ดูจะเป็นบทเรียนที่ทำให้ "บิ๊กป๊อด" พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ต้องจดจำแบบที่ลืมไม่ลง เพราะกว่าจะรักษาเก้าอี้ "ผบ.ตร." ให้รอดปลอดภัยและมั่นคงไม่โอนเอน อยู่ยั้งยืนยงไปจนถึงวันสุดท้ายในการเกษียณอายุราชการ 30 กันยายน 2552
เล่นเอาเหนื่อยกันทั้ง "วงษ์สุวรรณ"!!
เพราะเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่บุกเข้าไปในโรงแรมรอยัลคลิฟบีช พัทยา สถานที่จัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 14 จนโรงแรมพัง การประชุมต้องล้มเลิกกลางคันแบบไม่เป็นท่า รุนแรงขยายวงกว้างล่วงเลยมาถึงขั้นกลุ่มแท็กซี่เสื้อแดงมารวมตัวปิดถนนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จนการจราจรเป็นอัมพาต
"ตำรวจ" ถูกเพ่งเล็งถึงเรื่องการทำงานอย่างมาก โดยเฉพาะข้อหา "เกียร์ว่าง" ซึ่ง พล.ต.อ.พัชรวาท ในฐานะ "ผู้นำหน่วย" กลายเป็นเป้าที่โดนกระแสกดดันไปเต็มๆ
มิหนำซ้ำในช่วงสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ดูเหมือน "พล.ต.อ.พัชรวาท" ก็ยังตกอยู่ในสภาวะโดน "ลอยแพ" จากบรรดา "รองและผู้ช่วย ผบ.ตร." เนื่องจากไม่มีใครที่จะโดดลงมากอดคอช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์
เหมือนจะปล่อยให้จมน้ำ "ตาย" เพียงคนเดียว!!
ซึ่ง "พล.ต.อ.พัชรวาท" ก็ตระหนักรับรู้ถึงสภาวะที่เผชิญได้อย่างดี เพราะหลังจากที่ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายลงตัว น้องชายร่วมสายโลหิต กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมผู้นี้ มีหรือจะนั่งรอให้โดนเชือดง่ายๆ
การผลักดันให้โครงสร้างส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ผ่านมติ ครม. เพื่อที่จะได้นำโครงสร้างใหม่ ที่มีการตั้ง "กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน" สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มาใช้ในการดูแลการชุมนุมอย่างเป็นระบบ
"ในช่วงที่ผ่านมามีการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มต่างๆ มากมาย สตช.เห็นความจำเป็นในการควบคุมฝูงชน จึงตั้งกองบังคับการควบคุมฝูงชนขึ้น เพราะเดิมงานควบคุมฝูงชนอยู่ในกองกำกับการปราบจลาจล และกองอารักขา สังกัดกองบังคับการสายตรวจ และปฏิบัติการพิเศษ หรือ บก.ตปพ. มี พล.ต.ต.เป็นผู้บังคับการ เพราะที่ผ่านมาการประกอบกำลังเพื่อดูแลการชุมนุมใช้ตำรวจที่มีหน้าที่ป้องกันปราบปรามมาเป็นกองร้อยควบคุมฝูงชน ซึ่งไม่ได้ฝึกอบรมหรือทำงานเป็นทีม ประสิทธิภาพไม่ได้ จึงต้องฝึกหน่วยที่มีความเป็นมืออาชีพ มีอุปกรณ์พร้อม ถ้าไม่ชัดเจน การควบคุมฝูงชนก็จะเป็นอย่างที่ผ่านมา"
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจกแจงการตั้งหน่วยงานคุมม็อบ พร้อมกระชุ่น...คาดว่าอีก 90 วันจะสามารถใช้ได้!!
นอกจากการผลักดันตั้งตำรวจคุมม็อบให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว พล.ต.อ.พัชรวาท ก็เดินหน้ารุกคืบด้วยการเตรียมผลักดัน "ร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ" ต่อรัฐบาลอีกดาบหนึ่ง
"การมีตำรวจใน บก.อารักขา และควบคุมฝูงชนเพิ่มขึ้น 1,000 นาย แต่ถ้ายังไม่มีกฎหมายชัดเจนว่า ขอบเขตอำนาจหน้าที่การคุ้มครองเจ้าหน้าที่เป็นอย่างไร ก็ไม่มีใครมั่นใจที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะอาจกลายเป็นว่าไปรังแกประชาชนที่มีสิทธิชุมนุมภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงต้องปรับหน่วยและแก้ไขกฎหมายควบคุมฝูงชนควบคู่กัน" โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุ
แถม พล.ต.อ.พัชรวาท แก้เผ็ดในการถูกโดดเดี่ยว แบบแสบสันชนิดเกลือจิ้มเกลือ ก็ตรงที่สะบัดปากกาเซ็นคำสั่ง ตร.ที่ 184/2552 แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง ตร.ที่ 167/2552 เรื่องกำหนดลักษณะงานและการมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ ที่ปรึกษา (สบ10) ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ10)
เนื้อหาคำสั่งช่วงหนึ่งระบุ สมควรเพิ่มเติมการมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้รอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร.มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแลการชุมนุมประท้วงในจังหวัดต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันจะมีแนวโน้มมากขึ้น
"ให้รอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร.ซึ่งรับผิดชอบกำกับการบริหารราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนใต้แล้วแต่กรณี รับผิดชอบเพิ่มเติมกำกับการบริหารราชการ รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในการรักษาความสงบเรียบร้อยเกี่ยวกับการเดินขบวน การชุมนุม การประท้วง และการนัดหยุดงานในพื้นที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ"
พูดกันชัดๆ คือหากรอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร.รายใด ดูแลงานกองบัญชาการไหน ก็ต้องดูเรื่องการเดินขบวน การชุมนุม การประท้วงด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้รอง ผบ.ตร.ฝ่ายกิจการพิเศษ หรือ ผบ.ตร.ดูกันเอง
เข้าลักษณะกระจายความ "เสี่ยง" ไปให้กันทั่วถึง
เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ "ซ้ำรอย" เหมือนเหตุการณ์ 7 ตุลา. ที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ต้องถูกคำสั่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ถือเป็นการดิ้นอีกเฮือก เพื่อรักษาเก้าอี้ "ผบ.ตร." รอเวลาเกษียณราชการในวันสุดท้าย 30 กันยายน 2552
แต่จะถึงฝั่งฝันหรือไม่...ต้องจับตา?.
ธนาวรรณ สุจริตมั่น
รายงาน








