เสียงนกเสียงกา!

Saturday, 6 April, 2013 - 00:00

เสียงนกเสียงกา!

 เรียน คุณอัตถ์ฯ ที่นับถือ
    ผมเข้าใจว่ารัฐบาลปูคงไม่หูหนวกตาบอดหน้าหนาเป็น คอ-นก-รีต หรือฟังเสียงนกเสียงกาไม่เข้าใจ แต่น่าจะเป็นเพราะทุกนาทีทุกชั่วโมงปูคงเงี่ยหู เพ่งสายตาคอยดูคอยฟังเสียงนกแร้งจากต่างประเทศ จนไม่มีเวลาสนใจอย่างอื่น เช่น
    ๑.รัฐบาลปูมีนโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ดเกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาท มีแนวโน้มว่าอนาคตจะเสี่ยงต่อความฉิบหายของประเทศ เสียงนกเสียงกาต่างพากันร้องเซ็งแซ่เจี๊ยวจ๊าวเพื่อทักท้วงเสนอแนะ ไม่ว่าจะเป็นเสียงนกเสียงกาจากพรรคฝ่ายค้าน จากเอเอสทีวี จากสืบสานสยามไทย จากทีนิวส์ จากบลูสกาย จาก ๔๐ ส.ว. จากนักวิชาการมากมายเป็นกุรุส แต่รัฐบาลปูหาสนใจไม่ ถือว่าเสียงนกเสียงกาเหล่านี้บ่อมิไก๊ ปูมีอำนาจมีเงินมีบริวารคานดุลเบ็ดเสร็จทุกอณูของประเทศไทย เสียงนกเสียงกาเหล่านี้อย่ามาร้องกวนใจ ปูฟังนกตัวเดียวคือเสียงนกแร้งจากต่างประเทศ
    ๒.รัฐบาลปูกู้ ๒.๒ ล้านล้านบาท เสียงนกเสียงกากลุ่มเดิมก็ร้องเจี๊ยวจ๊าว จิ๊บๆ กาๆ จนเสียงแหบเสียงแห้งทักท้วงว่าอย่ากู้ๆ ลูกหลานจะมีหนี้ติดตัวไปอีก ๕๐ ปี แต่ปูไม่สน ยิ้มแสยะสะบัดหน้าหนีคำถามนักข่าว เรื่องอะไรจะฟังเสียงนกเสียงกาที่ไม่น่าเกรงขาม คอยฟังเสียงนกแร้งจากต่างประเทศไพเราะซึ้งใจกว่าเยอะเลย
    ๓.เสนอกฎหมายปรองดองเพื่อปล่อยนกแร้งให้บินเข้าประเทศได้ จะได้มาจิกกินซากเน่าๆ จากเงินกู้ ๒.๒ ล้านล้านบาทได้สะดวกโยธิน แต่นกกระจิบกระจอก นกกาใกล้ทำเนียบฯ ก็ร้องกระจองอแงอีก ปูเดินเฉยเพราะชักจะรำคาญเสียงนกกลุ่มแก่ๆ เฝ้าแต่ชะเง้อรอเมื่อไหร่เสียงอันไพเราะทุ้มจะสไกป์มาจากต่างแดนให้ฟังบ่อยๆ จะได้เคลิ้มกลบเสียงนกพวกนี้เสียที
    ๔.ปูหลงใหลในการใช้นโยบายประชานิยม จนกระทั่งบัดนี้จุดติดแล้วประชาชนเสพติด นั่งคอยนอนคอย ไม่กระตือรือร้นทำมาหากิน คอยแต่ว่าเมื่อไหร่รัฐบาลปูจะเอาอะไรมาหยอดใส่ปากให้อีก ตอนนี้ประชาชนก็คล้ายๆ ลูกนกอ้าปากรับอาหารจากแม่ แต่นกเมื่อโตแล้วก็จะหาอาหารกินเองได้ แต่ประชาชนที่เสพติดประชานิยมจะกลายเป็นนกไม่รู้จักโต ต้องให้แม่นกหยอดอาหารใส่ปากไปตลอดชีวิต นกที่เข้าใจธรรมชาติก็ร้องคัดค้านว่าอย่าทำๆ นกจะช่วยตัวเองไม่ได้ แต่ปูไม่ฟัง เพราะนกแร้งสั่งการจากต่างแดนว่าจะต้องทำให้นกต่างๆ เหล่านี้อ่อนแอ นกแร้งจะได้กินซากจากเงินงบต่างๆ เพียงฝ่ายเดียว
    ๕.ปูสั่งบริวารให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เพราะเมื่อแก้ได้แล้วปูจะกินรวบประเทศไทยได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพียงแก้รัฐธรรมนูญมาตรา ๖๘ ได้มาตราเดียว การจะแก้มาตรา ๒๙๑ ก็ฉลุย และโอกาสที่จะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับก็เปิดโล่งต่อไป วุฒิสมาชิกทั้ง ๒๐๐ คนก็เป็นลูกไก่อยู่ในกำมือปู โอกาสที่เสียงนกเสียงกากลุ่มเดิมๆ จะมาร้องสร้างความรำคาญก็จะเงียบเสียงไปเอง  เพราะผลจากที่อัยการส่งสำนวนสั่งฟ้องกลุ่มนกตัวใหญ่ๆ แกนนำ และศาลอนุญาตให้ประกันตัวและมีเงื่อนไข นั้นก็เป็นการตัดขาจะไปจิกตีปูให้วุ่นวายใจคงไม่ง่ายอีกแล้ว
    นกทั้งหลายเอ๋ย....(รวมทั้งผมด้วย) จะมาร้องมาบ่นให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย เสียน้ำลายไปวันแล้ววันเล่าทำไม?? เมื่อพฤติกรรมของปูและบริวารส่อไปในทางที่เราพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดแจ้ง โดยเฉพาะคุณเปลว สีเงิน ชี้เหตุชี้ผลชี้ทางที่ประเทศไทยของเรากำลังเดินทางสู่หุบเหวแห่งความหายนะ สู่ระบบที่จะสูญเสียซึ่งระบบระบอบอันสงบสุขซึ่งมีมาแต่อดีต และกลับไปอยู่ในอุ้งมือมาร แล้วท่านทั้งหลายจะมัวเป็นเสียงนกเสียงกาที่ร้องระงม โดยที่หวังให้คนหน้า คอ-นก-รีต มารับฟังนั้นมันสายไปเสียแล้ว จงเลิกร้องและร่วมมือร่วมใจกันกลับร่างจากนกตัวเล็กๆ ร้องกระจองอแง มาเป็นร่างนกอินทรีบินสูงและถลาลงมาจิกตีนกแร้งและบริวารให้สิ้นซาก บ้านเมืองจะได้กลับสู่ภาวะอันสงบสุขเหมือนเมื่อก่อนจะมีนกแร้งกระหายเลือดมาครองเมือง ทำได้ไหม???
                            นิทัศน์ บุญทัน
    นั่นนะซิครับ เป็นแองกรีเบิร์ดกันหมด ฮ่าๆๆๆ ธรรมดาครับ ตอนนี้เป็นนกตากฝน เกาะขอนไม้คอตก ซึมกะทือ อีกไม่นานแดดออก คราวนี้แหละครับได้ถลาเล่นลมกัน แต่จะถลาไปถึงไหนนั่นอีกเรื่องหนึ่ง
    ปัญหาคือ นกทั้งหลายมีอยู่ ๒ ฝูงใหญ่ ฝูงหนึ่งเห็นว่าผู้ปกครองคดโกง จนทนไม่ไหวแล้ว แต่อีกฝูงซึ่งเป็นฝูงใหญ่ซะด้วย กลับเพลิดเพลินอยู่กับเศษอาหาร อันนี้คือปัญหาใหญ่ ตราบเท่าที่ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศยังหลงอยู่กับนโยบายประชานิยม การเลือกตั้งครั้งหน้าก็เสร็จน้องปูคนสวยเช่นเคย.

                     ล้มเสาไฟฟ้า
เรียน คุณอัตถ์ อัตนัย ที่นับถืออย่างสูง
    ผมขอวิจารณ์ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ๓ ประการด้วยกัน
    ประการที่หนึ่ง ผมรู้สึกพอใจที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เชียร์ท่านมาก่อน แต่ที่ดีใจมากก็เพราะคนกรุงเทพฯ สามารถโค่นล้มเสาไฟฟ้าซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทย ทำให้บุรุษหน้าเหลี่ยมล้มเหลวในการยึดตรึงประเทศไทย
    ประการที่สอง รู้สึกเป็นห่วงประเทศไทยที่คนในกรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนผู้มีความรู้และใกล้ชิดกับการเมือง ตัดสินใจลงคะแนนให้พลตำรวจเอกพงศพัศถึงกว่าล้านคะแนน น่าคิดว่าอีกคงไม่นานประเทศไทยจะแดงทั้งแผ่นดินสมความปรารถนาของเจ้ามูลเมือง
    ประการที่สาม ที่ผมเป็นห่วงและกลัวอย่างยิ่ง ก็คือการที่มีประชาชนไม่น้อยกว่า ๓๐% นอนหลับทับสิทธิ์ ไม่สนใจออกไปเลือกตั้ง ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องน่ากลัวและน่าตกใจอย่างยิ่งว่า ทำไมคนกรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีการศึกษาและความเป็นอยู่ดีกว่าประชาชนในส่วนอื่นของประเทศ จึงไม่ยอมไปใช้สิทธิ์ ทั้งๆ ที่หน่วยเลือกตั้งก็ไม่ได้อยู่ไกลจากบ้าน มีหลายหน่วยที่เดินไปก็ได้
    ผมอยากจะกล่าวว่า คนกลุ่มนี้ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นใด ถือว่าเป็นกลุ่มที่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย เป็นกลุ่มเห็นแก่ตัว เป็นตัวถ่วงความเจริญ ความมั่นคงของการพัฒนาให้มีระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงเกิดขึ้นในสังคมนี้  คนกลุ่มนี้ผมเข้าใจว่าลึกๆ แล้วเขาสนใจระบอบเผด็จการ หรือระบอบอะไรก็ได้ที่ทันอกทันใจกลุ่มของเขา สรุปสั้นๆ อีกทีว่าคือกลุ่มคนที่มี อัตตา ตัณหา ทิฐิสูงสุดๆ นั่นเอง หรือพูดแบบทางธรรมก็อาจกล่าวได้ว่า คนกลุ่มนี้ไม่สนใจเรื่องศาสนาหรืออาจไม่นับถือศาสนาอะไรก็เป็นได้ สนใจแต่เรื่อง "กิน กาม เกียรติ" เท่านั้น ขอให้มีเงินไว้ใช้จ่ายโดยไม่คำนึงถึงว่าเงินเหล่านั้นได้มาโดยวิธีใด
    ผมขอเสนอธรรมทางพุทธศาสนาเรื่อง สังคหวัตถุ ๔ เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้พิจารณา สังคหวัตถุ ๔ ก็คือหลักการสงเคราะห์ ยึดเหนี่ยวน้ำใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนในสังคมให้อยู่กันอย่างสงบสันติ ถือเป็นการช่วยเหลือกัน ยึดเหนี่ยวกันไว้เป็นเครื่องเกาะกุมประสานโลก คือสังคมแห่งหมู่สัตว์ ไว้ดุจสลักเกาะยึดรถที่กำลังแล่นไปให้คงเป็นรถและวิ่งแล่นไปได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ มีอยู่ ๔ อย่างด้วยกัน
    ๑.ทาน หมายถึง การแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่แก่กันและกันของคนในสังคม
    ๒.ปิยวาจา หมายถึง การพูดจาน่ารัก น่านิยมนับถือ ตรงไปตรงมา ไม่โกหกหลอกลวง หรือพูดเพื่อให้สังคมแตกแยก
    ๓.อัตถจริยา หมายถึง การบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม คือช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามกำลัง
    ๔.สมานัตตา หมายถึง การวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย ทำตัวให้เข้ากันได้ ไม่ถือตัว รู้จักร่วมทุกข์ร่วมสุขของคนในสังคม ไม่ทำตัวแปลกแยก
    กลุ่มบุคคลที่นอนหลับทับสิทธิ์ไม่ไปเลือกตั้ง ผมว่าน่าจะจัดเป็นพวกที่เห็นแก่ตัวจัด ถือความเห็นของตัวเป็นใหญ่ มักไม่สนใจสังคมส่วนรวม มักเห็นแก่กลุ่มพวกพ้อง การเลือกตั้งอะไรๆ ฉันก็ไม่สนใจ ฉันขออยู่อย่างสบายๆ รัฐบาลจะโกงอย่างไรๆ ฉันก็ไม่ว่า "แต่ขอให้ฉันได้ส่วนแบ่งบ้างก็แล้วกัน" คนพวกนี้ไม่ได้คำนึงถึงความรับผิดชอบ ไม่สนใจเรื่องกรรม เรื่องความดี ความชั่ว คนกลุ่มนี้อาจจะนับถือหรือไม่นับถือศาสนาใดๆ เลยก็ได้
    โดยสรุปคนกลุ่มนี้ถือว่าอันตราย วิญญูชนทั้งหลายควรหลีกเลี่ยง ไม่ควรคบหาสมาคมด้วย.
                            ด้วยความนับถืออย่างสูง
                                  ส.ประทับแก้ว
    ยุทธการหักเสาไฟฟ้ายังมีมาเรื่อยๆ ครับ แต่กรณีของการนอนหลับทับสิทธิ์นี่ ผมบ่องตง เป็นอะไรที่ยากแสนเข็ญ
    เคยมีคนตั้งข้อสังเกตไว้น่าสนใจครับ การที่ประชาชนไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร มีความเป็นอยู่สบาย ก็ไม่มีแรงจูงใจให้ต้องกระตือรืนร้น ต้องพึ่งพาผู้อื่น  ก็แสดงว่าคนกรุงเทพฯ มีความเป็นอยู่ที่สบาย ไม่รู้สึกว่าต้องพึ่งใคร จึงไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 
    ก็มีคำถามว่า มีความสุขกันจริงหรือ? หรือว่าเบื่อการเมืองจนไม่อยากจะไปข้องแวะ เห็นมั้ยครับแค่หาสาเหตุ ว่าทำไมคนกรุงถึงนอนหลับทับสิทธิ์กันเยอะเหลือเกิน แค่นี้ก็ปวดหัวแล้ว การจะแก้ปัญหาจึงยากกว่าเป็นไหนๆ กระนั้นก็ตามถึงจะยากสักแค่ไหน ปัญหามันก็ต้องแก้ แต่อย่าถามว่าจะเริ่มตรงไหน เพราะการแก้ปัญหาทางการเมืองทุกปัญหาให้สามารถลุล่วงได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ต้องเริ่มต้นจากการตัดสินใจที่ถูกต้องของประชาชนเสียก่อน ถ้าเลือกคนโกงเข้าสภาฯ แล้วจะให้สภาฯ แก้ปัญหาคนโกง คงต้องรอชาติโน้นครับ  น่าจะหลังใช้หนี้ ๒ ล้านล้านบาทเสร็จนั่นแหละครับ.
--------------

        ส.ส.ลาออกจ่ายเงินเลือกใหม่ด้วย
        ไม่ใช่ฉวยเอาใครมาขัดตาทัพ
        นึกจะออกก็ออกกันปุบปับ
        มันฮั้วกับนายทุนที่หนุนมา
        เล่นปาหี่อะไรกันถึงเพียงนี้
        พวกโคตรผีโคตรเง่าเจ้ามูลหมา
        นรกไม่น่าจะส่งพวกมันมา
        สร้างปัญหาให้กับชาติบ้านเมือง
        แต่ละคนโหยหิวกันยิ่งนัก
        นางบ้าลักษณ์....ภา....เรศกินต่อเนื่อง
        ปลัดขิกก็หวังมากินเมือง
        ด้านผ้าเหลืองสร้างอาณาจักรกัน
        โอ๊ย....ต่อไปโอ๊คคงได้เป็นนายกฯ
        พวกสาวกคงติดยาเป็นพรวนนั่น
        สภาพประเทศคงจมดิ่งลงเหวพลัน
        เพราะพวกมันมีแต่คนสามานย์.

                            แดงเจ้าเก่า