Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

สัญญาณที่ดี!!!


  ถึงแม้นจะยังไม่ได้มีอะไรเป็นเนื้อเป็นหนัง...แต่ก็ถือเป็น การส่งสัญญาณที่ดี ไม่น้อยทีเดียว   สำหรับแถลงการณ์ 5 ข้อ ของท่าน อธิบดีปลอก (ขอประทานโทษ) ท่าน ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อย่างน้อยที่สุด...ก็พอสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะกลับเข้าสู่ครรลองทางการเมืองในระบบอย่างจริงๆ จังๆ ไม่ใช่ซัดส่ายไป-มา มุดขึ้น-มุดลง อยู่กับความไม่ชอบมาพากลของแก๊งข้างถนน หรือกองกำลังไม่ทราบฝ่าย อันเป็นที่ไม่พึงปรารถนาของสังคมทั้งสังคม และก่อให้เกิดความปวดเศียร เวียนเกล้ากันมาโดยตลอด...
                                                       ---------------------------------------------------
 ในแถลงการณ์ 5 ข้อของท่านรองหัวหน้าพรรคฯ ปลอดประสพ นั้น มีอยู่ 2 ข้อซึ่งต้องถือว่าสำคัญเอามากๆ นั่นก็คือ ข้อ 3. ที่ระบุเอาไว้ว่า พรรคเพื่อไทยขอเชิญชวนให้ทุกหมู่เหล่า หลีกเลี่ยง และละเว้นจากการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจากวาจา การกระทำ หรือการใช้กฎหมายที่เกินความเหมาะสม" และ ข้อ 4. ที่บอกเอาไว้ว่า พรรคเพื่อไทยขอน้อมถวายพระพรชัยมงคลต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และให้ปวงชนทุกหมู่เทิดทูนถวายพระเกียรติ เพราะถ้าหากผู้คนส่วนใหญ่ในพรรคเพื่อไทยเห็นตามนี้อย่างจริงใจ และด้วยความบริสุทธิ์ใจ หรือแม้แต่เห็นด้วยแค่ซักครึ่งก็ยังดี...โอกาสที่ประเทศชาติบ้านเมืองซึ่งต่างก็เป็นของปวงชนทุกหมู่เหล่า จะมีโอกาสเดินหน้าสู่ความสงบเรียบร้อยในอีกไม่นานไม่ช้า ย่อมมีความเป็นไปได้มากขึ้นเท่านั้น...
                                                        --------------------------------------------------
 ใครก็ตามที่ลุกขึ้นมาตะโกนปาวๆ ว่า...กูรู้ว่ากูสู้อยู่กับใคร...แต่กูไม่บอก อะไรทำนองนั้น ก็น่าที่จะได้สงบปากสงบคำไปซะที เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว...ไอ้สิ่งที่พูดๆ อย่างที่ว่าเอาไว้นั้น มันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับใครต่อใครเลย ไม่ว่าจะเป็นพวกตัวเอง พรรคตัวเอง หรือแม้แต่กับประชาชนคนไทย ไม่ว่าฝ่ายไหน ต่อฝ่ายไหนก็แล้วแต่ เพราะการยุยงให้ประชาชนกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง ลุกขึ้นมาแสดงอาการท้าทาย กระด้างกระเดื่อง ต่อสิ่งอันที่เคารพรัก ศรัทธาของประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งนั้น มันก็คงไม่ต่างอะไรไปจาก การยุให้ประชาชนหันมาฆ่ากันเอง นั่นเอง ซึ่งไม่เพียงแต่ขัดกับหลักความเมตตา มนุษยธรรม ศีลธรรม อันเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันของผู้คนภายในสังคมแล้ว ยังขัดกับหลักการ เจตนารมณ์ของการเมืองตามครรลองประชาธิปไตย ซึ่งเน้นหนักให้ผู้คนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ยอมรับต่อความแตกต่าง ความหลากหลาย ทางทัศนคติ ความเชื่อ ความศรัทธา ของกันและกันอีกด้วยต่างหาก...
                                                        ----------------------------------------------------
 แต่ปัญหามันก็ยังคงอยู่ที่ว่า...ระหว่างคนที่เป็นรองหัวหน้าพรรค กับคนที่เป็นถึงรองประธานรัฐสภา ในนามพรรคเพื่อไทยนั้น น้ำหนัก คำพูด คำจา ระหว่างคนทั้งสอง อะไรมันจะมีน้ำหนัก น่าเชื่อ น่ายึดถือมากกว่ากัน ซึ่งผู้ที่จะให้คำตอบที่ว่านี้ได้ดีที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นไปจากบรรดาสมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้งหลายนั่นเอง ที่จะต้องแสดงออกให้ผู้คนทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายได้รับรู้ ไม่ใช่แต่เฉพาะกับนักการเมืองในกลุ่มก้อนเดียวกัน หรือกับรัฐบาล ซึ่งอาจกำลังจัดให้มีการพูดคุยเจรจากันในอีกวันสองวันนับจากนี้ พูดง่ายๆ ว่า...ถ้าหากยังไม่คิดจะลุกขึ้นมา ตบปาก พรรคพวกกันเอง ที่ออกมาพ่นผรุสวาท วาจาในแบบปากไม่มีหูรูดกันมั่ง!!! โอกาสที่จะทำให้ใครต่อใครเห็นความบริสุทธิ์ใจ จริงใจ ตามข้อความที่ได้แถลงการณ์ออกมานั้น...มันคงลำบากอยู่พอสมควรทีเดียว...
                                                      ---------------------------------------------------------
 ทั้งๆ ที่ถ้าจะว่ากันให้ลึกๆ ลงไปแล้ว...ในบรรดาสมาชิกพรรคเพื่อไทยจำนวนไม่น้อย ผู้ที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกันกับแถลงการณ์ในข้อที่ 3 และข้อที่ 4 นั้น...น่าจะมีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย แม้กระทั่งคุณพี่ กรุง สุทินเผือก ที่เพิ่งขอโอกาสตัดช่องน้อยแต่พอตัว แยกวงออกไปหาที่ยืนในพรรคภูมิใจไทยเมื่อไม่กี่วันมานี้ จากคำให้สัมภาษณ์เปิดใจแบบหมดเปลือกในเว๊บไซต์ โพสต์ ทูเดย์ เมื่อวันสองวันมานี้ ประเด็นที่ดูจะก่อให้เกิดความอึดอัดใจมากที่สุดสำหรับอดีตดาราผู้เคยเข้ารับรางวัลพระสุรัสวดีจากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2518 ก็คือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคำแถลงการณ์ในข้อที่ 4 นั่นแหล่ะ เพียงแต่คุณพี่ กรุง นั้น...ท่านอาจพอลุกขึ้นมาตบปาก หรือเตะปาก ใครต่อใครก็ได้ในตอนที่ท่านเป็นดารา หรือในตอนที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องใด เรื่องหนึ่ง เท่านั้น แต่เมื่อต้องมาเจอเข้ากับชีวิตจริงในทางการเมือง ท่านก็เลยทำได้เพียงแค่สะบัดแข้ง สะบัดขา เดินหนีจากพรรคเพื่อไทย เข้าไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับคำประกาศตามมาว่า...ผมจะปกป้องสถาบันสุดชีวิต...
                                                          ---------------------------------------------------------
 ด้วยเหตุนี้...สำหรับผู้ที่ยังคงยืนหยัด ต่อสู้ พยายามที่จะประคับประคองพรรคการเมืองพรรคนี้ ให้เป็นพรรคที่มีคุณค่า ราคา สมกับความไว้วางใจที่ปวงชนชาวไทยเคยมอบหมายให้เป็นรัฐบาลมาถึง 2 ครั้ง 2 ครา ยังคงหวังว่าจะสามารถนำพาพรรคกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ ตามครรลองการเมืองในระบบรัฐสภา หรือระบอบประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้จริงๆ ก็ควรที่จะลุกขึ้นมา ตบปาก พรรคพวกเดียวกันเองกันซักฉาดสองฉาด ไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะมีสถานะเป็นอะไรในพรรคก็ตาม จะเป็นสายตรง สายอ้อม เป็นอีแอบ ไอ้แอบ เป็นคางคก จิ้งจก ตุ๊กแก หรือกระทั่งเป็นรองประธานรัฐสภาก็แล้วแต่...
                                                         -----------------------------------------------------------
 เพราะการปล่อยให้ผู้ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้ใกล้ชิดกับ นายใหญ่ หรือ นายหญิง ทั้งหลาย ออกมาพ่นวาจา ผรุสวาท สร้างความเป็นศัตรูกับนักการเมืองด้วยกันเองยังไม่พอ ยังอุตส่าห์ไปสร้างความเป็นศัตรูกับความรู้สึก ความเคารพ ความศรัทธา ของประชาชนโดยทั่วไป คราวแล้ว คราวเล่า ปานประดุจว่าประเทศไทย...มีแต่สมาชิกพรรคเพื่อไทยแต่เพียงลำพังเท่านั้น อันนี้ต้องเรียกว่า...โง่ยิ่งกว่าโง่ หรือ งั่ง ล้วนๆ!!! ไม่ว่าจะมองในแง่การบ้าน การเมือง หรือการสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ก็ตาม ด้วยเหตุนี้จึงมีเหตุผลเพียงพอแล้วที่จะ ตบปาก หรือ เตะปาก ให้ล้มคว่ำคะมำหงาย คาพรรค คาตึกที่ทำการใหม่ ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะล่มสลายไปพร้อมๆ กับมะเร็งไข่ในชนิดไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี....
                                                        ------------------------------------------------------
 ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก สุภาษิตญี่ปุ่น...คนจะต้องหันเข้าหาคุณธรรม เพราะคุณธรรมไม่หันเข้าหาคน...
                                                         ------------------------------------------------------



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์