมา ถึงขั้นป่าวประกาศเอาไว้ล่วงหน้าแบบจะจะ โต้งๆ ว่าจะยึดถนนสายไหน สี่แยกไหน จะตัดน้ำ ตัดไฟ บ้านใครต่อบ้านใคร ให้เป็นที่รับรู้ รับทราบกันโดยละเอียด ทำให้นักยุทธศาสตร์บางรายถึงกับใช้คำว่า ไม่ต่างอะไรไปจากการ แบไพ่เล่น อะไรประมาณนั้น แต่ก็อย่างที่นักเล่นเกม แก้เกม มืออาชีพ อดีตนักเบสบอลชาวอังกฤษผู้มีชื่อว่า เฟรเดอริก บี.วิลคอกซ์ เคยว่าเอาไว้แล้วนั่นแหละว่า “People who emphatically protest that they are putting all their cards on the table usually put them there face down.” หรือ...ผู้ที่ยืนยันอย่างแข็งขันว่าได้วางไพ่ไว้บนโต๊ะหมดแล้ว อาจวางแบบคว่ำหน้าไพ่เอาไว้ก็ไม่แน่!!! และนั่นเป็นเรื่องที่คู่ต่อสู้คงต้องไปนั่งตีความกันเอาเอง...
                                                   -----------------------------------------------------------
    แต่เอาเป็นว่า ในการต่อสู้ระหว่าง มวลมหาประชาชน กับ ระบอบทักษิณ คราวนี้...ต่างฝ่ายต่างน่าจะรับรู้รับทราบกันในระดับลึกลงไปถึงก้นบึ้งแห่งความรู้สึกด้วยกันทั้งสิ้น ว่า กำลังสู้อยู่กับใคร หรือ ใครคือคู่ต่อสู้ ที่แท้จริงของแต่ละฝ่าย แม้ว่าจะมีการปิดๆ เม้มๆ ถึงจุดยืน วิธีการ และเป้าหมาย ของแต่ละฝ่ายอยู่บ้างในบางแง่ บางมุม บางช่วง บางโอกาส แต่อันที่จริง...ต่างฝ่ายต่างก็หงายไพ่ และแบไพ่ เท่าที่มีอยู่ในมือกันมาโดยตลอด จนสามารถหลับตานึกภาพได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ว่า ผลแห่งชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของแต่ละฝ่าย จะนำมาซึ่งฉากสถานการณ์ในแบบไหนและอย่างไรภายในอนาคตเบื้องหน้า...
                                                  ------------------------------------------------------------
    อย่างที่คุณพี่ เทพเทือก ท่านเคยกล่าวย้ำเอาไว้หลายครั้ง หลายหน นั่นแหละว่า...ถ้าฝ่ายมวลมหาประชาชนดันตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ขึ้นมาซะดื้อๆ ความพ่ายแพ้ที่ว่ามันคงไม่ใช่เป็นแค่ความพ่ายแพ้ของคุณพี่ เทพเทือก และพวก ที่จะต้องแบกรับเอาไว้ตามลำพัง แต่มันจะเป็นความพ่ายแพ้ของ ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ ไปพร้อมๆ กันอย่างมิอาจปฏิเสธได้โดยเด็ดขาด ซึ่งคำพูดที่ว่า...คงไม่ใช่แค่คำขู่ หรือคำพูดเว่อร์ๆ ที่มาจากการแต่งแต้มสีสัน การจินตนาการ ไปตามเรื่อง ตามราว โดยไม่ได้มีหลักฐาน ข้อมูล ข้อเท็จจริงใดๆ มารองรับ ตรงกันข้าม...โดยหลักฐานข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ปรากฏให้เห็นแบบซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ไม่ต่างอะไรไปจากการหงายไพ่ใบแล้ว ใบเล่า มันทำให้คำพูดดังกล่าวเต็มไปด้วยน้ำหนัก ความมีเหตุ มีผล อย่างชนิดมิอาจบิดเบือน กลบเกลื่อน ได้เลยแม้แต่น้อย...
                                                  ---------------------------------------------------------------
    ไม่ว่าจะมองจากสถานะ ความเป็นชาติ ที่เมื่อมาถึง ณ ขณะนี้...คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่างเป็นอะไรที่หวีดหวิวฉิวเฉียดกับความพังพินาศ ล่มสลาย เต็มที ทั้งในแง่โอกาสที่จะเกิดการแยกภาค แยกประเทศ ออกเป็นไทยเหนือ ไทยใต้ หรือในแง่ที่ผู้ซึ่งเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์แห่งชาติ คิดนำเอายุทธศาสตร์ โลกล้อมประเทศ มาใช้เล่นงานคนในชาติเดียวกันเอง จนทำ โลกกำลังใกล้จะกลืนกินประเทศ เข้าไปทุกที หรือทำให้ประเทศไทยต้องกลายไปเป็น ศูนย์กลางความขัดแย้ง ของมหาอำนาจที่ต้องกรูเข้ามาแย่งชิงความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างกันและกัน อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้เลย...
                                                   ------------------------------------------------------------------
    ไม่ต่างอะไรไปจาก ศาสนา ที่ต่างก็รู้ๆ เห็นๆ กันมาโดยตลอดว่า...ถ้าหากมวลมหาประชาชนพ่ายแพ้หรือหมดสภาพลงไปเมื่อไหร่ โอกาสที่ ลัทธิจานบิน จะกลายสภาพมาเป็น ศาสนาประจำชาติ ชนิดไม่ว่าศาสนาคริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิกข์ ฯลฯ หรือแม้แต่กระทั่งศาสนาพุทธแท้ๆ มีแต่ต้องเจอกับอุปสรรค ขัดขวาง เจอกับการแสดงความรังเกียจเดียดฉันท์ การใช้กลไกอำนาจรัฐ ใช้ระบบการศึกษา หลอมละลายผู้คนในชาติ ให้กลายสภาพไปเป็นผู้หิวบุญ กระหายบุญ ผู้โลภบุญ พร้อมที่จะควักเงินบริจาคซื้อตั๋วนิพพานเพื่อไปใส่บาตรพระพุทธเจ้า หรือไปเยี่ยม สตีฟ จ๊อบส์ ก็ตามแต่...
                                                  -----------------------------------------------------------------
    เช่นเดียวกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ ที่ตกอยู่ในสภาพถูกกระทบกระทั่ง ถูกกัดกร่อนมาโดยตลอดนับเป็นทศวรรษๆ จนแม้กระทั่งเร็วๆ นี้...แค่ผู้ต้องหากระจอกๆ อย่าง ตั้ง อาชีวะ ยังคลำหัว คลำหาง หาตัวแทบไม่ได้ ขณะผู้ที่พัวพันกับคดีจาบจ้วง ล่วงละเมิด ต่างดาหน้าเข้ามาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภา.กันเป็นสายๆ เรียกว่า...ถึงจะคว่ำหน้าไพ่ไว้บนโต๊ะซักกี่ใบต่อกี่ใบ แต่ย่อมเป็นที่รู้ๆ อย่างชนิดไม่พึงต้องสงสัยว่า มันเอาเราแน่ เอาแบบชนิดพร้อมที่จะเปลี่ยนประเทศไทยจาก หน้ามือ เป็น หลังตีน เอาเลยถึงขั้นนั้น...
                                                 ------------------------------------------------------------------
    ในเมื่อต่างฝ่ายต่างรู้ว่า กำลังสู้กับใคร หรือ ใครคือคู่ต่อสู้ ที่แท้จริงกันแน่...การต่อสู้ครั้งนี้จึงไม่มีทางเป็นไปในแบบเสมอๆ แบบลูบหน้าปะจมูก หรือแบบ การรอมชอมครั้งใหญ่ อย่างที่พวกโลกสวยจินตนาการเอาไว้แบบละเมอๆ โดยเด็ดขาด มีแต่ต้องวัด ตัดสิน กันให้ขาด ให้ชัดเจนลงไปในข้างหนึ่ง ข้างใด และย่อมเป็นที่ชัดเจนแน่นอนนั่นแหละว่า มวลมหาประชาชนนั้นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไม่ได้โดยเด็ดขาด!!! เพราะนั่นย่อมหมายถึงการพ่ายแพ้ของประเทศไทยทั้งประเทศ การพ่ายแพ้ของสถาบันชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ และปวงชนชาวไทย ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าใครก็ใครที่ยังคิดว่าตัวเองเป็นคนไทย มีแต่ต้องใส่ให้สุดหลอด ให้สุดลิ่มทิ่มริดสีดวงทวารเท่านั้นเอง...
                                                 ------------------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Rudyard Kipling (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... “And history give the naked cause of it---One single, simple reason in all case; they fell because their peoples were not fit.- หลายชาติสูญสิ้นไปอย่างไร้ร่องรอย และประวัติศาสตร์ได้แสดงถึงเหตุอันแจ้งชัด ด้วยเหตุผลง่ายๆ เพียงประการเดียวสำหรับทุกๆ กรณี...นั่นคือชาติเหล่านั้นสูญสลายเพราะประชาชนไม่เข้มแข็ง...”.
                                                  -----------------------------------------------------------------